
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.เขต 396 คนไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ความเคลื่อนไหวการจัดตั้ง "รัฐบาลอนุทิน2” โดยเฉพาะ โผ ครม. ขยับตามมาทันที
อย่างที่ชัดเจนแล้วก็คือ พรรคเพื่อไทย ที่มี 74 เสียง จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอันดับสอง ที่ตอนนี้แกนนำพรรคเริ่มหารือเขย่ากันภายในพรรคแล้วว่าจะได้ดูแลรับผิดชอบกระทรวงอะไรบ้าง และคนในพรรคสายไหน-กลุ่มใด จะได้เป็นรัฐมนตรี
ข่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายเพื่อไทยอ้างว่าคุยกับแกนนำภูมิใจไทยแล้ว ต่อรองได้กระทรวงหลักๆ มาวางไว้บนโต๊ะแกนนำวีไอพีเพื่อไทย 5 กระทรวงหลัก-8 เก้าอี้รัฐมนตรี ที่เพื่อไทยจะได้โควตารัฐมนตรีว่าการคือ รมว.เกษตรและสหกรณ์, รมว.กระทรวงศึกษาธิการ, รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รมว.แรงงาน และ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยพรรควางตัวผู้ที่จะนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีไว้แล้วบางส่วน ที่ชัดเจนแล้วคือกลุ่มแคนดิเดตนายกฯ ทั้งยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รวมทั้งประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค แต่อีก 1 คนคาดว่าคือสมศักดิ์ เทพสุทิน แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าใครจะอยู่กระทรวงไหน มีที่ลงตัวแล้วก็คือ ดร.ยศชนัน หลานทักษิณ ชินวัตร แนวโน้มเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.การอุดมศึกษาฯ หรือไม่ก็รองนายกฯ ควบ รมว.ศึกษาธิการ
ขณะเดียวกันก็ลือกันว่า กลุ่มสมศักดิ์-สุริยะ พยายามต่อรองจะให้สมศักดิ์ได้เป็น รมว.เกษตรฯ ที่เป็นกระทรวงที่เจ้าตัวใฝ่ฝันมานานว่าจะได้กลับไปอีกสักครั้ง เพราะในวัย 72 ปี ถือว่าเตรียมนับถอยหลังอำลาการเมือง หลังส่งลูกสาว ณัฐธิดา เทพสุทิน เข้าสภาสำเร็จ ได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ หากรอบนี้ได้นั่ง รมว.เกษตรฯ อีกครั้งในรอบ 22 ปี เพราะเป็นครั้งล่าสุดก็ปาเข้าไปปี 2547 หากได้ตามนี้ก็แฮปปี้แล้ว ซึ่งสมศักดิ์และเพื่อไทยเชื่อว่า หากส่งชื่อสมศักดิ์ไปเป็น รมว.เกษตรฯ ทางพรรคภูมิใจไทยคงไม่ขวางอย่างที่มีคนปล่อยข่าว เพราะถือว่าเป็นโควตาเพื่อไทย ทางภูมิใจไทยต้องให้เกียรติกัน
อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชัวร์ว่าเพื่อไทยจะได้ดูแล ก.เกษตรฯ เพราะข่าวที่ออกมาพบว่าออกมาจากฝั่งเพื่อไทย เพื่อตีกิน-ดักทางภูมิใจไทย ทั้งที่คนส่วนใหญ่ก็มองว่า ในเมื่อภูมิใจไทยกดดันธรรมนัส พรหมเผ่า-กล้าธรรมอย่างหนัก จนจะไม่เอาเข้าร่วมรัฐบาล โดยมีสาเหตุหนึ่งก็คือ เพื่อเอา ก.เกษตรฯ มาดูแลเอง แล้วเรื่องอะไรจะเอาไปให้เพื่อไทยง่ายๆ เพราะแกนนำภูมิใจไทยหลายคนก็มีความเหมาะสมจะนั่งเป็น รมว.เกษตรฯ เช่น วราวุธ ศิลปอาชา ที่คนมองกันว่าหากวราวุธเป็น รมว.เกษตรฯ จะสามารถทำงานแบบไหลลื่น-ไร้รอยต่อกับศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ทำให้เป็น เกษตรฯ-พาณิชย์ยุคใหม่ โกอินเตอร์ ทำให้เรื่องเพื่อไทยได้โควตา ก.เกษตรฯ จึงยังไม่นิ่ง
เพราะข่าวว่าในเพื่อไทยเอง บางกลุ่มก็ไม่โอเค ที่หากสุดท้ายถ้าเพื่อไทยได้โควตา ก.เกษตรฯ จริง แล้วสมศักดิ์จะมานั่งแบบง่ายๆ เพราะผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาถือว่า กลุ่มสมศักดิ์-สุริยะ ก็แพ้หลายจังหวัด ผลงานไม่เข้าเป้า
ขนาด สุโขทัย ฐานที่มั่นของสมศักดิ์เอง รอบนี้ปรากฏว่าไม่ชนะยกจังหวัด เพราะเขต 4 พลาดท่าปล่อยให้ภูมิใจไทยเข้าไปเจาะคืนได้ 1 ที่นั่งจากสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ทำให้สมศักดิ์เสียหน้ามาก ขนาดจังหวัดตัวเองยังแพ้ ไม่ชนะยกจังหวัด เช่นเดียวกับสุริยะ ที่นอกจากเป็น ผอ.การเลือกตั้ง ซึ่งทำผลงานต่ำกว่าเป้าที่คุมโม้ไว้เยอะว่าจะได้ สส. 200 คน พื้นที่รับผิดชอบหลายจังหวัดภาคอีสานก็ทำได้ไม่ถึงที่คุยโวเอาไว้
ทำให้เริ่มเกิดกระแสข่าว หลายกลุ่มในเพื่อไทย โดยเฉพาะพวกรุ่นกลาง-รุ่นใหม่ มองว่ากลุ่มสมศักดิ์-สุริยะควรถูกลดบทบาทได้แล้ว เพราะนอกจากอายุขัยที่มาก-ผลงานไม่เข้าเป้า ผนวกกับมีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ที่เป็นนักการเมืองรุ่นเก่า ไดโนเสาร์ หากเพื่อไทยยังยึดติดอยู่แต่กับพวก "สมศักดิ์-สุริยะ-ประเสริฐ” ไม่เปิดพื้นที่ให้โอกาสกลุ่มอื่น เพื่อไทยก็ฟื้นยาก
ข่าวจากเพื่อไทยยังระบุอีกว่า สำหรับรัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 ตำแหน่งที่พรรค พท.จะได้นั่งดูแลกระทรวงคือ กระทรวงเกษตรฯ 2 ตำแหน่ง และกระทรวงศึกษาฯ 1 ตำแหน่ง แต่ยังไม่มีการวางตัวบุคคลที่จะมานั่งตำแหน่ง แต่ในพรรคมีการพูดถึงรายชื่อ สส.ที่มีความเหมาะสมนำมาไว้ในตะกร้าเพื่อคัดให้ไปทำหน้าที่ อาทิ นางมนพร เจริญศรี ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยมาแล้ว และเป็น สส. 5 สมัย, สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ โควตากลุ่มโคราช, พัฒนา สัพโส สส.สกลนคร ซึ่งเป็น สส. 4 สมัย และเป็นบ้านใหญ่สกลนคร มีลูกสาวเป็น สส.และภรรยาเป็นนายก อบจ., ศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี 2 สมัย ที่เป็น สส.เพียงคนเดียวของพรรคใน 11 จังหวัดรอบกรุงเทพฯ เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ในส่วนของ ภูมิใจไทย ก็น่าจับตาเช่นกัน เพราะดูแล้วคงเกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคในช่วงการทำโผ ครม.พอสมควร เพราะนอกจากโควตาคนนอก 4 คนเดิมที่จะกลับเข้ามาคือ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่จะมาเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.การต่างประเทศ, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ ควบ รมว.การคลัง, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์แล้ว นอกเหนือจากนี้คงมีการเจรจาต่อรองกันภายในพรรคระหว่างกลุ่มต่างๆ กันมากพอสมควร แต่ก็จะมีบางตำแหน่งที่ต้องกันไว้อีกเช่นกัน คือ รมว.พลังงาน ที่คาดว่าอนุทินคงกันไว้ให้คนที่สนับสนุนพรรคในการเลือกตั้งส่งชื่อมา ที่ไม่ใช่คนปัจจุบัน อรรรถพล ฤกษ์พิบูลย์
หลังก่อนหน้านี้ก็ไปลือกันว่าจะเป็นปรีดี ดาวฉาย อดีต รมว.การคลัง ที่มีประสบการณ์ในบริษัทพลังงาน เช่น ประธานกรรมการบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)-ประธานกรรมการบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ออกมาปฏิเสธข่าวเรียบร้อย
น่าสนใจว่า รมว.พลังงาน สุดท้ายจะเป็นชื่อใด หรือจะเป็นคนที่เคยเป็นมาแล้วคัมแบ็กหรือไม่ เช่น สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีต รมว.พลังงาน ยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าแนบแน่นกับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
เป็นไปได้สูงที่ รมว.พลังงานจะเป็นโควตาคนนอก ซึ่งหากเป็นตามนี้ เท่ากับอนุทินต้องกันโควตาคนนอกไว้ถึง 5 คน โดยที่ภายในภูมิใจไทยก็มีสารพัดกลุ่มการเมือง-กลุ่มบ้านใหญ่ ร่วมกว่า 10 กลุ่มในพรรคสีน้ำเงิน ที่รอลุ้นตำแหน่งรัฐมนตรีตามผลงานการเลือกตั้ง ที่ยังไงต้องมีหลายกลุ่มผิดหวัง ไม่ได้โควตารอบนี้แน่นอน
มันก็อยู่ที่ อนุทิน-เนวิน ชิดชอบ ในการบริหารจัดการภายในพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องไม่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมตามมาหลังการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น ซึ่งต้องใช้เทคนิคการเจรจาต่างๆ เพื่อให้สัญญาใจกับแกนนำแต่ละกลุ่มในภูมิใจไทย ภายใต้คำมั่นสัญญาที่ต้องบอกกับแต่ละกลุ่ม เช่น รอบนี้ขอก่อน ไว้รอบหน้าปรับ ครม. รับรองมีตำแหน่งให้แน่นอน ทำนองนี้
ขณะเดียวกัน ถึงตอนนี้ทุกฝ่ายเชื่อตรงกันแล้วว่า พรรคเขียว-กล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตกขบวน ไม่ได้ร่วมรัฐบาล แม้อนุทินจะยืนยันว่ายังไม่เปิดดีล แล้วจะปิดดีลได้อย่างไร แต่ปรากฏว่าจนถึงตอนนี้ ผ่านเลือกตั้งมา 3 สัปดาห์ จนแล้วจนรอด อนุทินยังไม่บอกเสียทีว่ากล้าธรรมได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ สวนทางกับพรรคอื่นๆ ทั้งเพื่อไทยและพรรคเล็กหลายพรรค เช่น พลังประชารัฐ-ประชาชาติ ที่ไปเปิดตัวหนุนอนุทินเป็นนายกฯ กันหมดแล้ว แต่กล้าธรรมที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้ กลับไม่มีสัญญาณส่งไปหา
มันก็เห็นแล้วว่า อนุทิน-เนวิน มีปัญหากับธรรมนัสและกล้าธรรม เพราะไม่อย่างนั้น ตามหลักกล้าธรรมต้องเปิดตัวหนุนอนุทินเป็นนายกฯ เป็นพรรคแรก
และด้วยความที่อนุทิน-เนวิน รู้พิษสงการเมืองของธรรมนัสดีว่ามีมากพอสมควร การวางแผนป้องกัน-สกัดการเอาคืน หลังถีบกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้าน จึงต้องวางเกมไว้ตั้งแต่ตอนนี้ กับแผน "เปิดดีลงูเห่าสีเขียว” เพื่อให้เป็น "งูเห่าสีน้ำเงิน” หลังตั้งรัฐบาลเสร็จ
ข่าวหลายกระแสยืนยันว่ามีการ "เปิดดีล-เจรจา” กันไว้กับ สส.กล้าธรรมเกิน 10 คนแล้ว ภายใต้สัญญาใจบางอย่าง เช่น รอบนี้อาจยังไม่ให้โควตารัฐมนตรี แต่ให้เป็น "สายลับสีเขียว” ในพรรคกล้าธรรม คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของธรรมนัสมาให้รู้ทุกระยะ แล้วถึงโอกาสหากจำเป็น ก็ให้แสดงตัวเป็น "งูเห่าสีเขียว” เช่น ตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อไม่ให้เพื่อไทยมีอำนาจการต่อรองเหนือภูมิใจไทยในช่วงการโหวตเสียง และหากโดนกล้าธรรมขับออก ก็ให้ลอกคราบมาเป็นงูเห่าสีน้ำเงิน ย้ายมาเข้าภูมิใจไทย ซึ่งล่าสุดธรรมนัสให้สัมภาษณ์บอกเองว่า สส.กล้าธรรมมาเล่าให้ฟังว่ามีการเปิดดีล ติดต่อกันจริง แต่เชื่อว่าจะไม่โดนหักหลัง
กระนั้นมองได้ว่า ภายในใจธรรมนัสก็คงไม่วางใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะของแบบนี้ไว้ใจกันยากหากดีลลงตัว
ทั้งหมดคือภาพรวมความเคลื่อนไหวการตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ที่เข้มข้น-มีให้ลุ้นทุกฉาก จนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเสร็จสิ้นลง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท้ากกต.เปิดชื่อว่าฟ้องใคร
วันเสาร์เงียบเหงามีเพียง 4 สส.จากพรรคภูมิใจไทยรายงานตัวเท่านั้น ด้าน "อนุชา" บอกตำแหน่งรัฐมนตรี “บ้านสะสมทรัพย์” ให้ "อนุทิน" พิจารณา
สภาฯเงียบเหงา สส.รายงานตัว วันเสาร์ 4 คน
สำหรับการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ที่เปิดให้รายงานตัวเป็นวันที่ 3 โดยในวันนี้ (28 ก.พ.) มี สส.มารายงานตัวเพียง 4 คน จากพรรคภูมิใจไทย จึงทำให้ขณะนี้มี สส.ที่รายงานตัวแล้ว 97 คน จาก 396 คน ยังคงเหลือ 299 คน
ไม่จบ! 'ไอติม' จี้ กกต. ทำตาม 2 ข้อ แม้ผลนับคะแนนใหม่ 2 หน่วยเลือกตั้งสุพรรณฯ ก็ยัง 'แพ้เหมือนเดิม'
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า การนับคะแนนใหม่ที่สุพรรณบุรี อำเภอสองพี่น้อง พบว่าคะแนนเปลี่ยนแปลงไปเกินกว่าที่น่าจะเป็นเพียง ความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ
นับคะแนนใหม่ สส.บัญชีรายชื่อ 6 หน่วย คลาดเคลื่อน 1-2 คะแนน ไม่เปลี่ยนแปลงผลเลือกตั้ง
ผลการนับคะแนนใหม่ เลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 7 หน่วย 5 เขตเลือกตั้ง ใน 4 จังหวัด ตามมติของ กกต. พบว่าส่วนใหญ่คะแนนเท่าเดิม โดยมีบางหน่วยที่มีคะแนนเปลี่ยนแปลง 1 คะแนน ดังนี้
สส.ใหม่ ตบเท้ารับหนังสือรับรอง วันแรก 141 คน
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 396 และให้สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.ดังกล่าว รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งในวันที่ 26 -27 ก.พ. เวลา 08.30-16.30 น.
โหวตประมุขนิติบัญญัติ-สภาบุรีรัมย์? จิรุตม์-มณฑลลุ้นผงาด"กกต."
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง สส.เขต จำนวน 396 คน ไปเมื่อวันพุธ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา และต้นสัปดาห์หน้าจะรับรอง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ

