
“ในขณะที่สังคมมองว่าฝ่ายตัวเองมีขบวนการเคลียร์คดีให้พ้นมลทิน แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับถูกไล่ต้อน นักการเมืองหลายคนที่มีคดีความถูกออกหมายเรียก-หมายจับ เกิดคำถามว่ามีมาตรฐานเดียวกันหรือไม่”
การขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แทบไม่มีเวลาฮันนีมูน เพราะอยู่ในช่วงสงครามตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลก
ประเทศไทยโดนแรงกระแทกอย่างจังทำให้เกิด วิกฤตน้ำมัน ซึ่งกำลังพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลอนุทินในการแก้สถานการณ์วิกฤต โดยนายกฯ บอกว่า แม้จะอยู่ในช่วงรอยต่อ แต่การทำงานจะไม่สะดุด กลับเกิดเหตุการณ์ในทางตรงกันข้าม
กระทรวงพลังงานยืนยันช่วงแรกว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองถึง 60 วัน ต่อมาบอกว่ามีเพียงพอถึง 100 วัน แต่หลังเหตุการณ์สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านเพียง 2 สัปดาห์ ประชาชนกลับหาน้ำมันเติมไม่ได้?
ภาพที่ประชาชนต่อคิวยาวเหยียดเพื่อรอเติมน้ำมันที่ปั๊ม ชาวนาขี่ซาเล้งใส่แกลลอนตระเวนหาปั๊มน้ำมันเพื่อไปเติมรถไถนา สะท้อนถึงความลำบากของประชาชน และความล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤตน้ำมันของรัฐบาลอย่างปฏิเสธไม่ได้
ทำให้เกิดคำถามว่า ประเทศไทยมีน้ำมันสำรอง 100 วันจริงหรือ มีใครกักตุนน้ำมันเพื่อกินส่วนต่างราคาที่ขยับขึ้นทุกวันหรือไม่?
นายกฯ อนุทินมอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) และหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง
โดย นายพิพัฒน์ สงสัยเช่นกันว่า ใครกักตุน ใครโกหก การประชุม ศบก.เมื่อวันที่ 19 มี.ค. จะเป็นการจับเท็จให้ได้ว่าสิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่าน้ำมันมี น้ำมันไม่ได้ชอร์ต กระทรวงพลังงานบอกว่าไม่ได้ชอร์ต ปตท.บอกว่าไม่ได้ชอร์ต แล้วทำไมน้ำมันกลั่นออกมาแล้ว คลังน้ำมันหรือซัพพลายเออร์ถึงไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ซ้ำร้ายขายส่งก็บอกไม่มีน้ำมันขาย และยังข้องใจว่ามีการส่งน้ำมันลงเรือขายต่างประเทศหรือไม่?
แต่ภายหลังการประชุม ศบก.ที่ นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะ สรุปว่า ประเทศไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน ไม่มีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โทษประชาชนวิตกกังวลแล้วแห่เติมกักตุนเอง ทำให้ยอดใช้ปกติจาก 67 ล้านลิตร พุ่งเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมเร่งอัดน้ำมันเข้าระบบเพิ่ม คาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ
ข้อสรุปของนายอนุทินสวนทางกับความรู้สึกของประชาชนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ยังทำให้เกิดข้อสงสัยว่านายกฯ รับฟังข้อมูลจากข้าราชการฝ่ายเดียวหรือไม่ จึงทำให้ไม่รู้ข้อเท็จจริง
ขณะเดียวกัน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง และพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง ตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันในพื้นที่ ต.ตลาดกรวด อ.เมืองอ่างทอง พบปริมาณน้ำมันรวมทั้งหมด 331,000 ลิตร ซึ่งขายน้ำมันดีเซลให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และจังหวัดใกล้เคียง ราคาลิตรละ 40.50 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าปกติ เนื่องจากบริษัทซื้อมาในราคาลิตรละ 39.50 บาท
จึงต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นการกักตุนน้ำมันอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ และรัฐบาลต้องสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการกักตุนน้ำมันทั่วประเทศอย่างจริงจังด้วย
การโทษประชาชนวิตกกังวลฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะประชาชนแค่ต้องการบรรเทาความเดือดร้อนของตัวเอง ซึ่งการประกาศมาตรการตรึงราคาน้ำมันโดยกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการ เป็นการส่งสัญญาณผิดๆ ทำให้เกิดความวิตกกังวล ผู้ประกอบการก็กักตุนน้ำมันเก่าไว้ขายในราคาใหม่ ฟันกำไรเนื้อๆ จนมีการเรียกร้องให้เก็บ “ภาษีลาภลอย” ที่ได้จากกำไรส่วนเกิน
ส่วนที่่มองว่าเป็นปัญหาจากการขนส่งของ จ๊อบเบอร์ หรือผู้ค้าส่งน้ำมัน แต่จ๊อบเบอร์บอกว่าได้โควตาน้ำมันลดลงจากเดิม และการกำหนดดีเซล 2 ราคา ต่างกันถึงลิตรละ 10 บาท ทำให้ต้องมาแย่งเติมน้ำมันในปั๊ม จึงต้องไล่บี้ต่อไปว่าคลังน้ำมันไหนสต๊อกน้ำมันลดลง เพราะเหตุใด?
วิกฤตน้ำมันกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ชาวบ้านจังหวัดชายแดนอีสานใต้ เช่น จ.บุรีรัมย์ ที่เลือก พรรคภูมิใจไทย ยกจังหวัด ยังบ่นว่าเดือดร้อนไม่มีน้ำมันใช้เติมรถไถนา ได้เรียกร้องนายกฯ อนุทินเร่งแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน จึงต้องรอพิสูจน์ว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้จะเข้าสู่ระบบปกติตามที่นายกฯ ให้คำมั่นสัญญาหรือไม่
อย่างไรก็ตาม สงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้ยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะจบลงอย่างไร โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างแหล่งผลิตน้ำมัน เส้นเลือดใหญ่ของระบบพลังงานโลก ทำให้การผลิตน้ำมันและส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ หยุดชะงัก
น้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากเกิดภาวะขาดแคลนหรือราคาสูงขึ้น ก็จะกระทบ ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เชื่อมโยงธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ และผู้บริโภคโดยตรง
หากสถานการณ์ลากยาวจะเกิดวิกฤตที่ซับซ้อนหลายมิติ ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนยิ่งกว่าวิกฤตน้ำมันทุกครั้งที่ผ่านมา และหนักกว่าในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด
รัฐบาลจึงต้องแก้ไขสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ และวางแผนระยะยาวเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน โดยการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบแบบไม่ต้องเกรงใจกลุ่มทุนพลังงานที่อยู่รอบข้าง
นอกจากนี้ต้องบริหารอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนที่เดือดร้อนให้ดี จะพูดเอาเท่เหมือนตอนโควิดระบาดว่า "โควิดกระจอก" หรือก่อนน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ ว่า "เอาอยู่" คงไม่ได้อีกแล้ว เพราะชาวบ้านเดือดร้อน ย่อมคาดหวังให้รัฐบาลแก้ปัญหา
ดูตัวอย่าง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ที่เสนอให้ตัดงบอาหาร สส.ว่าเป็นเรื่อง ตลก ก็โดนทัวร์ลงยับ!
รัฐบาลอนุทินเฟส 2 ที่คุมเสียงข้างมาก หลังสภาผู้แทนฯ โหวตให้เป็นนายกฯ 293 เสียง และยังมีเสียงของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สีน้ำเงิน 138 คน จาก 200 คน อยู่ในมือ นอกจากนี้ยังมี เครือข่ายสีน้ำเงิน อยู่ในองค์กรอิสระอีก เรียกกว่าคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ การจะผลักดันนโยบายหรือกฎหมายต่างๆ ก็เป็นไปโดยง่าย
แต่อำนาจก็กลายเป็นยาพิษได้ หากใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบธรรม ดังวลีอมตะของลอร์ดแอ็กตัน (Lord Acton) นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ที่ว่า "Power tends to corrupt, and absolute power corrupts absolutely" (อำนาจนำมาซึ่งการคอร์รัปชัน อำนาจที่เบ็ดเสร็จยิ่งนำไปสู่การคอร์รัปชันได้อย่างไม่มีข้อจำกัด)
ในระหว่างการโหวตนายกฯ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยกเรื่อง คดีฮั้ว สว. ที่นายอนุทินเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาด้วย จึงถูกครหาเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และมองว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่สามารถทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
คดีฮั้ว สว. จะเป็นอีกเรื่องที่กระทบความเชื่อมั่นนายกฯ อนุทิน และกลุ่มสีน้ำเงิน ซึ่งกำลังงวดเข้ามาในชั้นของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้งคณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นควรยกคำร้อง อ้างว่าไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็น สว. 138 คน คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพร้อมเครือข่าย 91 คน รวมทั้งสิ้น 229 คน กระทำผิด สวนทางกับผลการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบพยานหลักฐานว่ามีการฮั้ว สว.จริง
จึงเป็นที่่จับตาว่า กกต.จะตัดจบล้างมลทินให้กลุ่มสีน้ำเงินหรือไม่ ทำให้มีการเรียกร้องให้เปิดผลการลงมติดังกล่าวว่ามีเหตุผลอย่างไร หากตัดจบโดยไม่มีการอธิบายให้กระจ่าง กกต.ก็จะถูกครหาว่ารับใบสั่งจากกลุ่มสีน้ำเงินหรือไม่
เช่นเดียวกับคดี ที่ดินเขากระโดง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งผลการสืบสวนไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จนต้องออกมาชี้แจงพัลวันว่าไม่ได้ยุติการสืบสวน แต่ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย
ในขณะที่สังคมมองว่าฝ่ายตัวเองมีขบวนการเคลียร์คดีให้พ้นมลทิน แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับถูกไล่ต้อน นักการเมืองหลายคนที่มีคดีความถูกออกหมายเรียก-หมายจับ เกิดคำถามว่ามีมาตรฐานเดียวกันหรือไม่
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยมีบทเรียนให้เห็น หากมีอำนาจเบ็ดเสร็จ แล้วใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทำลายกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบ ก็เท่ากับเปิดทางให้มีการใช้อำนาจในทางมิชอบ สุดท้ายก็ทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาล กลายเป็นวิกฤตศรัทธา นำมาซึ่งความล่มสลายในที่สุด
ในยุค ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งเรียกว่า "ระบอบทักษิณ" คิดจะอยู่ยาว แต่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ตัวเอง เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน คอร์รัปชันเชิงนโยบาย เล่นงานฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้คุณธรรม สุดท้ายกลายเป็น นักโทษชาย อยู่ในเรือนจำ
ย้อนไปยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี แม้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เป็นผู้วางรากฐานโรงกลั่นน้ำมันของประเทศไทย เพื่อความมั่นคงทางพลังงานจนถึงปัจจุบัน ออกนโยบาย 66/23 ยุติสงครามคอมมิวนิสต์ และสร้างความปรองดองในสังคมไทยได้ กลายเป็น รัฐบุรุษ ของประเทศ
สำหรับ นายกฯ อนุทิน ด้วยองคาพยพของรัฐบาลเฟส 2 ดูเหมือนทุกอย่างจะถูกจัดวางให้รองรับโครงสร้างอำนาจอย่างสมบูรณ์แบบ หากใช้อำนาจเพื่อตัวเองและพวกพ้องก็จะไม่ต่างจากผู้นำทรราชในอดีต หรือแค่ประคองตัวให้อยู่รอดไปวันๆ เหมือนนายกฯ คุณหนู?
แต่หากใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยไม่เกรงใจกลุ่มทุนผลประโยชน์ พร้อมวางรากฐานประเทศให้อนุชนรุ่นหลัง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ก็จะเป็นฐานค้ำอำนาจตัวเองให้มั่นคงอยู่ยาว กลายเป็น รัฐบุรุษ ได้เช่นกัน
อยู่ที่ว่า นายกฯ อนุทิน จะเลือกหนทางแบบไหน?.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชื่อครม.ฝ่า8ด่าน! แจกเอกสาร‘ว่าที่รมต.’กรอกประวัติส่ง23มี.ค.คาดจบเร็ว
โผ ครม.เพื่อไทยลงตัว ส่งชื่อ 8 คน ตามคาด “5 บิ๊กเนม” มาครบ พร้อม “3 รมช.ป้ายแดง” โควตาภาคกลาง-เหนือ-อีสาน "สมศักดิ์" หลุด ครม. "อนุทิน 2" เคาะจบสุดสัปดาห์นี้
'อนุทิน' แถลงหลังรับตำแหน่งนายกฯ สมัย 2 พร้อมรับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากทุกภาคส่วน
"อนุทิน" แถลงหลังพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯ สมัย 2 ให้คำมั่นปฎิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถ ควบคุม ครม.ทำงานสุจริต พร้อมตรวจสอบเข้มภาครัฐต้องโปร่งใส
'อนุทิน' รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ สมัยที่ 2
“อนุทิน” รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ สมัยที่ 2 “นายกฯ” กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นผลประโยชน์ชาติ-ความสุขของประชาชน สส.ภท.-พรรคร่วม-ครอบครัว ร่วมยินดีพรึ่บ
'อนุทิน' พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ย้ำยึดคำวินิจฉัยศาลรธน.
'อนุทิน' พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยืนยันตรวจสอบเข้ม ยึดคำวินิจฉัยศาลรธน. ชี้ 'ภูมิใจไทย' ไม่มีปัญหา ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลหากพบติดขัด ตีกลับต้นสังกัด
โทษปชช.ไร้ไอ้โม่งตุนน้ำมัน
"นายกฯ" นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ไล่บี้ทุกหน่วย สรุปไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน ไร้ไอ้โม่ง
ทุบ 'หม้อข้าว' นักการเมือง 'อภิสิทธิ์ชน' บนภาษีประชาชน
เปิดประชุมรัฐสภาสมัยที่ 27 นอกจากการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แล้ว

