กระแสรถ ‘EV’ มาแรง ‘คิงเจน’ ฮอต BTS ดอดถือหุ้น 4% สะท้อนความเชื่อมั่นธุรกิจ EV เติมเต็มตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านยานยนต์ไฟฟ้าและโลจิสติกส์ หนุนธุรกิจ EV เป็นแรงขับสำคัญพลิกทำกำไรในอนาคต โชว์จุดแข็งคือการเป็นพันธมิตรกับ Chery ในการเปิดโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
26 พ.ค.2569-นายนวพร เกียรติขจรวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกระแสข่าว บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เข้าถือหุ้น บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ในสัดส่วนประมาณ 4% ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ตลาดทุนกำลังจับตา ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง โดยทางบริษัทได้รับทราบจากผู้ถือหุ้นว่าได้มีการขายหุ้นให้กับกลุ่ม BTS จริง เนื่องจากเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์และรู้จักกันมาอย่างยาวนาน การเข้ามาถือหุ้นใน KGEN ส่วนตัวรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะ BTS เป็นบริษัทพันธมิตรที่มีศักยภาพ และมีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบการขนส่ง ในขณะที่ KGEN กำลังปรับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจมุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก จะส่งเสริมโอกาสในการเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของทั้งคู่ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ จ.ระยอง หลังเปิดอย่างเป็นทางการและเดินหน้าเข้าสู่การผลิตอย่างเต็มตัว ส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมในการทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ทันความกำหนดการ โดยมีกำลังการผลิต 50,000 คันต่อปี ขณะที่ยอดความต้องการรถ EV ทะลุ 50,000 คันแล้ว และในแผนระยะ 5 ปี (2569-2573) เป้ากำลังการผลิตจะอยู่ที่ 80,000 คันต่อปี ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของภูมิภาค โดยบริษัทมองว่าการเข้ามาของ BTS สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายใหญ่ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของบริษัทในระยะยาว เนื่องจากบริษัทอยู่ในช่วงที่เรียกว่า J Curve investment Phase คือผ่านการลงทุนหนักในช่วงแรก และจะเข้าสู่ช่วงของการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน KGEN มีโรงงานผลิตรถยนต์รองรับ และมีแบรนด์ในมือที่น่าสนใจ ทั้ง แบรนด์ Chery แบรนด์ OMODA และ JAECOO รวมถึงแบรนด์ FARIZON ภายใต้ค่าย GEELY แม้จะมีความท้าทายด้านการแข่งขัน แต่ KGEN มีจุดเด่นเหนือคู่แข่งหลายประการ ทั้งการร่วมทุนกับ Chery ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีอันดับต้นๆ ในจีนและมีประสบการณ์การส่งออกสูง ขณะเดียวกันโรงงานของ KGEN จะได้รับคำสั่งซื้อจาก Chery เพื่อผลิตรถยนต์สำหรับการส่งออกและจำหน่ายในประเทศอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการหาลูกค้าใหม่เองทั้ง 100% ขณะเดียวกันฝั่งพันธมิตรอย่าง Chery ยังอาจเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักบางส่วน ทำให้ฐานการเงินของ KGEN ยังคงแข็งแกร่งและมีความเสี่ยงต่ำในการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต ซึ่งในงาน Motor Show ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายทุกแบรนด์มากกว่า 2 หมื่นคัน
“ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน KGEN เป็นหุ้นที่น่าจับตามอง จากปัจจัยบวกจากการที่ธุรกิจเดิมเริ่มอยู่ตัวและมีธุรกิจใหม่ EV เข้ามาเสริมทัพ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานมีโอกาสพลิกกลับมาเป็นกำไรในอนาคต แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์เก็งกำไรตามการเติบโตของธุรกิจใหม่ โดยอาศัยจังหวะที่ราคาหุ้นยังสะท้อนมูลค่าในอดีต ขณะที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นเริ่มมี “ยักษ์ใหญ่” อย่าง BTS เข้ามาเป็นพันธมิตร ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต” นายมงคล กล่าว.

