
พาณิชย์ จ่อไฟเขียวขึ้นราคา “ปุ๋ยเคมี-อาหารสัตว์” หลังรัสเซีย-ยูเครน ดันราคาวัตถุดิบพุ่งแรง ย้ำพิจารณาตามต้นทุนที่แท้จริง ไม่ให้ค้ากำไรเกินควร ลั่นทั้ง 2 รายการ เป็นสินค้าควบคุม ถ้าพาณิชย์ยังไม่อนุญาต ห้ามขึ้นราคาเด็ดขาด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครทำเรื่องขอปรับขึ้นนราคาเข้ามาเป็นอย่างทางการ มีแค่พูดคุยกันเท่านั้น ขณะที่สินค้าอื่นๆ ยังอยู่ในช่วงตรึงราคา
9 มี.ค. 2565 – นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมวอร์รูมติดตามผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนว่า ที่ประชุมได้พิจารณาผลกระทบที่มีต่อสินค้าสำคัญ 2 รายการ คือ ปุ๋ยเคมี และวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวสาลี ที่ไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงจากรัสเซีย และยูเครน แต่ขณะนี้ราคาสูงขึ้นมาก จึงต้องหาแนวทางลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ เช่น ลดต้นทุนผลิต ฯลฯ โดยในส่วนของปุ๋ยยูเรีย เป็นผลพลอยได้จากก๊าซธรรมชาติ ที่ไทยต้องนำเข้า เพราะไม่สามารถผลิตได้เอง และรัสเซียเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ของโลก ส่วนข้าวสาลี ยูเครนเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ เมื่อแหล่งผลิตเกิดสงคราม จึงผลักดันให้ราคาสินค้าทั้ง 2 รายการปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ จะต้องดูแลตลอดห่วงโซ่การผลิตให้เกิดความเป็นธรรม ตั้งแต่ต้นทาง คือ ผู้ผลิต ไปจนถึงปลายทาง คือ ผู้บริโภค ถ้าพบว่า ต้นทุนผลิตปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็ต้องดูแลให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ ไม่เกิดภาวะสินค้าขาดแคลน ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องไม่เดือดร้อนจากราคาที่แพงเกินไป ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงราคา ก็จะให้ปรับตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ไม่ให้มีการฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควร และคงไม่ได้ให้สินค้าทุกตัวปรับขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากันหมด เพราะแต่ละสินค้าได้รับกระทบมากน้อยต่างกัน โดยจะเสนอให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พิจารณาด้วย
“ตอนนี้ ปุ๋ยเคมี และอาหารสัตว์ เป็นสินค้าควบคุมตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ถ้าผู้ประกอบการจะปรับราคา ต้องทำเรื่องมาที่กระทรวงพาณิชย์ก่อน ถ้ายังไม่อนุญาตก็ยังไม่สามารถขึ้นราคาขายได้ ซึ่งตอนนี้ ยังไม่มีใครทำเรื่องขอปรับราคาเข้ามาอย่างเป็นทางการ เพียงแค่พูดคุยกันเท่านั้น ขอย้ำว่า ต้นทุนทางบัญชีเป็นเรื่องที่หลอกกันไม่ได้ ถ้าพบว่า ใครให้ข้อมูลเท็จ จะมีความผิดแน่นอน”
ส่วนสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปนั้น ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังขอความร่วมมือผู้ผลิตตรึงราคาขายสินค้า 18 หมวดอย่างต่อเนื่อง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้า เนื้อสัตว์ ปุ๋ยเคมี*ยาจำกัด และปราบศัตรูพืช ฯลฯ และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฉับไว! 'ศุภจี' เผยทุเรียนประสบภัยธรรมชาติ ขายหมดแล้ว ยันติดตามใกล้ชิดทั้งช่วยเหลือเยียวยาและหาตลาด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความห่วงใยไปถึงพี่น้องสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พายุเมื่อวานนี้นะคะ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งแต่งตั้ง ที่ปรึกษา-เลขานุการ รมต.ศุภจี
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ ๖๗๔/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
'นราพัฒน์' มองไลฟ์ขายทุเรียน เจตนาดีช่วยเกษตรกร แต่ไม่ถูกจังหวะเวลา พร้อมข้อเสนอแนะ 'ศุภจี'
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเด็นร้อน “ขายทุเรียนลูกละร้อย” หลายท่านสอบถามความคิดเห็น
'ศุภจี' เซ็น MOU ผนึก 23 หน่วยงาน ปราบนอมินี-ทุนเทา อุดช่องโหว่ภาคการลงทุนไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี”พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ
'ศุภจี' รับกดซื้อแต่ไม่ทัน หลังสื่อจี้ถามปมพิมรี่พายไลฟ์ขายทุเรียน ปลัดพาณิชย์รีบดึงออกจากวงสัมภาษณ์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีสภาผู้แทนราษฎรเตรียมตั้งกระทู้ถามกรณีการไลฟ์สดขายทุเรียน และเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแก้ไขปัญหาราคาพืชผล โดยให้เหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเกาไม่ถูกที่คัน
'เอ็ดดี้' ชี้ 'ศุภจี' ไลฟ์ขายทุเรียน 100 บาท ทำถูกในเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่คอนเทนต์แต่ทำตลาดจริง
นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อ่านเกมศุภจี ไลฟ์ทุเรียน 100 บาท ศุภจีไม่ได้ทำแค่ “คอนเทนต์” แต่กำลังทำตลาดจริง

