‘คลัง’ยอมแล้ว!จ่อชงทบทวนเกณฑ์คัดกรองบัตรคนจน

‘คลัง’ ยอมแล้ว! เตรียมชงคณะกรรมการบัตรคนจนทบทวนเกณฑ์โครงการบัตรคนจน ปมลูกใช้สิทธิพ่อแม่ลดหย่อนภาษี ยืนยันได้ข้อสรุปใหม่ก่อนประกาศผลคัดกรองวันที่ 17 ก.ค. นี้ พร้อมรับฟังข้อเรียกร้องสมาคมภัตตาคารไทยอ้อนขอเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ยันอยู่ระหว่างเร่งพิจารณาโครงการให้ความช่วยเหลือให้ตรงจุดต่อไป

8 มิ.ย.2569- นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้แสดงความเป็นห่วงและสั่งการให้มีการทบทวนเกณฑ์ใหม่ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีที่มีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุพการีจริงจะไม่ได้รับสิทธิจากโครงการ ว่า เรื่องนี้เป็นไปตามข้อสังการของนายกรัฐมนตรี โดยกระทรวงการคลังจะมีนำเรื่องดังกล่าวมาทบทวนในการการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม และยืนยันว่าการทบทวนจะได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ก่อนประกาศผลการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 17 ก.ค. 2569

ทั้งนี้ ในส่วนของข้อสรุปว่าจะเป็นการทบทวนหรือยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าวนั้น ตามกฎหมายเป็นอำนาจของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน โดยยืนยันว่าวันนี้กระทรวงการคลังยินดีรับฟังทุกข้อเสนอแนะ และพิจารณาความจำเป็นในทุกด้าน ซึ่งนโยบายสาธารณะคงไม่ใช่เรื่องที่คิดแล้วทำโดยไม่ฟังใครเลย แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังมีข้อมูล มีที่มาของสาเหตุในการพิจารณาออกแต่ละเกณฑ์ในการคัดกรองครั้งนี้อยู่แล้ว รวมทั้งมีข้อมูลอยู่แล้วว่าปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอยู่แล้วเท่าไหร่ แต่รายละเอียดทั้งหมดอยากให้รอข้อสรุปภายหลังการประชุมก่อน

โดยสุดท้ายคณะกรรมการฯ จะมีข้อสรุปว่าให้ทบทวนหรือยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าว ก็ขอให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการฯ โดยหลักการไม่ขอก้าวล่วงอำนาจในส่วนนี้ แต่ยอมรับว่ามีสัญญาณและทิศทางที่ชัดเจนว่าจะเป็นการทบทวน เพราะวันนี้เหตุการณ์เลยมาไกลพอสมควรแล้ว ดังนั้นอยากให้รอข้อสรุปจากที่ประชุมก่อน ส่วนหลังจากนี้จะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบหรือไม่นั้น นายวินิจ ระบุว่า หากเรื่องไหนเป็นอำนาจของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมก็ต้องเป็นไปตามนั้น ส่วนเรื่องไหนต้องเสนอให้ ครม. รับทราบก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน

“ที่ผ่านมาเราพูดกันตลอดเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการรั่วไหล หรือปัญหาคนไม่จนจริง อย่างที่ทราบกันดีว่ากระทรวงการคลังมีความพยายามจัดการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาเราได้รับข้อมูลและข้อร้องเรียนเรื่องการรั่วไหลมาตลอด ดังนั้นในครั้งนี้เราจึงพยายามที่จะออกเกณฑ์เพื่อคัดกรองให้ได้คนที่จนอย่างแท้จริง แต่เมื่อมีข้อสั่งการจากฝ่ายนโยบายลงมา และเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่จะต้องนำมาทบทวนตามกระบวนการ โดยต้องมาดูในรายละเอียด ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯ จึงอยากให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าทุกอย่างจะดำเนินการไปตามขั้นตอน เมื่อมีความไม่สบายใจเกิดขึ้นในส่วนใด เราก็ทบทวนได้ เพราะนโยบายสาธารณะมันไม่มีใครถูกหรือผิดขนาดนั้น แต่เมื่อวันนี้เป็นเรื่องความไม่สบายใจก็มาทบทวนกัน” โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ

สำหรับกรณีที่มีข้อเสนอแนะให้มีการทบทวนเกณฑ์เรื่องวงเงินสินเชื่อรวมกันทุกประเภทหนี้และทุกบัญชี ต้องไม่เกิน 1 แสนบาทนั้น โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เกณฑ์ต่าง ๆ ที่กระทรวงการคลังได้ผลักดันออกมาเป็นการพยายามทำให้ครอบคลุมและปิดช่องโหว่เรื่องการรั่วไหล เพื่อคัดกรองให้ได้ผู้ที่ลำบากอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการเก็บตกกลุ่มตกหล่นให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการจากรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ ทำอย่างไรให้เม็ดเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกใช้อย่างคุ้มค่าในภาวะวิกฤติ ซึ่งทุกคนลำบากทั้งหมด แต่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นความตั้งใจที่จะช่วยเหลือคนที่ลำบากมากที่สุดอย่างแท้จริง จึงเป็นการให้ความช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า

นายวินิจ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการเร่งผลักดันโครงการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกกลุ่ม เนื่องจากปัจจุบรรทุกคนลำบาก และได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงานทั้งหมด แต่ต้องเข้าใจว่าต้องมีการแยกมิติสวัสดิการในการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มออกจากกันตามความเหมาะสม โดยโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เน้นให้ความช่วยเหลือคนที่ยากจนอย่างแท้จริงซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความรั่วไหล ควบคู่ไปกับการเก็บตกคนที่ตกหล่น ส่วนผู้สูงอายุ ก็มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ดูแลอยู่ เช่นเดียวกับเยาวชนก็มีสวัสดิการดูแลอยู่อย่างชัดเจน ส่วนกลุ่มที่อาจหลุดจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังมีโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รองรับอยู่

อย่างไรก็ดี เบื้องต้นคาดว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ในวันที่ 11 มิ.ย. 2569 เวลา 15.00 น.

โฆษกกระทรวงการคลัง ยังกล่าวถึงกรณีสมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือถึงรัฐบาลขอให้พิจารณาขยายสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ให้ครอบคลุมผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กที่มีรายได้ 2-5 ล้านบาทต่อปีด้วย ว่า รัฐบาลยินดีรับฟังข้อเรียกร้องของทุกกลุ่ม แต่วันนี้วัตถุประสงค์ของโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 คือการให้ความช่วยเหลือไม่ใช่แค่การกระตุ้นยอดขายเท่านั้น โดยรัฐบาลมองว่าร้านค้ารายย่อยจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานอย่างหนัก จากการส่งผ่านของราคาต้นทุน จึงจำเป็นต้องรีบเข้าไปช่วยประคองกลุ่มนี้ให้ยังอยู่ได้ ควบคู่ไปกับการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ส่วนกลุ่มอื่น ๆ นั้นรัฐบาลอยู่ระหว่างการเร่งเดินหน้ามาตรการในการให้ความช่วยเหลือให้ตรงจุดต่อไป.

 

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ เรียกถกด่วน สั่งเร่งสอบคดีทุจริตท้องถิ่น บุกรุกที่ดินภูเก็ต ล้างบางนอมินี ก่อนเดินทางเยือนจีน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์

'อนุทิน' แจง กสถ. เพิกถอนขรก.ท้องถิ่นโกงสอบ 3,000 คน ได้เลย ไม่ต้องรอนายกฯนั่งหัวโต๊ะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะออกเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.นี้ โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

'รองเซมเบ้' รับรู้จัก 'ดร.วิน' ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่น ยันไม่เคยจ้างงาน

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่าในวันพรุ่งนี้ (17ก.ค.69) ตนจะเดินทางไปเข้าร่วมประชุมการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ.

'โจ มณฑานี' สวน 'เท้ง ณัฐพงษ์' แซะมั่ว อนุทินคุมมหาดไทยหลายรัฐบาล ชี้โกงสอบท้องถิ่นมีมาก่อน

จากกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงผลประชุม ครม.เงา เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยวิจารณ์ความล้มเหลวในการบริหารกระทรวงมหาดไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายณัฐพงษ์กล่าวช่วงหนึ่งว่า "เรื่องของข่าวใหญ่ๆทั้งหลายล้วนเกี่ยวข้องกับวงโคจรของนายอนุทินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยสีน้ำเงินด้วย