ส.อ.ท. เปิดยอดดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมงวด พ.ค. ลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับ 84.7 หลังต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบพุ่งสูง หวังอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส-เติมเงินบัตรรัฐ” กระตุ้นจีดีพี 0.6-0.8%
17 มิ.ย. 2569 - นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนพ.ค.2569 อยู่ที่ระดับ 84.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 85.3 ในเดือนก่อน เนื่องจากมีปัจจัยกดดันจากภาคการผลิตที่ยังมีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังไม่ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของภาคการส่งออกและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และเฟอร์นิเจอร์
นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 3-4% จากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่ทยอยส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และกดดันความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ รวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคก่อสร้าง เกษตร และการผลิต ยังส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงหรือเกิดความล่าช้า
อีกทั้งความเสี่ยงจากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน รวมถึงการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญ เช่น แนฟทาและปุ๋ยเคมี ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลายประเภท อาทิ พลาสติก บรรจุภัณฑ์ ปิโตรเคมี และเกษตรแปรรูป
ทั้งนี้ ประเมินแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงิน 200,000 ล้านบาท สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการปรับโครงสร้างด้านพลังงาน
“คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ได้ประมาณ 0.6-0.8% และมีส่วนช่วยประคับประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคการผลิตในระยะต่อไป”นางพิมพ์ใจ กล่าว
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 91.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 92.8 จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีการยุติการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และปุ๋ยเคมี
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า สภาอุตฯ จึงมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ให้พิจารณาขยายระยะเวลามาตรการอุดหนุนน้ำมันแก่ภาคขนส่งแบบมุ่งเป้า เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน ลดภาระต้นทุนของภาคการผลิต รวมทั้งช่วยชะลออัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ เสนอให้รัฐเร่งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี ในโครงการ PromptBIZ ควบคู่กับการออกมาตรการจูงใจบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วมโครงการ “พี่ช่วยน้อง” และเสนอให้เร่งศึกษาความเหมาะสมในการนำเทคโนโลยี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก Small Modular Reactor (SMR) มาใช้เป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกของประเทศไทยในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส.อ.ท.-มหิดล–บพค. ผนึกกำลังเปิด “AI Innovation and Technology Center” ดัน AI ไทยจากห้องวิจัยสู่โรงงานจริง ขับเคลื่อนภาคการผลิตสู่ Intelligent Manufacturing
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ประกาศความร่วมมือจัดตั้ง“ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI Innovation and Technology Center)” พร้อมเดินหน้าโครงการ
นายกฯ คอนเฟิร์มข่าวดี เห็นชอบต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2
นายกฯ เผยเห็นชอบหลักการต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ” แล้ว รอ ’เอกนิติ‘ แถลงความชัดเจน ย้ำไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ยุคข้าวยากหมากแพง

