บอร์ดส่งเสริมฯ อนุมัติงบ สสว. 855 ล้าน หนุน 19 โครงการรัฐ ปี 69

บอร์ดส่งเสริมฯ อนุมัติงบ สสว. 855 ล้าน หนุน 19 โครงการรัฐ ปี 69 ตั้งเป้าอุ้ม SME กว่า 2.9 หมื่นราย กระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 5,163 ล้านบาท ดันเศรษฐกิจดิจิทัล ปฏิรูปธุรกิจด้วยการสร้างแบรนด์เชิงอัตลักษณ์ และฟื้นฟูผู้ประกอบการ

18 มิ.ย. 2569 – นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีมติเห็นชอบการจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อสนับสนุนส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ 2569 รวมทั้งสิ้น 19 โครงการ ภายใต้กรอบวงเงินอนุมัติรวม 855 ล้านบาท มุ่งยกระดับและขับเคลื่อนศักยภาพผู้ประกอบการไทยในทุกมิติ คาดช่วยสร้างโอกาสและฟื้นฟู SME ได้ไม่น้อยกว่า 29,290 ราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนกลับคืนสู่ประเทศได้มากกว่า 5,163 ล้านบาท

โดยการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานภายใต้ประเด็นมุ่งเน้นและปัจจัยท้าทายในระดับโลก 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ภาวะภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันระดับโลก ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรและสังคม โดยแบ่งกรอบโครงการดำเนินงานตามกลยุทธ์ภาพรวมออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. กลุ่ม Transform SME สู่เศรษฐกิจดิจิทัล มุ่งเน้นการใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัลในการยกระดับทักษะแรงงาน เพิ่มยอดขายออนไลน์เพื่อฟื้นฟูธุรกิจและรายได้ ดำเนินโครงการโดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

2. กลุ่ม Value Creation & Market Expansion มุ่งเน้นการปฏิรูปธุรกิจด้วยการสร้างแบรนด์เชิงอัตลักษณ์และ Soft Power ของไทย ขยายโอกาสสู่ตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่ม (เช่น Pink Market) ตลอดจนการเชื่อมโยงระบบการค้ายุคใหม่และธุรกิจไมซ์ (MICE) สู่สากล ดำเนินโครงการโดยกลุ่มภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมการค้าภายใน, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยพะเยา และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

3. กลุ่ม Recovery & Resilience มุ่งเน้นการฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ อุทกภัย และความไม่สงบตามแนวชายแดน รวมถึงการสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน การรักษาการจ้างงาน และเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างรวดเร็ว ดำเนินโครงการโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, มหาวิทยาลัยศิลปากร และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

4. กลุ่ม Inclusive Growth มุ่งเน้นการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนสู่การทำธุรกิจแบบมืออาชีพ ยกระดับมาตรฐานฮาลาลสู่สากล สร้างงานสร้างอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ดำเนินโครงการโดย สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ, กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

อย่างไรก็ตาม การจัดสรรเงินกองทุนฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม ‘คนตัวเล็ก’ หรือผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ สสว. และหน่วยงานพันธมิตรได้ออกแบบและคัดสรรโครงการอย่างเข้มข้น เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันและแนวทางการพัฒนาของคณะกรรมการส่งเสริมฯ ทั้งด้านการยกระดับการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด ตลอดจนการเสริมสร้างช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ

และเพื่อสร้างความมั่นใจในความโปร่งใสและคุ้มค่าสูงสุดของการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน สสว. ได้วางกลไกการกำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างเข้มงวด โดยประสานความร่วมมือระหว่างส่วนกลางผ่านฝ่ายบริหารโครงการพิเศษฯ และในระดับพื้นที่ผ่านฝ่ายศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร ควบคู่ไปกับการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อตรวจสอบผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานตามแผนงานและตัวชี้วัดอย่างใกล้ชิด

“เราเชื่อมั่นว่าเม็ดเงิน 855 ล้านบาทที่กระจายลงสู่โครงการส่งเสริมต่างๆ ในครั้งนี้ จะช่วยพยุงผู้ประกอบการรายย่อยให้รอดพ้นวิกฤต ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลกยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน”นางสาวปณิตา กล่าว

เพิ่มเพื่อน