
‘เอกนิติ’ ทุบโต๊ะสั่งทบทวนยุทธศาสตร์ Data Center ใหม่ทั้งหมด หวังยกระดับอุตสาหกรรมต่อยอดการเติบโต ปักหมุดคนไทยใช้ถูกลงและปลอดภัย ปูพรมอธิบไตย Data Center พร้อมคอนเฟิร์มจีดีพีปี 69 โตทะลุ 2% เดินหน้ายกระดับเสถียรภาพเศรษฐกิจสร้างจุดแข็ง ลุยแก้จุดอ่อนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน-ยกระดับทักษะแรงงาน ปักธง 4 ปียกระดับเศรษฐกิจประเทศแข็งแกร่ง
19 มิ.ย. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้มีการทบทวนยุทธศาสตร์ Data Center ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่มุ่งการยกระดับสู่ศูนย์กลาง (Hub) ด้านดิจิทัลและ AI ของภูมิภาคอาเซียน โดยใช้จุดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำ และการดึงดูดการลงทุนผ่าน BOI รวมถึงการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดเพื่อรองรับมาตรฐาน Green Data Center เนื่องจาก Data Center มีทั้งมุมบวกและมุมลบ ดังนั้นจึงต้องมาพิจารณาให้รอบคอบว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดแรงจูงใจในอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นประเทศอธิบไตยของ Data Center ซึ่งจะเป็นจุดแข็งในอุตสาหกรรมดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น จะมีการวางยุทธศาสตร์เพื่อให้การเติบโตในหลาย ๆ ส่วนทั้ง Data Center ที่จะต้องสนับสนุนให้มีการต่อยอดการเติบโตไปยังอุตสาหกรรมที่เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำ รวมถึงอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคนไทย เพื่อให้คนไทยสามารถใช้ Data Center ที่ถูกลงและปลอดภัยมากขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้ Data Center ในการพัฒนาทักษะคนไทยให้มากขึ้นด้วย
“Data Center มีทั้งมุมบวก และมุมลบ มุมบวกคือฐานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น AI หรือที่คนเห่อพูดกันว่าพาสปอร์ต หรือไม่พาสปอร์ต เหล่านี้มันต้องใช้ Data Center ใช้พื้นที่เก็บข้อมูลทั้งสิ้น ในมุมของประเทศไทยเราต้องเอาเรื่องนี้มาเป็นจุดแข็งเพื่อต่อยอดไปสู่เรื่อง Cloud Service เช่น การใช้บริการ Data Center ในประเทศไทยซึ่งสามารถใช้บริการได้เร็วขึ้น ก็ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อสร้าแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนผ่าน BOI แต่คนไทยต้องได้ใช้ถูกลง ส่วนเรื่องน้ำ-ไฟซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน ต้องยอมรับว่า Data Center ทั่วโลกใช้น้ำและไฟเยอะ ก็ต้องมาวางยุทธศาสตร์ BOI จะต้องไม่กระทบ หรือมาแย่งไฟ แย่งน้ำในเมืองไทย และต้องมาช่วยเสริมด้วยซ้ำ เช่น อาจจะมีการปลดล็อก Direct PPA ให้เขาช่วยทำพลังงานสะอาด ต้องทำให้เกิดการลงทุนควบคู่กันไป หรืออาจจะดึงคำขอใช้น้ำ-ไฟมาไว้ที่ BOI ที่เดียว นี่คือหนึ่งในมิติที่จะมีการทบทวนเรื่องยุทธศาสตร์ Data Center” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ
สำหรับภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 นั้น นายเอกนิติ ระบุว่า ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้ไม่ได้เป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล แต่ก็เป็นภารกิจที่รัฐบาลจะต้องเร่งบริหารจัดการให้เศรษฐกิจโตดีขึ้น และต้องโตมากกว่า 2% ขณะที่ในภาพรวมรัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ภาพการเติบโตของเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญ คือ การรักษาจุดแข็งในเรื่องเสถียรภาพของไทย และเร่งกำจัดจุดอ่อน คือ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะวันนี้ไทยยังเป็นประเทศที่มีการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศค่อนข้างสูง สะท้อนจากดุลบัญชีเดินสะพัดจากเดิมที่เป็นบวก แต่ปัจจุบันกลับมาติดลบ ตั้งแต่เกิดวิกฤตพลังงาน
นอกจากนี้ ยังต้องเร่งกำจัดจุดอ่อนเรื่องทักษะแรงงาน จุดอ่อนเรื่องกฎ กติกาในภาคการลงทุนที่วุ่นวาย ยุ่งยากกับนักลงทุนและภาคธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเสริมจุดแข็งต่าง ๆ ที่ไทยมี รวมถึงกรณีที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มองภาพเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ตรงนี้ถือเป็นกำลังใจ ขณะเดียวกันบริษัทเหล่านั้นก็มีการตั้งข้อสังเกต ไทยก็ต้องเก็บเอาตรงนั้นมาเป็นการบ้าน โดยการเปลี่ยนกำลังใจให้เป็นการบ้าน และมุ่งทำงาน โดยเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลในขณะนี้ คือ 4 ปีจะยกระดับประเทศเพิ่มขึ้นได้อย่างไร
นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญมาก ๆ ตรงนี้ต้องตั้งโจทย์ให้ถูก ไม่ใช่แค่การตั้งคำถามว่าจะเอาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ Data Center หรือ EV มาเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่หรือไม่ เพราะถ้าไทยไม่เอา โดยมองว่าอุตสหากรรมเหล่านี้จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบตัว K (K-Shaped) เฉพาะ K ขาบนเท่านั้นจะยิ่งแยก ไทยจะยิ่งตกขบวน แต่คำถามสำคัญ คือ จะทำอย่างไรที่จะทำให้คนไทยมาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมอนาคตนี้ให้ได้ ทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมที่อัปเกรดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้ให้ได้ นี่คือโจทย์สำคัญของรัฐบาล
“ที่ผ่านมากระทรวงการคลังพยายามทำเรื่องเหล่านี้ผ่านกลไกของ BOI และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่จะมีการประชุมในวันที่ 22 มิ.ย. นี้ เพราะหากเราตั้งโจทย์ได้ถูกต้องว่ายังไงโลกก็จะไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตแน่นอน ไทยก็ต้องเอาตัวเองให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสมการนั้นให้ได้ ไม่อย่างนั้นเราจะยิ่งหลุดขบวน” นายสันติธาร กล่าว

