กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาเป็นระยะ ทั้งที่ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งจะทำงานมาได้ 4 เดือนเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวถือว่าน้อยมาก หากเทียบรัฐบาลในอดีต ที่อย่างเร็วที่สุดจะปรับกันทุก 6 เดือน หรือครึ่งปี
ขณะที่ ‘อนุทิน’ นายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาปฏิเสธแล้วว่า ยังไม่มีการปรับ ครม. เช่นเดียวกับเลขาธิการพรรคอย่าง ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ระบุ 1 ปี จะมีการวัด KPI หรือผลงานของรัฐมนตรี
หากยึดไทม์ไลน์ ‘ไชยชนก’ บุตรชาย ‘ครูใหญ่’ เนวิน ชิดชอบ การปรับ ครม.จะยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้
แต่อย่างไรก็ดี กระแสข่าวการปรับ ครม.ที่ออกมาถี่ยิบในช่วงนี้ อาจจะมาจากสถานการณ์ ‘ภายนอกพรรค’ อย่างสถานการณ์ภาพรวมในประเทศ ที่คนมองว่า รัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะพิษเศรษฐกิจ
รัฐมนตรีหลายคน ไม่เว้นแม้แต่คนนอกอย่าง ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ถูกมองว่าทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหมาย นอกจากนี้ รัฐมนตรีใน ‘แก๊งลูกเทพ’ หลายๆ คนถูกมองว่า ไม่มีผลงาน และเป็น ‘รัฐมนตรีโลกลืม’
หลายคนถูกจับตาว่า อยู่ในข่ายถูกปรับออก ไม่ว่าจะเป็น นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี
นอกจากนี้ยังมีข่าวฉาวโฉ่อย่างเรื่องการทุจริตสอบพนักงานและข้าราชการท้องถิ่น ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาล และระบบราชการของประเทศเสียหายและเสื่อมศรัทธา
ซ้ำยังมีข่าวลือเรื่องรอยร้าวระหว่าง ‘2 น. 1 พ.’ ที่อาจจะถูกจับมาโยง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยต้องขยับอะไรบางอย่าง
ซึ่งเป็น ‘ปัจจัยภายนอก’ ที่อาจทำให้กระแสข่าวการปรับ ครม.ดังขึ้นในช่วงนี้
ขณะที่ ‘ปัจจัยภายใน’ พรรคภูมิใจไทย แม้ ‘ครูใหญ่’ จะรักษาบรรยากาศภายในพรรคได้แบบเบ็ดเสร็จ ไม่มีแตกแถว แต่ต้องยอมรับว่า มี สส.อีกหลายกลุ่มกลายมุ้งในค่ายสีน้ำเงิน ที่อยากให้การปรับ ครม.เกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะ ‘ต่อแถว’ อยู่
หลายคนอกหักจากการแต่งตั้ง ครม.ในรอบแรก และกำลังลุ้นให้เกิดขึ้นโดยเร็ว จะเห็นได้ว่า ทันทีที่มีข่าวว่า ‘น.หนู’ จะประเมินผลงานรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมาธิการใน 1 ปี ความกระตือรือร้นภายในค่ายสีน้ำเงินมีมากขึ้น
ทั้งรัฐมนตรี ทั้งประธานคณะกรรมาธิการต่างพยายามพรีเซนต์ผลงานตัวเองออกมา
รัฐมนตรีที่มองว่าเป็น ‘รัฐมนตรีโลกลืม’ เร่งทำผลงาน และออกหน้าสื่อบ่อยขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเงียบเชียบ เพราะไม่ต้องการถูกประเมินไม่ผ่าน จนถูกปรับ
ขณะที่เหล่าประธานคณะกรรมาธิการต่างๆ มีบทบาทผ่านหน้าสื่อมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งคนกลุ่มนี้ถูกจัดอยู่ใน ‘Waiting list’ มีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีในสักวันหนึ่ง อาทิ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ
นอกจากผู้ที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการแล้ว สส.หลายคนก็พยายามแสดงบทบาท ทำหน้าที่องครักษ์เพื่อให้เตะตาต้องใจผู้มีอำนาจ อย่างกรณี นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเคยเป็นอดีต รมว.อุตสาหกรรม และอดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีกลุ่มก๊กต่างๆ ที่ได้ สส.หลายคนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา หรือบางกลุ่มได้เกือบยกจังหวัด แต่ยังไม่ได้รับการปูนบำเหน็จเป็นเสนาบดีอีกหลายคน ซึ่งหากมีการปรับ กลุ่มเหล่านี้มีโอกาสถูกพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ เพื่อเป็นการบริหารความพอใจภายในพรรคภูมิใจไทย
แน่นอนว่า คนที่รอคิวต่างอยากให้ปรับ แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหว หรือสร้างแรงกระเพื่อมภายในพรรคได้ เพราะเป็นสิ่งที่ ‘ครูใหญ่’ ไม่ปลื้ม เห็นได้จากก่อนหน้านี้มี สส.บางคนพยายามเรียกร้องโควตาประธานคณะกรรมาธิการ แสดงความไม่พอใจผ่านสื่อ แต่สุดท้ายต้องออกมาขอโทษพรรค
ทำได้เพียงรอ และทำผลงานให้เห็น หลังจาก ‘น.หนู’ และ ‘ครูใหญ่’ ส่งสัญญาณประเมินผลงานในรอบ 1 ปี เพื่อกระตุ้นให้คนที่ ‘อยากอยู่ต่อ’ กับ ‘อยากเข้ามา’ ได้แข่งกันทำผลงาน
ขณะเดียวกัน ระยะเวลา 1 ปี ถือเป็นตัวเลขที่ลดแรงกระเพื่อมภายในพรรคได้ หากต้องการจะสลับเก้าอี้ เพราะถือว่าให้โอกาสทำงานพอสมควรแล้ว
และอาจจะเป็นระยะเวลาใน ‘บรรทัดฐาน’ ของ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ที่วางเอาไว้ก็ได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โผมท.-คลองหลอดฝุ่นตลบ สิงห์น้ำเงินผงาด แต่ไม่ยกแผง
ปกติการจัดทัพ-ทำโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ซี 10 ของกระทรวงมหาดไทย ทั้ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย-อธิบดี-ผู้ว่าราชการจังหวัด-ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้รับความสนใจจากแวดวงการเมืองพอสมควร ไม่แพ้โผทหาร-โผตำรวจ ยิ่งในช่วงการเมืองพีกๆ เช่น จะมีการเลือกตั้งใหญ่ หรือการเมืองแรงๆ มีโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจการเมือง โผมหาดไทยก็จะอยู่ในความสนใจของแวดวงการเมืองตามไปด้วย
นายกฯ หน้าบาน แม่ค้าขอไทยช่วยไทยพลัสมีต่อเนื่อง
นายกฯ โพสต์เดินสำรวจตลาดแบบออแกนิค โอ่ แม่ค้าชมไทยช่วยไทยพลัส ทำขายของหมดเร็วกว่าเดิม คนซื้อเยอะ อยากให้มีเรื่อยๆ
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
นายกฯย้อนปรับครม.ช้าๆ
“อนุทิน” อ้อนคนสุพรรณ ขอ สส. ยกจังหวัด ย้อนคำถามนักข่าวปรับ ครม.เร็วๆ นี้หรือไม่ ระบุปรับ ครม.ช้าๆ ชาวบ้านกรี๊ดนายกฯ ในดวงใจ “กรวีร์” ชี้ฝ่ายค้านปั่นกระแส หวังกดดัน
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

