
‘ธนารักษ์’ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘D-Value’ รับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ ชูแนวคิดสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย รับนโยบาย Digital Government ฟุ้งดึงเทคโนโลยีเสริมแกร่งประเมินราคาที่ดินรอบใหม่ สะท้อนตลาด-เศรษฐกิจ และใกล้เคียงมาตรฐานสากลมากขึ้น
24 มิ.ย. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวภายหลังพิธีเปิดให้บริการฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ ‘D-Value’ ภายใต้ระบบเผยแพร่ราคาประเมินทรัพย์สิน ว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้ารับบริการของประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine 6 เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Government
ทั้งนี้ D-Value คือ หนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากการบริการเดิมและอยู่ใน Effective Government ซึ่งเป็น Engine ตัวสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้รัฐเป็น Enabler ทำงานเร็ว โปร่งใส และใช้ Data & AI เพื่อเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้า เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
“D-Value มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินในการประกอบธุรกรรมทางการเงินและใช้ประกอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสารที่มีสถานะสำเนาถูกต้อง ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าว
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย พร้อมชูฟังก์ชันเด่นคือ “การสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม” ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง และการเลือกตำแหน่งแปลงที่ดินบนแผนที่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3ก อีกทั้งยังได้เปิดตัวบริการขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิดสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ดี มองว่า การนำเทคโนโลยีมาช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาที่ดิน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2570 (รอบ 4 ปี ตั้งแต่ 2570-2573) จากปัจจุบันราคาประเมินที่ดินยังต่ำกว่าราคาตลาดอยู่ราว 30-40% โดยเชื่อว่าราคาประเมินที่ดินรอบใหม่จะมีความใกล้เคียงและสะท้อนกับราคาตลาด สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และเป็นระดับราคาที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น รวมถึงสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยราคาประเมินที่ดินตามมาตรฐานสากลที่ต่างจากราคาตลาด 15%
สำหรับขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน โดย 1. เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง 2. สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด 3. ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล และ 4. รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมล ภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอกนิติ’ชูไทยช่วยไทยพลัสช่วยเพิ่มยอดขาย หนุนผู้ประกอบการใช้AIอัปสกิลยกระดับธุรกิจ
‘เอกนิติ’ ชูโครงการไทยช่วยไทย พลัส หนุนผู้ประกอบการยกระดับการใช้ AI ช่วยเพิ่มยอดขาย เร่งอัปสกิลร้านอาหารไทยใช้ AI ยกระดับธุรกิจจริง ด้าน LINE MAN Wongnai เปิดตัว ‘Wongnai Genie’ AI ผู้ช่วยสำหรับร้านอาหาร
ศุลกากรภาค 2 จับสินค้าเถื่อนมูลค่ากว่า 238 ล้านบาท
ศุลกากรภาค 2 จับกุม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้อื่นๆ เมืองกำเนิดต่างประเทศ มูลค่ากว่า 238 ล้านบาท
'เอกภพ' แย้ม 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟสสอง ให้ 1 พัน ใช้ 2 เดือน
โฆษกรัฐบาลแย้ม 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 จ่อให้เงินรวดเดียว 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน รอกระทรวงคลังสรุปอีกรอบ

