ORN มั่นใจทั้งปีรายได้โต 20% ตุนแบ็กล็อก4,261ล้าน

ORN กางแผนครึ่งปีหลัง 2569 เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ พัฒนาที่อยู่อาศัยตอบโจทย์กลุ่มเรียลดีมานด์ ขยายฐานลูกค้าไทยและต่างชาติ เร่งต่อยอดธุรกิจสร้างรายได้ประจำ คอมมูนิตี้มอลล์ โรงเรียนนานาชาติ ธุรกิจทรัพย์มือสอง มั่นใจรายได้โตตามเป้า 20% ตุน Backlog 4,261ล้าน

19 ก.ค.2569- นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก จากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์หลายโครงการ ได้แก่ โครงการ HABITAT MAHIDOL, ARISE VIBE PHUKET, ARISE HILL ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากเมียนมา  จีน และชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการซื้อสูง และวางเงินดาวน์สัดส่วน 30-50% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์อรสิริน

อีกทั้ง บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,158  ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ ได้แก่ เดอะ เน็กซ์ เจ็ดยอด 4, THE ASTRA SAMUI และ ARISE BUSINESS PARK และโครงการแนวราบ 1 โครงการ ได้แก่ บีลีฟ วงแหวน–สันกำแพง 2 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างยอดขายและรายได้ในอนาคต

“ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยบริษัทมียอดขายสุทธิ (Net Presale)จำนวน 2,207 ล้านบาท และมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 4,261 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 32% และโครงการแนวสูง 68% ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป มั่นใจว่าผลการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปีจะเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้”นายปรีดิกร กล่าว

นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์พื้นที่ภาคเหนือและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย ยังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง จากการทยอยฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การเข้ามาของประชากรแฝง นักลงทุนต่างชาติ กลุ่มผู้พำนักระยะยาว (Long Stay) และครอบครัวผู้ปกครองของโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งนับเป็นฐานลูกค้าสำคัญของบริษัท ขณะที่ เชียงใหม่ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่และดีที่สุดของโลก ยิ่งช่วยเสริมศักยภาพด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน ส่งผลดีต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในระยะยาว

บริษัทวางกลยุทธ์พัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละทำเล โดยให้ความสำคัญด้านการออกแบบ ฟังก์ชันการอยู่อาศัย และมาตรฐานการก่อสร้างระดับสากล พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของภาคเหนือที่ได้รับมาตรฐาน EDGE Champion สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการใช้สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) เพื่อบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) สร้างความมั่นคงของผลประกอบการระยะยาว ปัจจุบันธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ THE BACKYARD มีพื้นที่ให้เช่ารวม 3,026 ตารางเมตร มีผู้เช่าแล้วประมาณ 81% และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 พร้อมทั้งศึกษาการขยายโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ในทำเลที่มีศักยภาพเพิ่มเติม

ด้านธุรกิจบริหารทรัพย์มือสอง บริษัทเตรียมจัดหาทรัพย์คุณภาพเพิ่มอีกประมาณ 10 ยูนิต แบ่งเป็นบ้าน 30% และคอนโดมิเนียม 70% มูลค่ารวมประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อรีโนเวทและจำหน่ายต่อ รองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ โรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand เตรียมเปิดภาคการศึกษาใหม่ โดยปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 176 คน จากเดิมในปีการศึกษาแรกที่ 81 คน แบ่งเป็นนักเรียนไทยประมาณ 40% และนักเรียนต่างชาติ 60% ได้แก่ จีน เกาหลี พม่า และชาวยุโรป คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป และมีศักยภาพสร้างรายได้ประมาณกว่า 100 ล้านบาทต่อปี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เล่าต๋า ‘ผลพลอยได้’

“คำพิพากษาศาล” ว่าเหนือสุดแล้ว แต่ยังมี “เหนือกว่า” คือ “กรมราชทัณฑ์” ในสังกัด “กระทรวงยุติธรรม”! ศาลตัดสินจำคุก “นายเล่าต๋า แสนลี่” นักค้ายาเสพติดตัวฉกาจ

7 เดือนปี 69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท

7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาทตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

พาณิชย์เผย 7 เดือนต่างชาติขนเงินลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท

7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาท ตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

อย่าให้ “ยิว” ฝังราก!

จะเป็นเดือนมาแล้วมั้ง? ที่ผมนั่งอ่านข่าว “นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๒ รมช.มหาดไทย ผู้เอางาน-เอาการ

'รมว.ดีอี' ลั่นไม่เลือกข้าง 'สงครามเอไอ' สหรัฐบีบพันธมิตรไม่ให้ร่วมกลุ่มจีน

รมว.ดีอี กล่าวถึงกรณีสหรัฐเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตรต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กับประเทศจีนว่า เราไม่เลือกแน่ๆ เพราะจุดยืนตั้งแต่ต้นคือ เป็นกลางด้านภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะอยากให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีทุกรูป

'UNCLOS' เริ่มแล้ว

ได้ตัว “ประธานคณะผู้ประนอม” แล้วครับ! คือ "แคทรีนา คูเปอร์" ชาวออสเตรเลีย เป็น "นักการทูต" และ "นักกฎหมายระหว่างประเทศ"