‘เอกนิติ’ ชูเร่งลงทุน-ปั๊มขีดแข่งดันดันศก.ไทย รับงบประมาณมีจำกัดลุยงัด5Tปูพรมโตยาว

‘เอกนิติ’ ยอมรับศักภาพเศรษฐกิจไทยถอยหลัง เร่งวางรากฐานปูพรมสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี ชูปั๊มลงทุนเพิ่มเป็น 30% ของจีดีพี-อัปขีดความสามารถแข่งขันติดTop20-ปั้นจีดีพีโตทะลุ 3% พลัส เร่งอัดลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ รับ ‘ภาคการคลังภาระหนัก’ งบประมาณมีจำกัด เร่งงัดยุทธศาสตร์ 5T ย้ำต้องใช้เงินทุกบาทอย่างคุ้มค่า

7 ส.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวในหัวข้อ New Horizons of Fiscal Policy : Empowering People, Building Resilience ขอบฟ้าใหม่ของนโยบายการคลัง : สร้างโอกาสให้ประชาชน เสริมสร้างภูมิคุ้กันเศรษฐกิจ ว่า ต้องยอมรับว่าปัจจุบันศักยภาพเศรษฐกิจไทยถอยหลังเหลือ 2% ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อการวางรากฐานและยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายระยะยาว ภายใน 12 ปี ยกระดับให้ไทยเป็นประเทศรายได้สูง

ขณะที่เป้าหมายระยะสั้นภายใน 4 ปี รัฐบาลต้องเร่งวางรากฐานให้เศรษฐกิจเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ประกอบด้วย การเพิ่มระดับการลงทุนของประเทศเป็น 30% ของจีดีพี จากปัจจุบันเหลือ 23% ของจีดีพี เพราะเมื่อประเทศไม่มีการลงทุนใหม่ก็ไม่มีปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโต จึงทำให้เศรษฐกิจไทยถดถอยมาเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันยังต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้ติด Top20 จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 26 รวมถึงเร่งยกระดับศักยภาพเพื่อให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 3% พลัส จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.8-2.9% ซึ่งแนวทางสำคัญคือการเพิ่มการลงทุน เพื่อให้ไทยสามารถคว้าโอกาสในโลกเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังจะมาถึงได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งอุตสาหกรรม AI อุตสาหกรรมเซมิคอนดักซ์เตอร์ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เป็นต้น

ดังนั้น โจทย์ของอุตสาหกรรมใหม่สำหรับประเทศไทยจึงไม่เหมือนเดิม ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งออกแบบมาตรการเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังจะเข้ามา เพื่อดึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ การดึง Local Supply Chain ในประเทศให้เกิดขึ้น

“การลงทุนจะเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่ีอนเศรษฐกิจของไทยจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในอุตสาหกรรมใหม่ และลงทุนในคน เพื่อเป็นการคว้าโอกาส ซึ่งไทยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากภูมิประเทศที่ได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่เราสามารถค้าขายได้กับทุกคนทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก เรามีวัตถุดิบที่เพียงพอ เรามีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี วันนี้เห็นชัดว่าลมพัดมาแล้ว หน้าที่ของรัฐบาลคือการเป็นลมใต้ปีกเพื่อให้ลมพัดไปตรงจุดจากนี้” นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวยอมรับว่า ปัจจุบันภาคการคลังมีภาระหนักมาก ด้วยเพราะงบประมาณไม่ได้มีเหลือเยอะมากเหมือนในอดีต เงินทุกบาทจึงสำคัญมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงเน้นการดำเนินนโยบายในการบริหรเศรษฐกิจแบบตรงเป้า ใช้เงินให้คุ้มค่า ผ่านกรอบการทำงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ 5T ได้แก่ Targeted (มุ่งเป้าเยียวยา), Transition (เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน), Transform (ปฏิรูปเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง), Transparency (เน้นความโปร่งใสใช้ดิจิทัลตรวจสอบได้) และ Together (ดึงเอกชนร่วมกลั่นกรอง)

อย่างไรก็ดี มองว่าหากไม่เร่งดำเนินการอะไรเลย เศรษฐกิจไทยหลังจากนี้ก็จะมีแต่ถอยหลัง วันนี้ทุกคนอาจจะเหนือ แต่เมื่อรัฐบาลเข้ามาตรงนี้แล้วและมีความตั้งใจอยากทำให้ประเทศดีขึ้น การลุกขึ้นมาทำอะไรวันนี้อาจจะไม่ง่าย แต่เชื่อว่าหากคนไทยทุกคนอยากเห็นประเทศดีขึ้น การรวมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ก็จะทำให้ประเทศดีขึ้นได้ เพราะประเทศไทยยังมีความหวัง การดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ในวันนี้ให้ดี เพื่อรองรับอนาคตของลูกหลานที่จะช่วยนำพาประเทศไทยไปสู่ขอบฟ้าใหม่

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2569 FPO Symposium ภายใต้แนวคิด FPO’s New Horizons Data In Dept Reshape Fiscal Policy ว่า ยอมรับว่าปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ที่จำกัดมาก ประเทศไทยอยู่บนความท้าทายที่การคลังมีปัญหา โดยเปรียบเทียบกับวิกฤตปี 2540 ที่เป็นวิกฤตภาคการเงิน แต่ในปัจจุบันภาคการเงินมีความเข้มแข็ง ขณะที่ภาคการคลังกลับต้องแบกรับภาระหนัก

“ยอมรับภาคการคลังเหนื่อย ทำอย่างไรจะใช้เครื่องมือที่มีให้มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจมีความท้าทายด้วยวิกฤตบนความไม่แน่นอน”นายวินิจ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

KJLโชว์ Q2/69 กำไรโต 49%รับดีมานด์อุตฯหนุนเป้าปีโต 12.7%

‘กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค’ ฟอร์มแรงต่อเนื่องกวาดรายได้ Q2/69 ที่ 335.17 ล้านบาททำกำไรที่ 38.38 ล้านบาท โต 49.51% QoQ รับดีมานด์อุตสาหกรรมหนุนเป้าปีโต 12.7%