ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล เปิดมุมมองจากที่มาของอาหารใน ‘วันหัวใจโลก’ และ ‘วันสากลเพื่อการตระหนักรู้เกี่ยวกับการสูญเสียและขยะอาหาร’

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ชวนมองระบบอาหารผ่าน 2 ประเด็นสำคัญ ทั้งสุขภาพหัวใจและปัญหาขยะอาหาร พร้อมชี้บทบาทของผู้บริโภค ผู้ผลิต ธุรกิจอาหาร และค้าปลีกในการปรับพฤติกรรมตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่การเพิ่มทางเลือกโปรตีนจากพืช การใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการลดการสูญเสียอาหาร เพื่อสร้างระบบอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและความยั่งยืน

22 ก.ย. 2569 – ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าวว่า การสร้างระบบอาหารที่ดีขึ้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในครั้งเดียว แต่สามารถเริ่มจากมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน ทั้งการเลือกอาหารจากพืชมากขึ้นและใช้สิ่งที่ซื้อมาให้คุ้มค่า หากทางเลือกเหล่านี้เกิดขึ้นในวงกว้าง ก็สามารถช่วยขับเคลื่อนระบบอาหารไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับ 2 วาระสำคัญในวันที่ 29 กันยายน ได้แก่ วันหัวใจโลก (World Heart Day) และวันสากลเพื่อการตระหนักรู้เกี่ยวกับการสูญเสียและขยะอาหาร (International Day of Awareness of Food Loss and Waste) ซึ่งทำให้เรื่องอาหารถูกมองกว้างกว่าการบริโภคในแต่ละมื้อ ทั้งในมิติสุขภาพ ทรัพยากร กระบวนการผลิต และการจัดการอาหารที่ไม่ได้ถูกบริโภค

ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ปี 2568 ประเทศไทยผลิตไข่ไก่กว่า 16,056 ล้านฟอง หรือเฉลี่ยเกือบ 44 ล้านฟองต่อวัน สะท้อนขนาดของระบบการผลิตอาหารที่ต้องใช้ทั้งทรัพยากร พลังงาน และกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ปัญหาการสูญเสียและขยะอาหารยังเป็นโจทย์ระดับโลก โดยข้อมูลจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า ในปี 2565 โลกมีขยะอาหารกว่า 1.05 พันล้านตัน จากครัวเรือน ธุรกิจบริการอาหาร และภาคค้าปลีก คิดเป็นราว 19% ของอาหารที่มีให้ผู้บริโภค และเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกราว 8–10%

ด้านองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ในวาระวันสากลเพื่อการตระหนักรู้เกี่ยวกับการสูญเสียและขยะอาหารปี 2569 ชูแนวคิด “The Transformative Potential of Reducing Food Loss and Waste” โดยมองว่าการลดอาหารสูญเสียและขยะอาหารสามารถช่วยลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ และเศรษฐกิจ

ในมิติสุขภาพ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคอาหารที่หลากหลาย โดยเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และพืชตระกูลถั่ว ขณะที่การเพิ่มสัดส่วนโปรตีนจากพืชทดแทนเนื้อแดงเป็นอีกทางเลือกที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังบางประเภท สอดรับกับแนวคิดวันหัวใจโลกปีนี้ “Don’t Miss a Beat” ที่มุ่งสร้างความตระหนักเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือด

สำหรับภาคธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืนจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิต ธุรกิจอาหาร ร้านอาหาร ไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งการเพิ่มทางเลือกด้านอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การบริหารจัดการวัตถุดิบเพื่อลดการสูญเสีย การยกระดับมาตรฐานการผลิต และการจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยเชื่อมเรื่องสุขภาพของผู้บริโภคเข้ากับการใช้ทรัพยากรและการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน