
ชามา (Shama) แบรนด์เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ภายใต้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป รับเทรนด์คนทำงานและผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตและอยู่อาศัยข้ามเมืองมากขึ้น พร้อมชูแนวคิด ‘The Joy of Living’ ยกระดับการเข้าพักให้มากกว่าที่พัก รองรับความต้องการของผู้ที่เดินทางระหว่างเมืองเพื่อทำงาน ตรวจสุขภาพ ดูแลครอบครัว หรือพักอาศัยในช่วงเวลาหนึ่ง
12 ส.ค. 2569 – ชามา มองว่า การใช้ชีวิตข้ามเมืองกำลังกลายเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่พบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตรวจสุขภาพและพักฟื้น ผู้ปกครองที่เข้ามาดูแลบุตรหลานระหว่างเปิดภาคเรียนหรืองานสำคัญของครอบครัว นักธุรกิจที่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานเป็นประจำ ผู้บริหารและชาวต่างชาติที่ย้ายเมืองเพื่อเริ่มต้นการทำงาน รวมถึงคนทำงานแบบ Hybrid และผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาดูแลโครงการระยะสั้น ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการเดินทาง การทำงาน และการใช้ชีวิตเริ่มเลือนหาย
จากพฤติกรรมดังกล่าว “ที่พัก” จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับพักผ่อน แต่ต้องสามารถรองรับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก ยืดหยุ่น และเป็นธรรมชาติ โดยแนวคิด “The Joy of Living” ของชามามุ่งสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าพักสามารถใช้ชีวิตและทำกิจวัตรในแบบของตัวเอง พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตของแต่ละย่านและเชื่อมโยงกับชุมชนรอบตัว
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านโครงการชามาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งเลือกทำเลที่เชื่อมต่อกับศูนย์กลางธุรกิจ โรงพยาบาลชั้นนำ โรงเรียนนานาชาติ ระบบขนส่งมวลชน และแหล่งไลฟ์สไตล์สำคัญ พร้อมรายล้อมด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และผู้คนในชุมชน เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถปรับตัวเข้ากับจังหวะชีวิตของแต่ละพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะเข้าพักเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลายเดือน หรือใช้ชีวิตระยะยาว
สำหรับประเทศไทย ชามา เย็นอากาศ กรุงเทพฯ (Shama Yen-Akat Bangkok) ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการหลีกหนีความเร่งรีบของเมือง แต่ยังสามารถเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจได้สะดวก ด้วยทำเลในย่านพักอาศัยที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และคอมมูนิตี้ เชื่อมต่อสาทร สีลม และพระราม 3 พร้อมเป็นที่พักที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง
ขณะที่ ชามา เลควิว อโศก กรุงเทพฯ (Shama Lakeview Asoke Bangkok) รองรับผู้ที่ต้องใช้ชีวิตและทำงานใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยทำเลในย่านอโศก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่เชื่อมต่อทั้ง BTS และ MRT ใกล้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เทอร์มินอล 21 ดิ เอ็มดิสทริค และสวนเบญจกิติ จึงเหมาะกับนักธุรกิจ ผู้บริหาร และครอบครัวที่ต้องการพักอาศัยในเมือง
ด้าน ชามา สุขุมวิท กรุงเทพฯ (Shama Sukhumvit Bangkok) ตั้งอยู่ใกล้ย่านธุรกิจ แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จึงรองรับทั้งผู้ที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อทำงาน ตรวจสุขภาพ หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัว
ส่วน ชามา สุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ (Shama Sukhumvit 101 Bangkok) มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่สงบและเป็นกันเองในสุขุมวิทตอนปลาย ใกล้ Cloud11 และ True Digital Park ซึ่งเป็นศูนย์กลางของคนทำงานรุ่นใหม่และสตาร์ทอัพ พร้อมเชื่อมต่อ BTS และทางด่วน ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิตในชุมชน ตามแนวคิด Connected Neighborhood
สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรับการรักษาพยาบาลหรือเข้ามาปฏิบัติงานในช่วงเวลาหนึ่ง ชามา เพชรบุรี 47 กรุงเทพฯ (Shama Petchburi 47 Bangkok) ตั้งอยู่ติดกับโรงพยาบาลกรุงเทพ และห่างจากโรงพยาบาลเพชรเวชประมาณ 5 นาที พร้อมเชื่อมต่อพระราม 9 ทองหล่อ และเอกมัย ขณะที่ ชามา เอกมัย กรุงเทพฯ (Shama Ekamai Bangkok) นำเสนอการอยู่อาศัยในย่านเอกมัยและทองหล่อ รายล้อมด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งไลฟ์สไตล์ แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวและพื้นที่สีเขียวสำหรับการพักผ่อน
นอกจากการพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์แต่ละทำเลแล้ว ชามายังมี “Shama Social Club” และ “Shama Friends” สองโปรแกรมไลฟ์สไตล์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านและชุมชนรอบตัว เพื่อช่วยให้ผู้ที่เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองใหม่สามารถสร้างความคุ้นเคยกับพื้นที่และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนตั้งแต่วันแรก
การออกแบบประสบการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด More of What You Love ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มุ่งสร้างสรรค์การบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เดินทางแต่ละไลฟ์สไตล์ ผ่านแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน พร้อมต่อยอดประสบการณ์การเข้าพักผ่านสิทธิประโยชน์จาก ONYX Rewards ประสบการณ์ด้านอาหารจาก ONYX Dining และบริการที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักกับผู้คน ชุมชน และจุดหมายปลายทาง
ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าพัฒนาแบรนด์และประสบการณ์การบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยชามายังคงมุ่งพัฒนาเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ให้เป็นมากกว่าที่พัก ด้วยการสร้างพื้นที่ที่รองรับทั้งการทำงาน การเดินทาง และการอยู่อาศัย พร้อมเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับชุมชนในแต่ละทำเล ภายใต้แนวคิด “The Joy of Living”

