
‘คลัง’ กดปุ่ม ก.ย. 2569 เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน รุ่น 2 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เชื่อเป็นกลไกช่วยสนันบสนุนด้านการเปลี่ยนผ่านสภาพภูมิอากาศควบคู่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ขีดเส้น 31 ส.ค. นี้ โรดโชว์ในประเทศ ส่วน 1-4 ก.ย. ลุยฮ่องกง-สิงคโปร์
19 ส.ค. 2569 – นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond : SLB) รุ่นที่ 2 ภายใต้ชื่อ SLB425A อายุประมาณ 15 ปี โดยกำหนดวงเงินเบื้องต้น 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2569
ทั้งนี้ สบน. มีแผนจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์แก่ผู้ลงทุน (Roadshow) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน รวมถึงกรอบการระดมทุนและโครงสร้างทางการเงินของพันธบัตรดังกล่าว โดยมีกำหนดจัดกิจกรรมสำหรับผู้ลงทุนภายในประเทศในวันที่ 31 ส.ค. 2569 และสำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ฮ่องกง และสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 1-4 ก.ย. 2569 โดยคาดว่าภายในวันที่ 10 ก.ย. นี้ จะดำเนินการสำรวจความต้องการซื้อและกำหนดอัตราดอกเบี้ย (Book Building) และมีกำหนดออก SLB รุ่นที่ 2 ในช่วงกลางเดือน ก.ย. 2569
สำหรับพันธบัตร SLB425A นั้น ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (Key Performance Indicators : KPIs) จำนวน 2 ตัว ครอบคลุมทั้งมิติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความเชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เนื่องจากการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ นอกจากจะช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ยังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศในระยะยาว
โดยตัวชี้วัดที่ 1 มุ่งลดปริมาณการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของประเทศ ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วน รวมถึงภาคการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้ (Land Use, Land-Use Change and Forestry : LULUCF) โดยกำหนดเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เหลือ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2578 หรือลดลง 47% เมื่อเทียบกับระดับปี 2562
ตัวชี้วัดที่ 2 มุ่งเพิ่มสัดส่วนพื้นที่คุ้มครองทางบกและแหล่งน้ำในประเทศ รวมถึงพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-Based Conservation Measures : OECMs) ให้มีสัดส่วนรวมไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ประเทศภายในปี 2573
“SLB รุ่นที่ 2 จะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคการเงินและตลาดทุนในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ ช่วยสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนของประเทศ ยกระดับแนวทางการระดมทุนของภาครัฐให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล” นางจินดารัตน์ กล่าว

