นายกฯ ย้ำ 'ซีพี' ขอเลิกสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ทำยาก สัปดาห์หน้าเรียกเลขาฯอีอีซี ถก

นายกฯ ย้ำ ซีพี ขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ทำยาก-ไม่เคยมีเอกชนขอเทรัฐก่อน ชี้ระเบียบสำนักนายกฯต้องรับผิดชอบส่วนต่าง เตือนอาจถูกขึ้นบัญชีดำ หากทิ้งงาน เผยสัปดาห์หน้าเรียกเลขาอีอีซี ถก

28 ส.ค. 2569 - ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศ เตรียมเจรจากับ บริษัท เอเชีย เอรา วัณ (ในเครือซี.พี.) เพื่อแก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หลังจากบริษัทเครือซีพี ส่งหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญา และยุติเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ วันที่ 30 ก.ย.นี้ ว่า เรื่องนี้ตนยังไม่รับทราบรายละเอียด แต่สัปดาห์หน้าตนจะเชิญนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มาพบหารือ เพราะมีหลายเรื่องต้องดำเนินการต่อ และหลายเรื่องที่ออกกฏผ่านคณะกรรมการอีอีซี และนำเสนอเป็นพระราชบัญญัติ หรือกฏหมาย

เมื่อถามว่า จะมีการหารือกรณีเรื่องยุติเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ วันที่ 30 ก.ย.นี้ ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวคงต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งการทำสัญญากับภาครัฐไม่ใช่จะยกเลิกกันง่ายๆ

เมื่อถามว่า เมื่อเหตุผลเพียงพอก็สามารถพิจารณายกเลิกได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเห็นมีแต่รัฐยกเลิก ไม่เคยเห็นเอกชนขอยกเลิก เพราะการยกเลิกสัญญากับภาครัฐมีผลตามมาเยอะแยะไปหมด เช่น ถูกขึ้นบัญชีดำ ถูกกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน หรือต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นห่วง สมมติงานหนึ่งทำสัญญาไปเท่านี้ แล้วพอยกเลิกหากไปประมูลใหม่ และเกิดราคาสูงขึ้น ซึ่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ว่าผู้ที่ยกเลิกคู่สัญญาเดิมต้องรับผิดชอบในส่วนต่าง ซึ่งไม่ใช่ง่ายๆ และยังมีเงื่อนไขอีกเยอะแยะ

“ผมคิดว่ายังไม่ใช่สิ่งที่ทำกันง่ายๆ เดี๋ยวผมเชิญเลขาฯอีอีซีมาพบก่อน แต่ว่าจริงๆคู่สัญญาน่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม ต้องทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง”นายอนุทิน กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ร่ายยาวยันใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทอย่างคุ้มค่าโปร่งใสตรวจสอบได้!

'อนุทิน' ยันรัฐบาลใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทอย่างคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมบริหารหนี้ไม่ให้เกินเพดาน 70% ชี้วิกฤตพลังงานกระทบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง จำเป็นต้องกู้เพื่อรับมือสถานการณ์เร่งด่วน