ช่วงนี้ชื่อ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เห็นบ่อยเหลือเกิน
โดยเฉพาะเรื่องไหนมีคำว่า “บุรีรัมย์” “ภูมิใจไทย” “เขากระโดง” หรือชื่อ “เนวิน ชิดชอบ” อยู่แถวๆ นั้น โอกาสเจอทนายอั๋นก็สูงตามไปด้วย
เรื่องนั้นก็ร้อง เรื่องนี้ก็ยื่น
ล่าสุดก็เขากระโดงอีกแล้วครับ
แต่คราวนี้คนถูกร้องไม่ได้นั่งเฉย
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สวนกลับด้วยการเปิดประวัติการต้องโทษของพ่อแม่ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์”
เรียกว่าร้องมา ก็ขุดกลับ
ขุดกันไปขุดกันมา จนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ต้องออกแถลงการณ์มาทัก
เรื่องเลยยาว
พูดถึงทนายอั๋น ชื่อแกเองก็มีเรื่องให้เล่านิดหน่อย
แรกเกิดในใบแจ้งเกิดชื่อ “เกรียงไกร พรไธสง” อยู่โรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน พ่อเปลี่ยนชื่อให้เป็น “ภัทรพงศ์” ต่อมาตอนเด็กครอบครัวก็เปลี่ยนนามสกุลเป็น “ศุภักษร”
โตมาจนคนรู้จักกันในชื่อ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์”
ชื่อเปลี่ยนตั้งแต่เด็ก
แต่บุรีรัมย์นี่ดูท่าจะเปลี่ยนยากกว่า
แกเป็นทนายอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะลงสมัคร สส.บุรีรัมย์ ในนามพรรคอนาคตใหม่ และต่อมาลงสมัครนายก อบจ.บุรีรัมย์ในนามอิสระ
แพ้เลือกตั้งทั้งสองครั้ง
แต่เรื่องบุรีรัมย์ยังไปต่อ
จากผู้สมัครกลายมาเป็น “นักร้อง”
แล้วร้องเก่งเสียด้วย
เห็นชื่อทนายอั๋นในข่าวบ่อยเข้าผมก็มีรำคาญเหมือนกัน
มาอีกแล้วหรือพี่
จะร้องอะไรนักหนา
โดยเฉพาะเขากระโดงนี่แกตามไม่เลิก
แต่เรื่องนี้ก็ยืดเยื้อมานานจริง มีทั้งข้อพิพาทเรื่องที่ดิน คำถามเรื่องความล่าช้าในการดำเนินการของรัฐ และมีคนในตระกูลชิดชอบเกี่ยวข้อง
ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็เป็นรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย
จึงไม่แปลกที่จะได้เจอกันบ่อยหน่อย
คนหนึ่งร้อง
อีกคนถูกร้อง
แต่คราวนี้ พล.ต.ท.รุทธพล ดูจะรำคาญเหมือนกัน
ทนายอั๋นช่างร้อง
รัฐมนตรีก็ช่างขุด
และขุดเสียลึกด้วย
เพราะไม่ได้ขุดทนายอั๋นอย่างเดียว ขุดเลยไปถึงพ่อแม่
ตรงนี้แหละครับที่เรื่องเริ่มสนุก
ถ้าขุดแล้วเจอว่าทนายอั๋นเคยพูดอะไรไว้ ร้องอะไรไว้ หรือทำอะไรไว้ ก็ยังพอเข้าใจว่าเอามาสวนกัน
แต่นี่ขุดไปเจอประวัติการต้องโทษของพ่อแม่
พ่อแม่คงงง
ลูกไปร้องเรื่องเขากระโดงอยู่ดีๆ ทำไมมีชื่อฉันออกข่าวด้วย
แล้วของที่ขุดขึ้นมาก็ดันไม่ใช่ข้อมูลธรรมดา
กสม.บอกว่า “ประวัติอาชญากรรม” เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
เรื่องนี้เลยมีคำถามตามมาว่า
ขุดเจอแล้ว เอามาใช้ได้ทุกอย่างหรือเปล่า
ผมว่าคำถามนี้น่าสนใจกว่ามานั่งเชียร์ทนายอั๋นหรือเชียร์รัฐมนตรีเป็นไหนๆ
เพราะยุคนี้ขุดกันง่ายครับ
ชื่อจริง นามสกุลเดิม พ่อแม่พี่น้อง บ้านอยู่ไหน เคยทำอะไรไว้ เมื่อสิบปี ยี่สิบปี สามสิบปีก่อน ถ้ามีร่องรอยอยู่ในระบบ บางทีนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ไม่กี่ชั่วโมงก็เจอ
ยิ่งถ้ามีอำนาจ มีตำแหน่ง มีหน่วยงาน มีข้อมูลอยู่ในมือ
ยิ่งขุดง่ายกว่าเราเยอะ
ปัญหาจึงไม่ใช่ว่าขุดเก่งหรือไม่เก่ง
แต่อยู่ที่ขุดแล้วจะหยิบอะไรขึ้นมาใช้
กรณีนี้ กสม.ออกมาบอกตรงๆ ว่า การนำประวัติการต้องโทษของพ่อแม่มาใช้ลดทอนลูกไม่ควรทำ และยังเตือนถึงการนำข้อมูลของคนในครอบครัวมาเปิดเผยเพื่อตอบโต้คนที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐ
กสม.ยังระบุด้วยว่า แม้จะบอกว่าเป็นเพียงการ “ยกตัวอย่าง” แต่เมื่อพูดออกสู่สาธารณะแล้ว ผลของการเปิดเผยก็เกิดขึ้นไปแล้ว
อันนี้ฟังแล้วผมนึกถึงเวลาคนทะเลาะกันในโซเชียล
แรกๆ เถียงกันเรื่องหนึ่ง
เถียงไปเถียงมาเริ่มค้นเฟซบุ๊ก
ค้นไปถึงโพสต์เมื่อสิบปีก่อน
ยังไม่พอ
ไปดูพ่อ ดูแม่ ดูญาติ ดูแฟนเก่า
จากเรื่องที่ทะเลาะกันสองคน สักพักคนทั้งบ้านโดนลากออกมาหมด
ชาวบ้านทำยังพอเรียกว่าเผือกเก่ง
แต่ถ้าคนทำเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม น้ำหนักมันก็อีกแบบ
ยิ่งกระทรวงยุติธรรมมีทั้งกรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติ ทำงานเรื่องผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ การแก้ไขฟื้นฟู และการคืนคนกลับสู่สังคมด้วยแล้ว เรื่องก็ยิ่งน่าสนใจ
ลูกน้องพยายามบอกสังคมว่า คนเคยต้องโทษก็ต้องมีชีวิตต่อ
เจ้านายขุดประวัติพ่อแม่คู่กรณีขึ้นมาใช้เสียเอง
เอ่อ…
ลูกน้องทำงานกันต่อครับ อย่าเพิ่งหันมามองเจ้านาย
ส่วนทนายอั๋นก็คงร้องต่อไป
ดูจากอาการแล้วไม่น่าหยุดง่ายๆ
บุรีรัมย์มีเรื่องอะไร แกก็คงตาม
เขากระโดงยังไม่จบ แกก็คงร้องอีก
ภูมิใจไทยมีอะไรให้ร้อง วันหนึ่งก็คงได้เห็นชื่อแกอีก
คนถูกร้องจะรำคาญก็เข้าใจได้
ผมเป็นคนอ่านยังรำคาญเลย
แต่เที่ยวหน้าจะขุดกลับก็เลือกของที่จะขุดขึ้นมาหน่อย
เดี๋ยวจากเรื่องของทนายอั๋น จะกลายเป็นต้องมานั่งอ่านประวัติคนทั้งบุรีรัมย์กันพอดี
เรื่องนี้เลยไม่มีอะไรซับซ้อน
ทนายอั๋นก็ช่างร้อง
รัฐมนตรีก็ช่างขุด
คนหนึ่งค้นเรื่องคนอื่นส่งหน่วยงาน
อีกคนค้นเรื่องคนร้องมาสวน
ต่างคนต่างค้น ต่างคนต่างขุด
เพียงแต่เที่ยวนี้รัฐมนตรีขุดลึกไปหน่อย
ลึกจน กสม.ต้องออกแถลงการณ์มาทักว่า ของบางอย่างถึงขุดเจอ ก็ใช่ว่าจะหยิบขึ้นมาใช้กันได้ตามใจ
…เอาเป็นว่า วันนี้ซองที่ส่งตรงถึง “เปิดซองออนไลน์” ยังไม่มีเหมือนเดิม
แต่ระหว่างทางดันไปเจอซองของ กสม.เข้าเสียก่อน
ซองนี้ไม่ได้จ่าหน้าถึง “เสมอต้น” หรอกครับ
จ่าหน้าถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโน่น
ไหนๆ เขาเปิดกันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้ว ผมก็เลยขอเปิดอ่านด้วยคน
ส่วนใครมีเรื่องอยากเล่า อยากเถียง อยากค้าน หรือมีอะไรอยากส่งมาให้ “เปิดซองออนไลน์” อ่าน ส่งมาได้ที่
ส่งมาเถอะครับ
ผมเปิดอ่านอย่างเดียว
ไม่ขุดประวัติพ่อแม่ (ฮา)
—เสมอต้น
28 สิงหาคม 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครูบุรีรัมย์ ร้องอัยการคุ้มครองสิทธิ ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คน ลอยแพให้แบกหนี้กว่า 16 ล้าน
ครูวัย 47 ชาวบุรีรัมย์ ที่ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คนลอยแพให้แบกหนี้แทนกว่า 16 ล้าน หลังค้ำประกันเงินกู้แต่เบี้ยวไม่จ่ายจนโดนฟ้องและยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อเลี่ยงชำระหนี้
เด็กภูมิใจไทย ซัดทนายหิวแสง เดินสายร้องเรียน-ดิสเครดิต หวังปูทางเข้าการเมือง
นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์คัดค้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ชาวบ้านกว่า 300 คน รวมตัวค้านโรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวล จี้ 'ผู้ว่าฯบุรีรัมย์' ยกเลิกเวที ค.1
ชาวบ้านในนามกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 300 คน ได้นัดรวมตัวกันที่บริเวณพื้นที่หน้าโรงเรียนชำนิพิทยาคม ก่อนเดินเท้าและปราศรัยระหว่างการเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ผ่านนายอำเภอชำนิ เพื่อให้ทางการส่งหนังสือถึงบริษัทที่ปรึกษาและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องยกเลิกเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ของโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล
'อนุทิน' สวนดรามาจัดฉากค้นรถ ยันตำรวจไม่รู้ ไปทีมส่วนตัวไร้รถนำ
'อนุทิน' สวนดรามาเข้าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่า บอกไม่ได้ไปบุรีรัมย์นานแล้ว ไร้รถนำขบวนไปกับทีมส่วนตัว พอดีผ่านด่านตำรวจไม่รู้

