ลุ้นมหาดไทยลงนามโครงการโซล่าร์รูฟท็อป ก่อนชงกลั่นกรองฯเดินเครื่องประชุมสัปดาห์หน้า

‘ปลัดคลัง’ แจงรอ รมว.มหาดไทยลงนามก่อนชงโครงการหนุนประชาชนติดโซล่าร์รูฟท็อปให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา คาดตั้งโต๊ะประชุมได้สัปดาห์หน้า

11 ก.ย. 2569 – นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท เปิดเผยว่า จากการประสานงานล่าสุดทราบว่าขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการลดภาระประชาชนในการติดโซล่าร์รูฟท็อป อยู่ระหว่างเร่งเสนอเรื่องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงนาม เพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถประชุมได้ภายในสัปดาห์หน้า

เช่นเดียวกับโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเร่งสรุปรายละเอียดทั้งหมดเพื่อเสนอเข้ามาให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ โดยรายละเอียดหลัก ๆ ของโครงการได้ข้อยุติหมดแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่าจะพร้อมที่จะเสนอเข้ามาเมื่อไหร่ ยืนยันว่าหากมีการเสนอเข้ามาคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ก็พร้อมจะพิจารณาให้ทันที โดยโครงการนี้จะเป็นการเสนอขอใช้จ่ายเงินกู้วงเงิน 2 แสนล้านบาทแรก ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการ

“ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้กระทรวงมหาดไทยเสนอเรื่องเข้ามา ตอนนี้ก็รออยู่ แต่จากที่ประสานล่าสุดเหมือนว่ากำลังรอให้ รมว.มหาดไทยลงนาม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเพิ่งเสร็จภารกิจและเดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงเข้าใจว่าน่าจะมีการเสนอและลงนามได้ภายในวันนี้ (11 ก.ย.) ส่วนโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ก็อยู่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่าจะเสนอเข้ามาเมื่อไหร่ ดังนั้นเบื้องต้นคาดว่าการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีการพิจารณา 2 โครงการ ส่วนโครงการอื่น ๆ ก็ขอให้ใจเย็น ๆ รอหน่วยงานเร่งดำเนินการก่อน” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ

นอกจากนี้ ในวันที่ 14 ก.ย. 2569 คณะทำงาน Connect the Dots จะมีการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับความชัดเจนของแนวทางในการยกระดับการดำเนินการ การบูรณาการข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ พัฒนา และสกัดกั้นการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งประเด็นที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งต้องยกระดับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และประเด็นที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ว่าจะมีแนวทางอย่างไร รวมถึงจะเห็นหน้าตาที่ชัดเจนของ Data Bureau ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและสินทรัพย์แบบครบวงจร เพื่อใช้ตรวจสอบพฤติกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย สกัดกั้นขบวนการทุนเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า หรือสแกมเมอร์

ปลัดกระทรวงการคลัง ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) ว่า ขณะนี้การจัดทำมาตรการมีความชัดเจนแล้วกว่า 90% โดยหลักการสำคัญและโครงสร้างของมาตรการยังเป็นไปตามแนวทางเดิม และไม่มีประเด็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนในสาระหลัก

“ตอนนี้หลักการนิ่งหมดแล้ว ชัดเจนแล้ว 90% เหมือนที่เคยเป็นข่าวออกมา คาดว่าประชุมอีกครั้งก็น่าจะจบได้ โดยยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลขสุดท้ายที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องหารือเพื่อให้เห็นพ้องต้องกัน ซึ่งประเมินว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและเรียบร้อยทั้งหมดภายในเดือน ก.ย. นี้” นายลวรณ กล่าว

เพิ่มเพื่อน