อุตฯชูงาน BCT Expo 2026 เชื่อมโยงกลุ่มก่อสร้าง-รีไซเคิลสู่ Net Zero

วราวุธ’ ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน ลั่นงาน BCT Expo 2026 เชื่อมโยงนวัตกรรมวัตถุดิบและการรีไซเคิลกับภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ชูนวัตกรรม M-Sand–กระจกโซลาร์เซลล์รีไซเคิล สร้างมูลค่าเพิ่มได้กว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี ดันอุตสาหกรรมไทยสู่ Net Zero

16 ก.ย. 2569 – นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานเปิดงาน Building Construction Technology Expo 2026 (BCT Expo 2026) และงานสัมมนาวิชาการ DPIM CE EXPO 2026 ภายใต้แนวคิด “Circular Economy : The Game Changer for Sustainable Thai Industry พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย สู่ความยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน” ว่าภาคก่อสร้างมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ การลงทุน การจ้างงาน และคุณภาพชีวิต

ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ การก่อสร้างอัจฉริยะ และ การสร้างแบบจำลองสารสนเทศอาคาร กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานของอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยต้องเดินควบคู่ทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญกับวัสดุก่อสร้างคุณภาพสูง โรงงานอัจฉริยะ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดก๊าซเรือนกระจก และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ เพื่อลดของเสียจากกระบวนการผลิต และส่งเสริมการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบทดแทน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

“การจัด DPIM CE EXPO ร่วมกับ BCT Expo เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงนวัตกรรมวัตถุดิบและการรีไซเคิลเข้ากับภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน” นายวราวุธ กล่าว

สำหรับงาน DPIM CE EXPO 2026 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) นำองค์ความรู้ นวัตกรรมด้านแร่ โลหะ เทคโนโลยีรีไซเคิล และผลงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 40 ต้นแบบ มาจัดแสดงในพื้นที่ DPIM Circular Economy Pavilion โดยเป็นการรวบรวมผลงานที่พัฒนาขึ้นในปีงบประมาณ 2569 มาเผยแพร่ร่วมกับงาน BCT Expo ซึ่งเป็นเวทีรวมเทคโนโลยี เครื่องจักร วัสดุก่อสร้าง ระบบดิจิทัล และองค์ความรู้จากผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดี กพร. กล่าวว่า เรามุ่งบริหารจัดการวัตถุดิบทั้งจากแหล่งแร่ธรรมชาติ (Primary Raw Materials) วัตถุดิบทดแทนจากการรีไซเคิลของเสีย (Secondary Raw Materials) และวัตถุดิบขั้นสูง (Advanced Raw Materials) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรม

ไฮไลต์สำคัญคือ “M-Sand” หรือทรายทดแทน ซึ่งผลิตจากหินฝุ่นที่เกิดจากกระบวนการโม่ บด และย่อยหินปูนในพื้นที่ภาคใต้ ช่วยลดการใช้ทรายธรรมชาติและแก้ปัญหาของเสียจากกระบวนการผลิต โดยหากสามารถนำหินฝุ่นจากกระบวนการผลิตมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้กว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี

อีกผลงานคือ กระจกจากแผงโซลาร์เซลล์รีไซเคิล ซึ่งนำกระจกจากแผงโซลาร์เซลล์ที่เสื่อมสภาพกลับมาใช้ประโยชน์ รองรับแนวโน้มปริมาณซากแผงที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีต้นแบบที่เชื่อมโยงกับภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อาทิ คอนกรีตใช้หินฝุ่นทดแทนทราย ไฟเบอร์ซีเมนต์จากเศษตะกอนระบบบำบัดน้ำเสีย ปูนเกร้าท์ไม่หดตัวที่ใช้เถ้าลอยทดแทนซีเมนต์ การนำกากคอนกรีตกลับมาเป็นวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพเตาหลอมอะลูมิเนียมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และวัสดุโฟมโลหะขั้นสูง

ทั้งนี้ การนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในห่วงโซ่วัตถุดิบ ไม่เพียงช่วยลดของเสีย แต่ยังเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาวัตถุดิบธรรมชาติ และเปลี่ยนของเสียจากกระบวนการผลิตให้เป็นวัตถุดิบทดแทนที่มีมูลค่า ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและเตรียมผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับกติกาสากลด้านสิ่งแวดล้อม

ภายในงานยังมีการสัมมนาถ่ายทอดองค์ความรู้กว่า 12 หัวข้อ ครอบคลุมเทคโนโลยีรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนชนิดลิเทียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) วัสดุโลหะ–สารอินทรีย์ (MOFs) สำหรับดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับโรงงาน การออกแบบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ภาครัฐ เอกชน นักวิจัย และสถาบันการศึกษา

สำหรับ DPIM CE EXPO 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 ก.ย. 2569 ณ Exhibition Hall 7 และห้องประชุม Amber 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐ เอกชน หน่วยงานวิจัย และสถาบันการศึกษามากกว่า 1,000 ราย เข้าร่วม เพื่อเร่งนำองค์ความรู้และต้นแบบไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจหมุนเวียนกับภาคอุตสาหกรรมจริง และผลักดันอุตสาหกรรมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

เพิ่มเพื่อน