
‘เอกนิติ’ ปักธงหนุน New Economy เดินเครื่องเข็นมาตรการ BOI to IPO อัดฉีดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมบูม 10 อุตสาหกรรม ปูพรมยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการลงทุน
17 ก.ย. 69นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใน การส่งเสริมการระดมทุนของผู้ประกอบการเป้าหมาย ครอบคลุมโครงการ BOI to IPO เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการโดยเฉพาะ 10 อุตสาหกรรม New Economy ให้เติบโตและเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ Investment-led Growth โดยใช้การลงทุนเป็นเครื่องยนต์ในการสร้างศักยภาพการเติบโตใหม่ให้ประเทศ
ทั้งนี้ เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่เม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้การลงทุนเหล่านั้นสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทย ทั้งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาในประเทศ การสร้างงานทักษะสูง การพัฒนาคนไทย และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ BOI to IPO จึงเป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงนโยบายส่งเสริมการลงทุนเข้ากับตลาดทุน เพื่อให้กิจการ ในกลุ่ม New Economy ที่เข้ามาลงทุนและสร้างฐานธุรกิจในประเทศไทยสามารถเติบโตและขยายกิจการ จากประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังช่วยเชื่อมเงินทุนในระบบเศรษฐกิจไทยไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ และทำให้โครงสร้างของตลาดทุนไทยสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศมากขึ้น
“BOI to IPO ไม่ใช่เพียงมาตรการเพื่อช่วยให้บริษัทเข้าถึงตลาดทุน แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การลงทุนสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทยในระยะยาว เราไม่ต้องการเพียงดึงบริษัทเทคโนโลยีหรือ New Economy เข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย แต่ต้องการให้บริษัทเหล่านี้เติบโต ขยายธุรกิจ พัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรจากประเทศไทย และสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น เมื่อการส่งเสริมการลงทุนและตลาดทุนเดินไปในทิศทางเดียวกัน การลงทุนจะไม่จบลงเพียงการตั้งโรงงานหรือการเริ่มต้นโครงการ แต่จะสามารถต่อยอดเป็นการเติบโตของธุรกิจและความสามารถใหม่ของประเทศได้ในระยะยาว” นายเอกนิติ กล่าว
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีตัวอย่างความสำเร็จของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและตั้งฐานการผลิต ก่อนจะเติบโตและเข้าจดทะเบียนในตลาดทุนไทย เช่น บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) และ บมจ. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) มาตรการ BOI to IPO จึงมุ่งต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ให้สามารถระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้งใช้ไทยเป็นฐานขยายธุรกิจออกสู่ตลาดโลกด้วย
ทั้งนี้ บริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากที่ได้รับอยู่เดิม โดยบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ได้รับการรับรองจาก ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 5 ปี ส่วนบริษัททั่วไป จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 3 ปี ขึ้นกับประเภทกิจการ
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ตลท. และ ก.ล.ต. ได้อยู่ระหว่างการทดลองปรับปรุงกระบวนการ IPO ให้มีความกระชับและใช้ระยะเวลาสั้นลง โดย ตลท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะยกระดับความน่าสนใจของตลาดทุนไทยและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจใหม่ได้อย่างยั่งยืน
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. พร้อมทำงานร่วมกับ BOI และ ตลท. อย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันโครงการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการและแนวทางพิจารณา IPO ให้กระชับและรวดเร็วขึ้น สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน รวมทั้งส่งเสริมความพร้อมของผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องในการยกระดับการควบคุมภายในของกิจการ เพื่อให้บริษัทที่มีคุณภาพสามารถเข้าสู่ตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม

