‘บินไทย’ โชว์แกร่ง คาดรายได้แตะ 2 แสนล้าน ลุยเพิ่มเที่ยวบินเต็มสูบ

‘ดีดี บินไทย’ เผยไตรมาส 3/69 แนวโน้มแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องกว่า 1.2 แสนล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีแตะ 2 แสนล้าน เดินหน้าเสริมฝูงบิน A321 รวม 32 ลำ มองเป็นโอกาสหลังวิกฤตสายการบินต้นทุนต่ำ ยกเลิกเที่ยวบิน ลุยเพิ่มความเที่ยวบิน  รองรับโอกาสการเติบโตระยะยาว

17 ก.ย.2569-นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจครึ่งหลังของปี 2569 ว่า อุตสาหกรรมการบินมีความท้าทาย โดยเฉพาะการจัดหาเครื่องบิน ที่จากเดิมเมื่อมีคำสั่งซื้อ จะใช้ระยะเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น แต่ปัจจุบันทุกสายการบินมีปัญหา เนื่องจากจะต้องรอเครื่องบินเป็นระยะเวลากว่า 5-10 ปี นอกจากนี้ ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน กล่าวคือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แต่การบินไทยยังสามารถบริหารจัดการผลกระทบได้

ทั้งนี้ การบินไทยได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก และประสบความสำเร็จในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและความสามารถในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งที่นั่ง ระบบสาระบันเทิง รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท แนวโน้มผลดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2569 มีทิศทางแข็งแกร่งกว่าไตรมาส 2 ปี 2569 โดยฐานะสภาพคล่องของบริษัทอยู่ในระดับดี ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดมากกว่า 120,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดและต้นทุนได้ ส่วนเป้าหมายรายได้ทั้งปี 2569 คาดว่า จะมีรายได้มากกว่า 2 แสนล้านบาท หลังครึ่งปีแรกมีรายได้ประมาณ 99,000 ล้านบาท และยังมีกำไรแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท

“การบินไทยยังมีศักยภาพเพียงพอในการจัดสรรเครื่องบินรองรับโอกาสใหม่ ๆ โดยบริษัทฯ เตรียมนำเครื่องบินแอร์บัส A321 เข้าประจำการเพิ่มเติม หลังปรับปรุงห้องโดยสารและที่นั่งแล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยชดเชยช่องว่างในเส้นทางระยะกลาง และเปิดทางให้บริษัทนำเครื่องบินในกลุ่มดังกล่าวไปสนับสนุนเที่ยวบินระยะไกลได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอินเดีย จีน และเวียดนาม ทั้งนี้ ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบินทำการบินรวมกว่า 86 ลำ และมีแผนที่จะรับเครื่องบินเข้ามาเสริมศักยภาพ โดยรับเครื่องบินแอร์บัส A321 มาแล้ว 9 ลำ และตามแผนจะเข้ามารวม 32 ลำ”นายชาย กล่าว

ขณะเดียวกันได้ในปี 2576 ยังได้วางแผนปรับโครงสร้างฝูงบินให้มี 4 แบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบินรวม 150 ลำ แบ่งเป็น เครื่องบินลำตัวกว้าง 98 ลำ และลำตัวแคบ 52 ลำ โดยมีประเภทเครื่องบิน ประกอบด้วย โบอิ้ง B777-300ER จำนวน 15 ลำ แอร์บัส A350 จำนวน 17 ลำ โบอิ้งตระกูล B787 จำนวน 66 ลำ และแอร์บัส A320/A321 NEO จำนวน 52 ลำ

นายชาย กล่าวถึง สถานการณ์การบินที่เกิดขึ้นกับสายการบินบางราย โดยเฉพาะกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airlines) จะกระทบต่อสายการบินการบินไทย (Full Services) หรือไม่ มองว่า อาจกลายเป็นช่องว่างทางธุรกิจที่การบินไทยสามารถเข้าไปดำเนินการได้ หรือต้องเปลี่ยนผลกระทบลบให้เป็นผลกระทบบวก พลิกวิกฤตของคนอื่นให้เป็นโอกาสของการบินไทย อาทิ หากผู้ประกอบการรายอื่น ลดเที่ยวบินหรือยกเลิกเที่ยวบินในบางเส้นทาง บริษัทก็พร้อมที่จะเข้าไปทำการบินแทนได้ โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคเอเชีย

ส่วนกรณีที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 31 ม.ค. 2570 รวมถึงบริษัทฯ ได้เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระหว่างวันที่ 7-27 ก.ย. 2569 นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะยื่นสมัครเข้ารับการคัดเลือกหรือไม่ ทั้งนี้ ปัจจุบันอายุ 64 ปี โดยเงื่อนไขการรับสมัครจะต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี (ณ วันที่สมัคร) ดังนั้น ตนจึงมีคุณสมบัติครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังมีเวลาพิจารณาจนถึงวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัคร

ด้านนายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ กล่าวว่า ในตารางการบินฤดูหนาว ปี 2569/2570 ระหว่างวันที่ 25 ต.ค. 2569 – 27 มี.ค. 2570 การบินไทยจะให้บริการรวม 66 เส้นทาง ครอบคลุมทั้งเส้นทางระหว่างประเทศและภายในประเทศ โดยมีเส้นทางใหม่ คือ กรุงเทพฯ–ดานัง ประเทศเวียดนาม ให้บริการไป-กลับสัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน เริ่มวันที่ 1 ธ.ค. 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกแก่ผู้โดยสารทั้งกลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจ และรองรับความต้องการเดินทางระหว่างไทยและเวียดนามที่เพิ่มขึ้น โดยดานังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเวียดนาม ขณะที่ในเอเชีย การบินไทยจะกลับมาให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ–เซี่ยเหมิน สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน สอดคล้องกับการขยายเครือข่ายและฝูงบิน เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกในการเดินทางแก่ผู้โดยสาร

นอกจากนี้ การบินไทยจะเพิ่มความถี่เที่ยวบินในกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กรุงเทพฯ–เวียงจันทน์ และกรุงเทพฯ–ย่างกุ้ง เป็นสัปดาห์ละ 21 เที่ยวบินต่อเส้นทาง ขณะที่เส้นทาง กรุงเทพฯ–เสียมราฐ ให้บริการสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน ส่วนเครือข่ายการบินสู่ยุโรป การบินไทยให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ–อัมสเตอร์ดัม สัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน เพื่อรองรับการเดินทางระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ รวมถึงการเชื่อมต่อไปยังเมืองสำคัญในยุโรป พร้อมเพิ่มความถี่เส้นทาง กรุงเทพฯ–มิวนิกเป็นสัปดาห์ละ 10 เที่ยวบิน กรุงเทพฯ–ซูริก เป็นสัปดาห์ละ 11 เที่ยวบิน และกรุงเทพฯ–ปารีส เป็นสัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน

เพิ่มเพื่อน