
‘ธอส.’ เตรียมสภาพคล่องอัดฉีดสินเชื่อโซล่าร์รูฟท็อป วงเงิน 1-1.5 แสนบาทต่อราย เดินหน้าสนับสนุนนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานรัฐ ชูสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน ผ่อนสูงสุด 7 ปี คาดค่างวดราว 1 พันบาทต่อเดือน เน้นครัวเรือนที่มีค่าไฟเฉลี่ยตั้งแต่ 3 พันบาทต่อเดือนขึ้นไป
21 ก.ย. 2569 – นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมสภาพคล่องสำหรับสนับสนุนนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานของกระทรวงการคลัง เพื่อส่งเสริมการติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ในภาคประชาชน โดยยืนยันว่า ธนาคารมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับปล่อยสินเชื่อโซลาร์รูฟ โดยวงเงินดังกล่าวเป็นสินเชื่อเพิ่มเติม (On-top) จากเป้าสินเชื่อใหม่ปกติของธนาคารในปี 2569 ที่ 240,000 ล้านบาท โดยไม่ขอรับเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล
สำหรับสินเชื่อของ ธอส. เบื้องต้นกำหนดวงเงินประมาณ 100,000-150,000 บาทต่อราย เป็นสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักประกัน ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยคาดว่าค่างวดจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน เหมาะกับการติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งมีต้นทุนราว 140,000-150,000 บาท โดยผู้กู้ต้องเป็นเจ้าของบ้านและเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถขอสินเชื่อได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าเดิมของ ธอส. ส่วนบ้านที่ใช้เป็นโฮมออฟฟิศ เบื้องต้นยังไม่รวมอยู่ในโครงการ
“เบื้องต้น ธอส.จะเน้นกลุ่มบ้านที่มีค่าไฟเฉลี่ยตั้งแต่ 3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป เพราะหากใช้ไฟฟ้าต่ำกว่านี้ก็อาจจะยังไม่คุ้มกับต้นทุนของระบบที่ต้องลงทุน โดยจะพิจารณาข้อมูลการใช้และชำระค่าไฟจากการไฟฟ้าในช่วง 1-2 ปีย้อนหลัง ว่ามีการใช้ไฟและชำระค่าไฟฟ้าสม่ำเสมอหรือไม่ เนื่องจากต้องการให้สินเชื่อสอดคล้องกับความคุ้มค่าของการติดตั้งระบบ” กรรมการผู้จัดการ ธอส. ระบุ
นอกจากนี้ ธอส.อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางนำรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือกลับเข้าระบบมาช่วยลดภาระค่างวด โดยระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ คาดว่าจะช่วยลดการใช้ไฟและอาจมีรายได้จากการขายไฟเฉลี่ยประมาณ 1,600 บาทต่อเดือน ขณะที่ค่างวดสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ รายได้และการประหยัดค่าไฟขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟและการผลิตไฟของแต่ละบ้าน
สำหรับการให้บริการ ธอส.อยู่ระหว่างประสานกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อจัดระบบให้ประชาชนดำเนินการได้สะดวกในจุดเดียว โดยรายละเอียดโครงการและเงื่อนไขสินเชื่ออยู่ระหว่างการจัดทำ ส่วนอุปกรณ์ติดตั้ง ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ สายไฟ และอุปกรณ์อื่น ๆ ต้องได้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้ากำหนด หากต้องการติดตั้งแบตเตอรี่เพิ่ม ธอส.สามารถพิจารณาสินเชื่อเพิ่มเติมให้ได้ แต่จะไม่รวมในวงเงินหลักของโครงการ
นายมหัทธนะ ยังกล่าวถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-ส.ค.) ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว 1.6 แสนล้านบาท คิดเป็น 60% ของเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 2.4 แสนล้านบาท ขยายตัวสูงขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อเร่วตัวมาตั้งแต่ครึ่งปีแรกตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน(Quick Win)ของรัฐบาล จากปกติที่การปล่อยสินเชื่อจะเร่งตัวในช่วงปลายปี ขณะที่คาดว่าตัวเลขกำไรน่าจะมีแนวโน้มขยายตัวได้สูงกว่าเป้าหมายที่คณะกรรมการ ธอส. อนุมัติไว้ที่ 8 พันล้านบาท ส่วนแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ คาดว่าจะบริหารจัดการให้อยู่ในระดับ 5% บวกลบ

