
LEPAS Thailand เปิดโปรแกรม ‘LEPAS Care’ ยกระดับบริการหลังการขายครบวงจร ตั้งแต่รับประกันรถ 8 ปี 200,000 กม. พร้อม Lifetime Warranty สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูงและชิ้นส่วนหลัก เดินหน้าขยายศูนย์บริการเป็น 50 แห่งทั่วประเทศ และลงทุนคลังอะไหล่กว่า 250 ล้านบาท ควบคู่มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 2569 หวังสร้างความมั่นใจตลอดอายุการใช้งานและวางฐานการเติบโตในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย
30 ก.ย. 2569 – นายจิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย เลพาส ประเทศไทย (LEPAS Thailand) กล่าวว่า ความไว้วางใจของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตของ LEPAS ในประเทศไทย โดย “LEPAS Care” ไม่ได้มุ่งเฉพาะบริการหลังการขาย แต่ครอบคลุมการดูแลตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถ ตั้งแต่การรับประกันแบตเตอรี่ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไปจนถึงการลงทุนด้านอะไหล่ บุคลากร และเครือข่ายศูนย์บริการทั่วประเทศ
สำหรับโปรแกรม LEPAS Care ลูกค้าได้รับการรับประกันรถยนต์ใหม่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ครอบคลุมตัวรถ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน และแบตเตอรี่แรงดันสูง พร้อม Lifetime Warranty Package* สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และระบบควบคุมไฟฟ้า ตามเงื่อนไขของบริษัทฯ ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน
ด้านบริการฉุกเฉิน LEPAS เปิดให้คำปรึกษาด้านเทคนิคฟรีตลอด 24 ชั่วโมง พร้อม Roadside Assistance และบริการรถยกโดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี โดยให้บริการฟรีไปยังศูนย์บริการใกล้ที่สุดในระยะ 100 กิโลเมตร หรือจุดหมายที่ลูกค้าต้องการในระยะ 35 กิโลเมตร รวมถึงบริการรับ-ส่งกุญแจสำรองกรณีลืมกุญแจไว้ในรถในระยะ 20 กิโลเมตร
ขณะที่ลูกค้ารถใหม่ยังได้รับ Home Charger พร้อมติดตั้งฟรี และ Courtesy Car ในกรณีงานซ่อมภายใต้การรับประกันที่ต้องใช้เวลาวิเคราะห์เกิน 3 วันทำการ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
LEPAS ยังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลังการขาย ปัจจุบันมีศูนย์บริการ 40 แห่งทั่วประเทศ และตั้งเป้าขยายเป็น 50 แห่งภายในปี 2569 โดยแต่ละศูนย์มีบุคลากรหลักทั้ง Service Manager, Foreman, Technician และ Service Advisor พร้อมเครื่องมือมาตรฐานและเครื่องมือเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
แผนงานด้านบริการหลังการขายแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ คลังอะไหล่และระบบโลจิสติกส์ขนาด 17,000 ตารางเมตร รองรับอะไหล่มากกว่า 8,400 SKU รวมประมาณ 200,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท พร้อมจัดส่งอะไหล่ถึงศูนย์บริการในกรุงเทพฯ ภายใน 24 ชั่วโมง และต่างจังหวัดภายใน 2 วัน
ส่วนที่สองคือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน LEPAS หรือ Certified Body & Paint ตั้งเป้าเปิด 12 แห่งภายในปี 2569 แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 6 แห่ง และต่างจังหวัด 6 แห่ง ขณะที่ศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่ หรือ Battery Repair Center อยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อรองรับงานตรวจวิเคราะห์และซ่อมระบบแบตเตอรี่แรงดันสูงโดยเฉพาะ
ด้านการพัฒนาบุคลากร Technical Training Center ภายใต้ Chery Group มีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ประกอบด้วยห้องเรียนด้านเทคนิค 4 ห้อง และพื้นที่ฝึกปฏิบัติ 4 พื้นที่ รองรับ 350 ที่นั่ง และผู้เข้าอบรมได้สูงสุด 3,600 คนต่อปี โดยตั้งเป้าให้ช่างเทคนิคผ่านการรับรอง Level 1 ครบ 100% ภายในปี 2569 และมี Master Technician ประจำทุกศูนย์บริการภายในปี 2570
นอกจากนี้ LEPAS Care ยังเพิ่มมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 2569 โดยเปิดตรวจเช็กสภาพรถฟรี ครอบคลุม Diagnostic Scan การตรวจสุขภาพแบตเตอรี่ และระบบเบรก พร้อมจัดคิวนัดหมายพิเศษสำหรับรถที่ได้รับความเสียหายรุนแรง รวมถึงประสาน Roadside Assistance และจัดทำรายงานผลการตรวจสภาพเพื่อใช้ประกอบการเคลมประกันภัย
สำหรับค่าใช้จ่ายจากความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยและอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง 30%* ขณะที่ลูกค้าที่รถเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้และต้องการซื้อรถใหม่ บริษัทฯ จะพิจารณามอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นกรณีไป
“โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างอุทกภัย เราต้องการให้ลูกค้ามั่นใจว่า LEPAS พร้อมอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับมาใช้ชีวิตและเดินทางได้อย่างมั่นใจโดยเร็วที่สุด” นายจิตติศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี มาตรการส่วนลด 30% สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ใช้กับอะไหล่ที่เข้าร่วมรายการและค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าชำระเอง โดยไม่รวมแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ มอเตอร์ขับเคลื่อน ชุดควบคุมมอเตอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อศูนย์บริการ LEPAS ทั่วประเทศเพื่อสอบถามรายละเอียดและนัดหมายเข้ารับบริการได้

