’บินไทย‘จับมือไปรษณีย์ดัน Air Cargo เครือข่ายจัดส่งทั่วประเทศ

‘การบินไทย’จับมือ ไปรษณีย์ไทย พัฒนา ‘Airport-to-Home Delivery’เดินหน้าศักยภาพ Air Cargo สู่เครือข่ายจัดส่งทั่วประเทศ ยกระดับโลจิสติกส์ครบวงจรจากสนามบินถึงหน้าบ้าน

13 ต.ค.2569-นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า บริษัทฯได้จับมือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ลงนาม MOU เพื่อศึกษา ออกแบบ พัฒนา และทดสอบบริการ Airport-to-Home Delivery Service สำหรับสินค้าที่ขนส่งทางอากาศมายังประเทศไทย โดยผสานศักยภาพด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) ของการบินไทยเข้ากับเครือข่ายโลจิสติกส์และการจัดส่งถึงปลายทางของไปรษณีย์ไทย เชื่อมโยงตั้งแต่สนามบิน

ทั้งนี้เพื่อการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร จนถึงการส่งมอบถึงหน้าบ้าน ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่สั่งสินค้าจากต่างประเทศได้รับบริการขนส่งที่ต่อเนื่องแบบ End-to-End ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์และภาคธุรกิจยุคใหม่ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านการเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo Aviation Hub) ของเอเชียและการบริหารจัดการกระบวนการขนส่งสินค้าทางอากาศ ของคลังสินค้า การบินไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจร

สำหรับความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ เป็นการนำจุดแข็งของสององค์กรมาเชื่อมต่อกัน โดยการบินไทยมีจุดแข็งและความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการขนส่งและบริหารจัดการสินค้าทางอากาศ ขณะที่ไปรษณีย์ไทยมีศักยภาพด้านการอำนวยความสะดวกในพิธีการศุลกากร รวมถึงมีเครือข่ายในการจัดส่งสินค้าถึงปลายทางได้ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ จะมีโครงการนำร่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การออกแบบกระบวนการทำงาน การทดสอบระบบ ติดตามผล ตลอดจนการประเมินผล เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการปรับปรุงการให้บริการ ซึ่งจะทำให้การบริการให้บริการใหม่ของฝ่ายบริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ ในรูปแบบ Airport-to-Home ในครั้งนี้ ตอบโจทย์การเป็น Aviation Hub และเชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม

นางวรางคณา  กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการผสานศักยภาพของการบินไทยและไปรษณีย์ไทย เพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบบริการโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อการขนส่งทางอากาศกับเครือข่ายการจัดส่งถึงปลายทางอย่างไร้รอยต่อ สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้บริการในยุคที่การค้าระหว่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้ตอบโจทย์การขนส่งในอนาคต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง