
จากแนวคิดการสร้างเมืองที่ธรรมชาติและมนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน สู่การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสบนพื้นที่ 398 ไร่ บนทำเลบางนา-ตราด กม. 7 ของ MQDC ที่กำลังเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นรูปธรรม ผ่านการฟื้นฟูระบบนิเวศ การพัฒนาที่อยู่อาศัยหลายระดับ และการออกแบบพื้นที่เพื่อสุขภาวะของคนทุกเจเนอเรชั่น สะท้อนแนวทางพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนในระยะยาว
The Forestias จากแนวคิดเมืองสู่ระบบนิเวศการอยู่อาศัย
30 ต.ค. 2569 – เดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias) โครงการเมืองมิกซ์ยูสของบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ประกาศความสำเร็จในการเปลี่ยนมาสเตอร์แพลนสู่โครงการที่เกิดขึ้นจริง โดยผสานผืนป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ ที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี และพื้นที่ส่งเสริมสุขภาวะเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ “A Complete Ecosystem for Wellgevity Habitat”
นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการ The Forestias กล่าวว่า โครงการเกิดจากวิสัยทัศน์ของคุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ผู้ก่อตั้ง MQDC ซึ่งเริ่มต้นจากคำถามว่า “ความสุขที่แท้จริงคืออะไร” ก่อนนำไปสู่การศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเมืองยุคใหม่ ทั้งความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ ความเครียด ช่องว่างระหว่างวัย และสังคมสูงอายุ

แนวคิดดังกล่าวนำมาสู่การพัฒนา “Wellgevity Habitat” ที่ผสาน Well-Being, Longevity และ Habitat เข้าด้วยกัน โดยยึดความหลากหลายทางชีวภาพเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ ตั้งแต่การศึกษาและวางแผน การสำรวจ ไปจนถึงการบริหารจัดการ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
MQDC ร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ ได้แก่ Foster + Partners ด้านผังและสถาปัตยกรรม, Atelier Ten ด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ, ITEC Entertainment ด้านประสบการณ์สันทนาการ และ Harvard T.H. Chan School of Public Health ด้านการวิจัยผลของการออกแบบต่อสุขภาพมนุษย์ รวมถึงศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) และสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อพัฒนาแนวคิดให้เกิดขึ้นจริง
4 แกนหลัก สร้างความแตกต่างให้โครงการมิกซ์ยูส
The Forestias เริ่มก่อสร้างในปี 2561 และปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบให้ผู้อยู่อาศัยจริงบางส่วน โดยมีแกนหลักในการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่
1. 500 Shades of Nature ฟื้นฟูผืนป่ากลางเมืองให้เป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์และเกื้อกูลสิ่งมีชีวิต
2. Connecting 4 Generations ออกแบบสถาปัตยกรรมและพื้นที่เพื่อให้ครอบครัวหลายช่วงวัยอยู่ใกล้ชิดกัน
3. Community of Dreams พัฒนาพื้นที่กิจกรรมและสาธารณูปโภคให้คนในชุมชนมีโอกาสใช้ชีวิตและทำกิจกรรมร่วมกัน
4. Sustainnovation for Well-Being นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนสุขภาวะระยะยาว
แนวทางนี้สะท้อนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างที่อยู่อาศัยหรือเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่พยายามเชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบ ตั้งแต่สภาพแวดล้อมของโครงการไปจนถึงประสบการณ์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย

ฟื้นฟูป่า 30 ไร่ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
นายสิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน RISC by MQDC กล่าวว่า แนวทางพัฒนา The Forestias สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) หลายด้าน โดยเฉพาะความหลากหลายทางชีวภาพ พลังงานและการลดคาร์บอน การจัดการน้ำและขยะ ตลอดจนสุขภาวะและชุมชน
ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการมีพื้นที่ป่า 30 ไร่ หรือ 48,000 ตารางเมตร คิดเป็น 45% ของพื้นที่โครงการ ใช้เทคนิคการปลูกป่าแบบมิยาวากิ (Miyawaki) โดยเริ่มปลูกป่าในปี 2563 ผลสำรวจ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 พบพรรณไม้ 533 ชนิด และสัตว์ 181 ชนิด รวมสิ่งมีชีวิตที่บันทึกได้ 714 ชนิด
ต้นไม้ยืนต้นชนิดเด่นมีความสูงเฉลี่ย 12.23 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางระดับอกเฉลี่ย 16.01 เซนติเมตร และต้นที่สูงที่สุดประมาณ 18 เมตร ขณะที่จำนวนชนิดสัตว์เพิ่มจาก 127 ชนิดในปี 2563 เป็น 181 ชนิดในปี 2568 แม้โครงการยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยตั้งเป้าให้ความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
สำหรับสัตว์ที่สำรวจพบ ประกอบด้วยนก 47 ชนิด แมลงและสัตว์ขาปล้อง 80 ชนิด สัตว์น้ำ 14 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 25 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 7 ชนิด และสัตว์หน้าดิน 8 ชนิด
นายสิงห์ กล่าวว่า การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยให้สิ่งมีชีวิตกลับคืนมา การพบสิ่งมีชีวิตมากกว่า 700 ชนิดจึงเป็นหนึ่งในหลักฐานที่สะท้อนว่ามนุษย์และธรรมชาติสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ หากมีการออกแบบและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม
ลดคาร์บอน จัดการน้ำและขยะ ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืน
นอกจากการฟื้นฟูป่า The Forestias ยังวางเป้าหมายด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนำระบบอาคารสาธารณูปโภคส่วนกลาง (CUP) มาใช้ร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (CO₂e) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมอีก 83,000 ตัน CO₂e ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่วงการพัฒนาและก่อสร้างโครงการ
ด้านการจัดการน้ำและขยะ โครงการดำเนินงานภายใต้แนวคิด Net Zero Discharge มุ่งบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่ เพื่อลดการปล่อยน้ำทิ้งเข้าสู่ระบบระบายน้ำของเมือง พร้อมตั้งเป้าเบี่ยงเบนขยะก่อสร้างจากการกำจัดไม่น้อยกว่า 90% ผ่านการคัดแยก รีไซเคิล และนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
ส่วนการส่งเสริมสุขภาวะและชุมชน โครงการออกแบบพื้นที่ให้รองรับการอยู่อาศัยของคน 4 เจเนอเรชั่น พร้อมสนับสนุนการเดินทางอย่างยั่งยืนผ่านบริการ Shuttle Bus สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) และการออกแบบพื้นที่เพื่อลดการใช้รถยนต์ นอกจากนี้ ยังมีทางเดินลอยฟ้า Canopy Walk สูงจากพื้นดินประมาณ 8-12 เมตร ซึ่งเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้
โครงการยังเชื่อมโยงเรื่องที่อยู่อาศัยเข้ากับการดูแลสุขภาพ โดย The Aspen Tree ร่วมกับ Health and Brain Center เพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ขณะที่ Happitat เป็นพื้นที่รวมไลฟ์สไตล์และกิจกรรมสำหรับชุมชน
เปิดประสบการณ์อยู่อาศัยจริง เชื่อมธรรมชาติกับไลฟ์สไตล์
MQDC จัดกิจกรรม “A Day at The Forestias” ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสัมผัสแนวคิดการใช้ชีวิตของโครงการผ่านกิจกรรมสำรวจผืนป่า 30 ไร่ เดินชมทัศนียภาพบน Canopy Walk เยี่ยมชมที่อยู่อาศัยที่ก่อสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ และกิจกรรมด้านสุขภาวะ เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานพื้นที่จริงนอกเหนือจากการชมโครงการในรูปแบบมาสเตอร์แพลน
โครงการที่พร้อมเข้าอยู่อาศัยประกอบด้วย
Whizdom The Forestias คอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิด “Feel the Wild” แบ่งเป็น 2 โครงการ รวม 3 อาคาร ได้แก่ Destinia & Mytopia Towers ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และครอบครัว พร้อมพื้นที่ธรรมชาติที่เติมเต็มการใช้ชีวิต และ Petopia Tower คอนโดมิเนียมสำหรับคนรักสัตว์ ภายใต้แนวคิด “Pets Live Here” ที่ออกแบบให้สัตว์เลี้ยงและเจ้าของใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข
Mulberry Grove The Forestias พัฒนาขึ้นสำหรับครอบครัวหลายเจเนอเรชั่น ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีแบบ Low-Rise ในบรรยากาศรีสอร์ต และวิลล่าระดับอัลตราลักชัวรีภายใต้แนวคิด Cluster Home โดยมี Foster + Partners เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม
The Aspen Tree เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจ โดยร่วมดำเนินงานกับ Baycrest องค์กรจากแคนาดาที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสมองและการดูแลสุขภาพ เพื่อนำองค์ความรู้และมาตรฐานการดูแลมาประยุกต์ใช้กับการอยู่อาศัย ผ่านแนวทางการดูแลแบบองค์รวมและต่อเนื่องในทุกช่วงของชีวิต
ขณะเดียวกัน Happitat ซึ่งเป็นโครงการนอกส่วนที่อยู่อาศัย ยังเข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตด้วยพื้นที่ไลฟ์สไตล์รีเทล ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง ความบันเทิง และกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี
MQDC วาง The Forestias เป็นกรณีศึกษาการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน
The Forestias ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม. 7 บนพื้นที่ 398 ไร่ เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ประกอบด้วยที่อยู่อาศัย พื้นที่ธุรกิจ โรงแรมบูทีคระดับ 6 ดาว คอมมิวนิตี้และแฟมิลี่เซ็นเตอร์ โรงภาพยนตร์ ร้านค้า ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน ศูนย์การแพทย์และสุขภาพ อาคารนวัตกรรม ตลอดจนพื้นที่ชุมชน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ และผืนป่าขนาดใหญ่
ภายใต้แนวคิด Enchanted Community District in The Forest และคอนเซ็ปต์ Imagine Happiness โครงการมุ่งสร้างชุมชนที่คน สัตว์ และธรรมชาติอยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิต พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนทุกเจเนอเรชั่นทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้การออกแบบ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมือง
สำหรับ MQDC บริษัทดำเนินธุรกิจพัฒนา ลงทุน และบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมบ้าน คอนโดมิเนียม โครงการคอมมูนิตี้ดิสทริค ธีมโปรเจกต์ ธุรกิจค้าปลีก และโรงแรม ภายใต้คำมั่นสัญญา “For All Well-Being” โดยมีแบรนด์สำคัญ ได้แก่ Magnolias, Whizdom, The Aspen Tree, Mulberry Grove และ The Forestias
บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ผ่านการจัดตั้งศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสรรพสิ่งบนโลก รวมถึง FutureTales Lab ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษาที่วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลเพื่อสนับสนุนการวางแผนอนาคต นอกจากนี้ MQDC ยังให้การรับประกัน 30 ปีในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท เพื่อสะท้อนมาตรฐานการก่อสร้างที่บริษัทมุ่งมั่นรักษา
การพัฒนา The Forestias จึงเป็นความพยายามของ MQDC ในการขยายบทบาทของโครงการอสังหาริมทรัพย์จากการสร้างพื้นที่อยู่อาศัย ไปสู่การออกแบบระบบนิเวศที่เชื่อมโยงธรรมชาติ สุขภาพ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และพื้นที่ชุมชนเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายให้คุณภาพชีวิตและความยั่งยืนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเติบโตในระยะยาว

