‘แท้-เทียม’ เดี๋ยวรู้กัน!

ขีดเส้นใต้กันไว้ก่อนเลย รอ “พิสูจน์” กฎเหล็กการแต่งตั้ง “นายพันสีกากี” ที่ “ผบ.สำราญ” เซ็นบันทึกส่งไปถึงทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน

กำชับเรื่องการแต่งตั้งตำรวจ ระดับ รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึง สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2569 ต้องโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้

ยึดหลักพิจารณาความรู้ ความสามารถ ควบคู่กับลำดับอาวุโส!!!

ให้ “ผู้บังคับบัญชา” พิจารณาสับเปลี่ยนหมุนเวียน ตำรวจที่ปฏิบัติงานด้านปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ บ่อนการพนัน สถานบริการ และการปราบปรามคนต่างด้าวผิดกฎหมาย หากพบมีปริมาณหรือคุณภาพงานลดลง หรือไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ให้พิจารณาโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นตามความเหมาะสม

การเสนอรายชื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นต้องมีเหตุผลและหลักฐานชัดเจน โดยให้หน่วยงานจัดทำข้อมูลทั้งผู้เหมาะสมและผู้ไม่เหมาะสม พร้อมรายละเอียดประกอบการพิจารณา

ตำรวจสายสืบสวนสอบสวนที่ประสงค์เลื่อนตำแหน่ง ต้องมีคุณสมบัติและระยะเวลาปฏิบัติงานตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ให้พิจารณาผู้ปฏิบัติหน้าที่สอบสวนเป็นลำดับแรก

เปิดทางให้สับเปลี่ยนหมุนเวียนตำรวจระหว่างหน่วยงาน โดยพิจารณาจากความสมัครใจ ความจำเป็นของทางราชการ และต้องไม่กระทบต่อการบริหารงานบุคคล

การแต่งตั้งระดับ ผู้กำกับการ ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจหรือหัวหน้างาน ให้ไปดำรงตำแหน่งที่มิใช่หัวหน้าสถานีหรือหัวหน้างาน สามารถดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ โดยต้องคำนึงถึงความสมัครใจหรือเหตุผลความจำเป็น

ท้ายหนังสือเวียน ผบ.สำราญ ให้ตรวจสอบประวัติ คุณสมบัติ ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง และประสบการณ์ทำงานของผู้ได้รับการเสนอชื่ออย่างละเอียด

โดยเฉพาะผลงานที่ตรวจสอบได้ เพื่อจัดวางกำลังตำรวจในตำแหน่งสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามอาชญากรรมและการดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ชัดเจน...ตรงใจ เหมือนแสงสว่างปลางอุโมงค์ ที่เหล่า “สีกากี” ไร้เส้น ไร้สาย ต่างรอคอย

ป้องกันการแต่งตั้งแบบผิดฝาผิดตัว!!!

ตามไทม์ไลน์การแต่งตั้ง “นายพัน” คำสั่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. 2569 และคำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 7 ธ.ค. 2569

ในทางปฏิบัติว่ากันว่าบัญชีแต่งตั้งจัดแบ่งเป็น 2 ช่วง

ระดับ รองผู้การ-ผู้กำกับ น่าจะเสร็จไม่เกิน 20 พ.ย. จากนั้นก็ต่อกันด้วย รองผู้กำกับ-สารวัตร ยาวไปถึงปลายเดือนจนเสร็จสิ้น

นับจากนี้ก็เหลือเวลาอีก 1 เดือนเต็ม จะได้พิสูจน์ผลงานการบริหารงานบุคคลครั้งแรก บนเก้าอี้ “ผบ.ตร.” ของพล.ต.อ.สำราญ นวลมา

คำสั่งที่ออกมาจะเป็น “กฎเหล็ก” หรือแค่ “ไม้หลักปักขี้เลน” กันแน่

เดี๋ยวรู้กัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลงานพิสูจน์

ต้องแบบนี้ซิ “สีกากี” ยุคใหม่ มีข้อครหา มีข้อสงสัยในทุกๆ เรื่อง ต้องยืดอกพร้อม “พิสูจน์ข้อเท็จจริง” อย่านิ่ง อย่าเงียบ อย่าปล่อยให้เรื่องหายไปกับกาลเวลา แม้กระแสจะเบาบางลงไป แต่ในใจยังคงมีข้อค้างคา

ขึ้นต้นลำไม้ไผ่

นี่ซิ...ไม่เสียแรงรอดู รอฟัง นโยบายการขับเคลื่อน “สีกากี” ยุคใหม่ ภายใต้การกุมบังเหียนของ ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ที่หลายคนตั้งความหวัง การได้นั่งเก้าอี้ “ผบ.ตร.” ยาวถึง 7 ปีเต็ม การ “ปฏิรูปตำรวจ” น่าจะได้เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด

'สารนิเทศ' ที่ถูกลืม!

ดูเหมือนช่วงหลังๆ หลายยุค หลายสมัย “กระบอกเสียงสีกากี” ทำหน้าที่สื่อสารงานตำรวจ ภายใต้ชื่อ “ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” จะไม่ค่อยมีการเลือก “ตำรวจ” จาก “กองสารนิเทศ” หน่วยงานขึ้นตรง ผบ.ตร. มาเป็นทีมงาน

ยุคใหม่ 'กรมปทุมวัน'

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ชีวิตราชการพออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ วันที่ 30 กันยายน ก็ต้องเกษียณอายุราชการตามกำหนด ทุกหน่วยงานจัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ จากคนเก่าไปสู่คนใหม่ตามประเพณีปฏิบัติ

นายพัน...ยะเยือก!

เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน

สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'

ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50