‘พิพัฒน์’ ดันไฮสปีดเฟส2 ช่วง ‘โคราช–หนองคาย’ ปักธงเปิดประมูลปี 70

‘พิพัฒน์’ ตรวจงานสถานีรถไฟหนองคาย เร่งขับเคลื่อนโครงข่ายรถไฟเชื่อมไทย–ลาว–จีน รองรับขนส่งสินค้าเกษตร-ผลไม้ไทยมูลค่านับแสนล้านบาท เดินหน้ารถไฟทางคู่ขอนแก่น–หนองคาย ไฮสปีดไทย–จีน เฟส 2 โคราช–หนองคาย เปิดประมูลปี 70 ตั้งเป้าเปิดใช้ปี 76 เดินทางกรุงเทพฯ–หนองคายเหลือ 5 ชม. ผุดโปรเจกต์สร้างสะพานรถไฟข้ามโขงแห่งใหม่

3 พ.ย.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีรถไฟหนองคาย จังหวัดหนองคายว่า ปัจจุบันสถานีรถไฟหนองคายถือเป็นจุดเชื่อมต่อและขนถ่ายสินค้าสำคัญจาก สปป. ลาว เพื่อส่งต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตร อาทิ ทุเรียน และผลไม้ไปยังประเทศจีน มูลค่านับแสนล้านบาทต่อปีแล้ว รวมถึงยังมีการนำเข้าสินค้าเกษตรและวัตถุดิบ เช่น ยางพารา จากพื้นที่จีนตอนใต้ ขนส่งผ่าน สปป. ลาว มายังจังหวัดหนองคาย เพื่อนำไปขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมฉบังส่งต่อไปยังนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งการขนส่งผ่านเส้นทางนี้ ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการเดินทางมากกว่าการขนส่งภายในประเทศจีนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ทำให้เกิดโครงข่ายการขนส่งสินค้าสองทางทั้งขาเข้าและขาออกอย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้วางโครงข่ายรองรับการขนส่งในอนาคต โดยในส่วนของโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น–หนองคาย ระยะทางประมาณ 167 กิโลเมตร (กม.) วงเงินค่าก่อสร้างประมาณ 28,679 ล้านบาท คาดว่า จะมีกำหนดแล้วเสร็จปี 2571 ขณะที่ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) ปัจจุบันมีความคืบหน้าการก่อสร้างรวมประมาณ 50% ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาสัญญา 4-1 ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-ดอนเมือง ที่เดิมผูกติดกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดย รฟท. เตรียมเสนอขอแยกสัญญา 4-1 ออกมา เพื่อให้ รฟท. เข้ามาดำเนินการก่อสร้างเอง ซึ่งจะช่วยเร่งรัดการก่อสร้างให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการแก้ไขปัญหาความล่าช้าสัญญา 4-5 ช่วงผ่านพื้นที่มรดกโลกอยุธยา ที่ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานมรดกโลกจนได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่า จะสรุปจบภายใน 1 ปี ใช้เวลาการก่อสร้าง 3 ปี และงานติดตั้งระบบจนเสร็จสิ้นพร้อมเปิดบริการภายใน 5 ปีนับจากนี้

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กม. งบประมาณลงทุนจำนวน 341,351.42 ล้านบาท ขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนทางเทคนิคและการรับรองมาตรฐาน คาดว่าจะเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ภายใน ปี 2570 โดยจะดำเนินการควบคู่กันไปโดยไม่ต้องรอให้ระยะที่ 1 เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในหลักการแล้ว ตั้งเป้าเปิดให้บริการปี 2576 โดยจะเน้นการขนส่งผู้โดยสารเป็นหลัก สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ฉลี่ยประมาณ 160 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถึงหนองคายเหลือเพียงประมาณ 5 ชั่วโมงเศษ

อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารในปี 2594 ภายหลังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง ทั้งโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงแล้วเสร็จ คาดว่าสถานีรถไฟอุดรธานีจะมีผู้โดยสารประมาณ 1,363,250 คนต่อปี หรือเฉลี่ย 3,735 คนต่อวัน สะท้อนถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและความต้องการเดินทางในอนาคต

นอกจากนี้ รฟท. ยังมีแผนก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ความยาว 735 เมตร รองรับทั้งรถไฟรางขนาด 1 เมตร และรางมาตรฐาน 1.435 เมตร รวม 4 ทาง โดย รฟท. ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้ว และมีกำหนดการลงพื้นที่สำรวจในวันที่ 11-12 พ.ย. 2569 คาดการณ์มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งตามหลักการร่วมทุนระหว่างประเทศ รัฐบาลไทย และ สปป. ลาว จะออกค่าใช้จ่ายฝ่ายละกึ่งหนึ่ง เป็นเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท ในกรณีที่ สปป. ลาว มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ กระทรวงคมนาคมจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ฝั่งไทยสำรองงบประมาณลงทุนให้ก่อน แล้วจึงเจรจาตกลงเงื่อนไขการเรียกคืนเงินหรือรูปแบบต่างตอบแทนทางการค้าร่วมกันอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมพร้อมนำคณะผู้บริหาร รฟท. เดินทางไปเจรจาร่วมกับผู้นำและรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของ สปป. ลาว รวมถึงร่วมมือกับบริษัท PowerChina ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเส้นทางรถไฟคุนหมิง-เวียงจันทน์ เพื่อให้โครงการบรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟไทย-ลาว-จีนในอนาคต อีกทั้ง เพื่อรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าและรถไฟทางคู่ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างหนาแน่นด้วย

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันรถไฟขนส่งสินค้าจะใช้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 ซึ่งทุกครั้งที่มีการเดินรถไฟผ่าน จะต้องทำการปิดการจราจรทางถนนประมาณ 20 นาที โดยขบวนรถไฟใช้เวลาวิ่งเชื่อมระหว่างสถานีหนองคายและสถานีท่านาแล้งประมาณ 15 นาที ในขณะที่การจราจรทางถนนบนสะพานมีความหนาแน่นสูงโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนระหว่าง 08.00 น. ถึง 18.00 น. อย่างไรก็ตาม หลังจากสะพานแห่งใหม่ก่อสร้างแล้วเสร็จ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 เดิมจะปรับเปลี่ยนไปใช้สำหรับรองรับเฉพาะการสัญจรของรถยนต์ทางถนนเพียงอย่างเดียว

ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ รฟท. ได้เตรียมความพร้อมรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยสำหรับการขนส่งสินค้าข้ามแดนทางรถไฟระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ในช่วง ต.ค. 2568 – ก.ย. 2569 มีปริมาณรวม 11,007 TEU หรือ 6,108 แคร่ ประกอบด้วย สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอื่น ๆ จำนวน 6,063 TEU ผลไม้ 3,262 TEU ข้าวมอลต์ 1,312 TEU และปุ๋ย 370 TEU สะท้อนถึงศักยภาพของการขนส่งสินค้าทางรางและโอกาสในการขยายการขนส่งสินค้าผ่านโครงข่ายรถไฟเชื่อมโยงไทย–ลาว–จีน

สำหรับในปัจจุบัน การขนส่งสินค้าทางรถไฟจากหนองคายไปยังเวียงจันทน์และเชื่อมต่อไปยังประเทศจีน แม้จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 ชั่วโมง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งทางรถบรรทุกที่ใช้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมง จะเห็นได้ว่าการขนส่งทางรางมีศักยภาพในการลดระยะเวลาการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การขนส่งสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบังผ่านหนองคายไปยังนครคุนหมิง ประเทศจีน มีระยะเวลาขนส่งประมาณ 50 ชั่วโมง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญในการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยกับตลาดจีน และเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ประกอบการในการบริหารจัดการต้นทุนและระยะเวลาขนส่ง

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่ยกขนและเปลี่ยนถ่ายสินค้าคอนเทนเนอร์ (Container Yard: CY) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สถานีโนนพะยอม สถานีหนองตะไก้ และสถานีนาทา โดยเฉพาะการพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทา จังหวัดหนองคาย บนพื้นที่ประมาณ 268 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางการยกขนและเปลี่ยนถ่ายสินค้าระหว่างระบบรางกับการขนส่งทางถนน โดยเชื่อมโยงกับโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าทางรถบรรทุก ของกรมการขนส่งทางบก เพื่อสนับสนุนการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเสริมศักยภาพการค้าชายแดนไทย–ลาว–จีน

เพิ่มเพื่อน