“จุรินทร์” ทัวร์ชัยภูมิ ชูเดินหน้าประกันรายได้เกษตรกร พร้อมมอบโฉนดที่ดินและงบพัฒนาอาชีพ

7 พ.ค. 2565 – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ทำการติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มันสําปะหลังและยางพารา รวมถึงมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกร มอบเช็คชําระหนี้แทนเกษตรกรและเช็คโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดชัยภูมิ  มองว่าพืชผลการเกษตรปีนี้ดีทุกตัว และทำเลแห่งนี้อยู่ในเขตชลประทาน ดินดี น้ำดี พืชผลดี ทำให้มันสำปะหลังกิโลกรัมละ 3.20 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กิโลกรัมละ 11-12 บาท ยางก้อนถ้วย กิโลกรัมละ 30.30 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 10 บาท

“เมื่อเรามาแก้ไขปัญหาราคายางพาราดีขึ้น ทำให้มีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ที่ปลูกข้าวไว้กินขณะที่ราคาข้าวดี ราคาข้าวสารก็จะแพงขึ้น ไม่ต้องซื้อข้าวสารแพงขึ้น จะสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่ราคาพืชเกษตรตกต่ำ จะมีนโยบายสำคัญคือนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล เป็นตัวช่วยยามที่ราคาพืชเกษตรตกต่ำ ในพืชเกษตร 5 ชนิด คือ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะมีเงิน 2 ทาง จากราคาที่ขายในตลาดและเงินส่วนต่างจากรายได้ที่ประกัน โอนเข้าบัญชี ธ.ก.ส.โดยตรง นี่คือซุปเปอร์แมน ตัวช่วยในยามที่ข้าวราคาตก แม้ปลูกข้าวไว้กินไม่ได้เอาไปขาย ก็ได้รับเงินส่วนต่างเหมือนกัน ” นายจุรินทร์ กล่าว

สำหรับจังหวัดชัยภูมิประกันรายได้ 3 ปีที่ผ่านมาช่วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวแล้ว 150,000 ราย โอนเงินส่วนต่างแล้ว 4,200 ล้านบาท ทำให้มีเงินส่วนต่างเฉลี่ยครัวเรือนละ 38,419 บาท สำหรับยางพาราประกันรายได้ ยางก้อนถ้วยที่กิโลกรัมละ 23 บาท ช่วยเกษตรกรชัยภูมิไปแล้ว 3 ปี 5,800 ราย โอนเงินส่วนต่างแล้ว 104 ล้านบาท ซึ่งช่วงหลังราคาเกินจากรายได้ที่ประกันทำให้ไม่ต้องโอนเงินส่วนต่าง เฉลี่ยที่เคยได้รายละ 31,000 บาท มันสำปะหลังประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 2.50 บาท ซึ่งเราเดินหน้าเป็นตัวช่วยยามยากให้กับพี่น้องยามที่พืชเกษตรราคาตก

ส่วนเรื่องหนี้สินเรามีกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯเกิดขึ้นในปี 2542 สมัยรัฐบาลชวนสอง (นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2) เป็นผู้เริ่มต้นจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูในยุคนั้น และในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกชื่อจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร่วมกันผลักดันจนกองทุนฟื้นฟูฯขึ้นและวันนี้ตนได้มีโอกาสเข้ามาดูแลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อช่วยแก้ปัญหา 2 ข้อ 1.แก้ปัญหาหนี้สิน 2.แก้ปัญหาพัฒนาอาชีพเพื่อให้มีรายได้มาใช้หนี้ได้ในอนาคต

“ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯจะซื้อหนี้จากสถาบันการเงินโดยไม่มีการยึดที่ดินทำกินจากเกษตรกรและดอกเบี้ยเงื่อนไขพิเศษ เพื่อไม่ให้ที่ดินทำกินตกไปอยู่ในมือของนายทุน และจะมีโครงการช่วยฟื้นฟูพัฒนาชีวิตเกษตรกร โดยให้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์ของบประมาณไปฟื้นฟูชีวิต เพื่อให้มีรายได้ยั่งยืนยังชีพต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าพวกเราทุกคน ทำได้ไวทำได้จริง ช่วยเหลือดูแลพี่น้องอย่างเป็นรูปธรรม และผู้ประสานงานที่ให้ตนได้มาพบกับพี่น้องในวันนี้คือ นายชยนนท์ คำเบ้า” นายจุรินทร์ กล่าวเสริม

ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดชัยภูมิ ระบุว่า ภายในงานได้มีการมอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรจำนวน 7 องค์กร 7 โครงการผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 797 คน เป็นเงินจำนวน 2,190,000 บาท โดย 7 องค์กรประกอบด้วย 1.กลุ่มไร่นาสวนผสมบ้านหัวสะพานหมู่ 8 2.องค์กรเกษตรกรส่งเสริมอาชีพบ้านฉนวน 3.กลุ่มเลี้ยงโคบ้านดอนไข่ผำ 4.กลุ่มสหพันธ์เกษตรกรบ้านใหม่ไทรงาม 5.สหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทยบำเหน็จณรงค์ 6.สหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทยลูกพญาแล 7.กลุ่มเกษตรผสมผสานพัฒนาอย่างยั่งยืนบ้านสารจอดใหม่ 1 และมอบเช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกรจำนวน 3 สหกรณ์ 23 ราย จำนวนเงิน 4,533,585.08 บาท ซึ่ง 3 สหกรณ์ประกอบด้วย 1.สหกรณ์การเกษตรบ้านเขว้า จำกัด 2.สหกรณ์การเกษตรหนองบัวแดง จำกัด 3.สหกรณ์การเกษตรหนองบัวระเหว จำกัด และยังมีเกษตรกรที่รับมอบโฉนดที่ดินและเกียรติบัตรอีกจำนวน 7 ราย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

พาณิชย์ชี้เป้าใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”