เงินเฟ้อ ก.ค.69 เพิ่ม 1.95% สูงขึ้น 4 เดือนติด แต่เริ่มชะลอลง เหตุจากน้ำมันทรงตัวสูงกว่าปีก่อน

สนค.เผยเงินเฟ้อ ก.ค.69 เพิ่ม 1.95% สูงขึ้น 4 เดือนติด แต่เริ่มชะลอลง มีสาเหตุหลักจากน้ำมันทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ค่าโดยสารสาธารณะขยับ อาหารสำเร็จรูปสูงขึ้นต่อเนื่อง ผักสดขึ้นจากผลกระทบเอลนีโญกำลังอ่อน รวมเงินเฟ้อ 7 เดือน เพิ่ม 1.21% คาดแนวโน้มยังขยับต่อ เป้าทั้งปีประเมิน 1.5-2.5% แต่ต้องลุ้นราคาน้ำมัน หากลดลง เงินเฟ้อก็จะต่ำลง

5 ส.ค. 2569 – นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน ก.ค.2569 เท่ากับ 102.10 เทียบกับเดือน ก.ค.2568 เพิ่มขึ้น 1.95% สูงขึ้น ติดต่อกัน 4 เดือน แต่เริ่มชะลอตัวลง โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้นตาม ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเครื่องประกอบอาหารบางชนิดทยอยปรับราคาสูงขึ้น และราคาผักสดปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งมีฐานราคาอยู่ในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน ส่วนราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก และยอดรวม 7 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-ก.ค.) เพิ่มขึ้น 1.21%

สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน ก.ค.2569 ที่เพิ่มขึ้น มาจากหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 1.88% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ค่าโดยสารสาธารณะ (ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารรถตู้วิ่งระหว่างจังหวัด ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก/รถสองแถว) ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยารีดผ้า น้ำยาฟอกผ้าขาว/น้ำยาซักผ้าขาว น้ำยาปรับผ้านุ่ม) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาลดลง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู ครีมนวดผม แป้งผัดหน้า) และเสื้อผ้า (เสื้อผ้าสตรี กางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดเด็ก)

ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 2.04% จากการสูงขึ้นของ ราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ผักสด (ต้นหอม ผักคะน้า แตงกวา ฟักทอง มะนาว มะละกอดิบ กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว) ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน แตงโม ฝรั่ง ลองกอง องุ่น ทุเรียน) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น)) ข้าวสารเจ้า และไข่ไก่ อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว กุ้งขาว ปลานิล และเครื่องประกอบอาหาร (มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) มะขามเปียก น้ำพริกแกง)

ทั้งนี้ เมื่อแยกเงินเฟ้อตามรายภาค พบว่า ภาคใต้สูงขึ้นสูงสุด 2.25% รองลงมา คือ ภาคกลาง 2.22% กรุงเทพฯ และปริมณฑล 1.88% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.72% ภาคเหนือ 1.57% ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เดือน ก.ค.2569 สูงขึ้น 1.34% เร่งตัวขึ้นจากเดือน มิ.ย.2569 ที่สูงขึ้น 1.23% รวม 7 เดือน ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.87%

นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ส.ค.2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งเครื่องประกอบอาหารทยอยปรับราคาสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า และราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมถึงความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อนสู่สภาวะเอลนีโญกำลังแรงและกำลังแรงมาก ส่วนปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย และราคาผลไม้สดมีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5–2.5% ค่ากลาง 2% มีสมมติฐานจากราคาน้ำมันดิบดูไบทั้งปี 80-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อาหารจานเดียวเพิ่ม 3-5% ค่ากระแสไฟฟ้า 3.93 บาทต่อหน่วย น้ำมันดีเซล 35-40 บาทต่อลิตร และซูเปอร์เอลนีโญยังไม่เกิดผลกระทบ แต่ถ้าน้ำมันดีเซลช่วงเดือน ส.ค.-ธ.ค.2569 ปรับลดลง เงินเฟ้อทั้งปี ก็มีแนวโน้มที่จะลดลงไปอยู่ในฐานตัวเลขล่าง เช่น เฉลี่ย 36.61 บาทต่อลิตร เงินเฟ้อก็จะอยู่ที่ 1.5%

เพิ่มเพื่อน