ธปท.ชี้คนไทยออมเพิ่มแต่ยังไม่พอใช้!

“ธปท.” เปิดผลสำรวจพบคนไทยออมเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่พอใช้ถึง 3 เดือน แนะรับมือเริ่มออมก่อนใช้ 40% ชี้โควิด-19 กระทุ้งคนวางแผนทางการเงินเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ในอนาคตเพิ่มขึ้น

28 ต.ค. 2564 นางสาวนวพร มหารักขกะ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายบริหารความเสี่ยงองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.เผยผลสำรวจทักษะทางการเงินของไทย ปี 2563 โดยเป็นการสำรวจครั้งที่ 8 ตามกรอบของ The Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 11,901 ครัวเรือน เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาทักษะทางการเงินของคนไทย และสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ดี พบว่า ผลการสำรวจทักษะทางการเงินปี 2563 แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีพัฒนาการระดับทักษะทางการเงินดีขึ้นอยู่ที่ 71% สูงกว่าการสำรวจครั้งก่อนในปี 2561 ที่ 66.2% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยการสำรวจทักษะทางการเงินครั้งล่าสุดของ OECD ในปี 2563 ที่ 60.5%

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของทักษะทางการเงินทั้ง 3 ด้าน พบว่าคนไทยมีพัฒนาการดีขึ้นในทุกด้าน โดยความรู้ทางการเงินอยู่ที่ 62.9% ปรับตัวดีขึ้นในทุกหัวข้อแต่ยังมีหัวข้อที่สามารถพัฒนาและส่งเสริมเพิ่มเติม ได้แก่ การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากทบต้น การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และมูลค่าของเงินตามกาลเวลา

ด้านพฤติกรรมทางการเงินอยู่ที่ 71.1% โดยหัวข้อการจัดสรรเงินก่อนใช้และศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่เหมาะสมมีคะแนนเพิ่มขึ้นมาก อย่างไรก็ดี หัวข้อการบริหารจัดการเงินเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเงินไม่พอใช้มีคะแนนลดลง ด้านทัศนคติทางการเงินอยู่ที่ 82% มีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทัศนคติในเรื่องการวางแผนเพื่ออนาคตในระยะยาวเป็นหัวข้อที่มีพัฒนาการจากปี 2561 มากที่สุด

“ความไม่มั่นคงทางรายได้จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 น่าจะมีส่วนทำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคตมากขึ้น” นางสาวนวพร กล่าว

นางสาวนวพร กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาระดับทักษะทางการเงินตามมิติช่วงวัย พบว่า ทุกวัยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในทุกด้านสอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ โดย Gen Y มีระดับทักษะทางการเงินดีที่สุดเมื่อเทียบกับวัยอื่น เนื่องจากมีคะแนนด้านความรู้และพฤติกรรมทางการเงินสูง แต่มีคะแนนทัศนคติทางการเงินค่อนข้างน้อย รองลงมาคือ Gen X โดยทัศนคติทางการเงินเป็นหัวข้อที่มีคะแนนสูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงวัยอื่น Gen Z มีคะแนนทักษะทางการเงินค่อนข้างน้อย โดยมีคะแนนด้านพฤติกรรมและทัศนคติทางการเงินน้อยที่สุดในทุกช่วงวัยแต่มีพัฒนาการของระดับทักษะทางการเงินดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับคะแนนปี 2561 โดยเฉพาะด้านความรู้และพฤติกรรมทางการเงิน และ Gen Baby Boomer ขึ้นไป มีคะแนนทักษะทางการเงินน้อยที่สุดโดยมีคะแนนด้านความรู้น้อยกว่าช่วงวัยอื่น

สำหรับการสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการออม พบว่าสัดส่วนผู้มีเงินออมในกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้น 74.7% ในปี 2563 จาก 72% ในปี 2561 และคนส่วนใหญ่มีความตระหนักเรื่องการออมเงินเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน และการออมเพื่อการเกษียณ ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนตระหนักถึงความจำเป็นของการเก็บเงินสำรองมากขึ้น

อย่างไรก็ดี มีเพียง 38% ที่มีเงินสำรองอยู่ได้เกิน 3 เดือน หากต้องหยุดงานกะทันหัน แสดงให้เห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องส่งเสริมการออมให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งนี้ แรงจูงใจสำคัญในการออมมาจากการมีเป้าหมายหรือแผนที่ชัดเจนที่จะต้องใช้เงินในอนาคต แต่มีเพียง 19.7% ที่จัดสรรเงินเพื่อออมก่อนนำเงินไปใช้จ่ายจึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เป้าหมายการออมไม่สำเร็จ

“แม้คนไทยจะมีสัดส่วนเงินออมเพิ่มขึ้น แต่ก็พบว่ากันชนในกรณีขาดรายได้ยังค่อนข้างบาง มีเงินออมไม่เพียงพอใช้ในระยะ 3 เดือนกว่า 60% โดยในจำนวนนี้ 30% ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องมีเงินเพียงพอแค่ไหน ที่สำคัญมีเพียง 17.8% หรือไม่ถึง 1 ใน 5 ที่มีเงินออมเพียงพอหลังเกษียณไปแล้ว”

อย่างไรก็ดี ธปท.เสนอให้ควรมีการออมก่อนใช้ในระดับ 40% ของรายได้ หรือ อย่างน้อยที่สุดในสถานการณ์โควิด ควรเริ่มออมได้ 10% หากทำเป็นนิสัยก็จะมีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งได้ โดยระดับเงินออมที่เหมาะสม ควรจะเพียงพอใช้ในระยะ 3-6 เดือน หากต้องขาดรายได้กระทันหัน โดยกำหนดเป้าหมายเงินออม คำนวนรายได้ รายจ่าย บันทึกและกันรายจ่ายจำเป็นออกไปก่อน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘แบงก์ชาติ’ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี69ยังฉลุย

‘แบงก์ชาติ’ ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังฉลุย อานิสงส์มาตรการรัฐ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ – ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วยหนุนเต็มสูบ พร้อมจับตาสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่ พุ่งเป้าประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ชี้บาทไทยแข็งค่าจากปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก

'หมอวรงค์' ข้องใจแบงก์พัน 1.4 แสนล้านหายจากระบบ ขอพบผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ

“หมอวรงค์” ทำหนังสือขอพบผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ แลกเปลี่ยนความเห็นปมธนบัตร 1,000 บาท มูลค่าราว 1.4 แสนล้านบาทไม่ไหลกลับเข้าสู่ระบบ ระบุเชื่ออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันและธุรกิจทุนเทา พร้อมหาทางออกต่อปัญหาดังกล่าว

‘ธปท.’ยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า

‘ธปท.’ ผนึกสมาคมแบงก์-ผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า ปรับลดวงเงินโอน-ชำระเงินครั้งใหญ่ เหลือสูงสุด 10,000 บาทต่อวัน เริ่มต้น ก.ย. 69 ปิดช่องมิจฉาชีพลวงใช้บัญชีเยาวชนก่อความเสียหาย ผงะพบยอดแล้ว 185 ล้านบาท

เตือนคนไทย! สถานทูตกรุงโดฮา แจ้งสถานการณ์ 'กาตาร์' เปราะบาง ขอมีสติหาที่กำบัง อยู่ในที่ปลอดภัย

สถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความเปราะบางและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือให้คนไทยทุกท่านยังคงปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการกาตาร์

นายกฯ แถลงการณ์ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' ชวนคนไทยน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ

นายกฯ แถลงการณ์ผ่านทีวีพูล ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

นักวิชาการชง ธปท. อุด 2 ช่องโหว่ Virtual Bank สกัดหนี้เสีย-บัญชีม้า

​นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชง “ธปท.” เร่งออก 2 มาตรการ คุม “Virtual Bank” หลังจ่อเปิดบริการครั้งแรกปี 69 นี้ ระบุ “ต้องกำหนดสัดส่วนปล่อยกู้สร้างอาชีพ 20%” ป้องกันให้สินเชื่อเอื้อบริโภคเยอะเกินจนหนี้เสียพุ่ง อีกส่วนคือ “ผ่