'คุรุจิต' เสนอเลิกเพดานดีเซล 30 บาท ชงลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

ผอ.สถาบันปิโตรเลียม เสนอยกเลิกเพดานราคาดีเซล 30 บาทให้สอดคล้องสถานการณ์โลก ชี้ชงลดภาษีสรรพสามิต 2  บาท

3 พ.ย. 2564 นายคุรุจิต​ นาครทรรพ​ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย​ เปิดเผยว่า​ ราคาน้ำมันขายปลีกในไทย​ ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก​ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาล​ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯ​ เข้าไปช่วยพยุงราคามาอย่างต่อเนื่อง​ สะท้อนชัดเจนจากข้อมูลตัวเลขราคาน้ำมันตั้งแต่วันที่​ 4​ มกราคม​ จนถึงวันที่​ 26​ ตุลาคมที่ผ่านมา​ ราคาน้ำมันเบนซิน​ ในตลาดสิงคโปร์​ ปรับขึ้นเฉลี่ย​ 87-90% ส่วนราคาน้ำมันดีเซล​ ปรับขึ้นประมาณ​ 70% ขณะที่ราคาน้ำมันขายปลีก​ แก๊สโซฮอล์ในไทย​ ปรับขึ้นประมาณ​ 40%  และราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นประมาณ​ 20-38% ซึ่งเป็นผลจากการขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมัน​ปรับลดค่าการตลาด​ และการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯ​ เข้าไปอุดหนุน​ จนเงินแทบจะหมดอยู่แล้ว​ ดังนั้น​ อยากให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาลพยายามดูแลราคาน้ำมันมาโดยตลอด

นอกจากราคาน้ำมันขายปลีกในไทย​ จะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันในตลาดโลกแล้ว​ โครงสร้างราคาน้ำมันของไทย​ ยังส่งผลสำคัญ​ต่อราคา​ โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีต่างๆ​ และการปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล​ ที่ปัจจุบันมีราคาค่อนข้างสูง​ ซึ่งหากยกเว้นการจับเก็บภาษี​และไม่มีการผสมไบโอดีเซลเลย  จะช่วยลดราคาน้ำมันลงได้​ประมาณ​ 10​ บาทต่อลิตร​ แต่มันคงไม่สามารถทำได้

ดังนั้น​ หากจะช่วยพยุงราคาน้ำมันดีเซลต่อไป​ มีข้อเสนอว่า​ควรยกเลิกเพดานราคาน้ำมันดีเซล​ 30 บาท ที่ใช้มานานถึง​ 15​ ปี​ โดยเพดานราคาน้ำมันที่เหมาะสม​  ควรอยู่ที่​ 34​ บาทต่อลิตร​ ซึ่งสอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ​ และสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก​

นอกจากนี้​ ควรปรับลดภาษีสรรพสามิตลง​ 2​ บาทต่อลิตร​ จากปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่​ 5.99 บาทต่อลิตร​ รวมทั้ง​ ปรับลดการผสมไบโอดีเซลลงเหลือ​ 5% จากที่กำหนดไว้​ 7-10% เพื่อช่วยลดภาระของการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯ

“ผมเข้าใจว่าสถานการณ์โควิด-19​ ทำให้กระทรวงการคลังเก็บภาษีได้ไม่เข้าเป้า​ โดยเฉพาะภาษี​vat แต่ถ้ารัฐบาลยังมีนโยบายพยุงราคาน้ำมันต่อไป​ แล้วกองทุนน้ำมันฯ​ เงินหมด​ ก็ควรจะช่วยกัน​ ด้วยการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงบ้าง” นายคุรุจิต​ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เอกนิติ” เปิด 3 เครื่องมือพยุงราคาน้ำมัน หากต้องลดภาษีเล็ง E20-B20 หนุนเกษตรกร ย้ำดูแลค่าครองชีพควบคู่วินัยการคลัง ไม่สร้างวิกฤตซ้ำ

วันนี้ (21 ก.ย.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงข้อเสนอให้นำวงเงินกู้ส่วนที่ยังเหลือจากมาตรการเยียวยาผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง มาใช้ดูแลราคาน้ำมันผ่านการลดภาษีสรรพสามิตว่า รัฐบาลมีเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการราคาพลังงานหลายทาง

รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้มาตรการน้ำมัน-ราคาสินค้า มีเป้าหมายต่างกัน

รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้ราคาน้ำมันส่งผลทั้งค่าขนส่ง ราคาสินค้า แต่ละมาตรการมีเป้าหมายต่างกัน ใช้เงินรัฐต้องตรงจุด คุ้มค่า ย้ำวงเงินกู้ไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมด