
ส.อ.ท.จับตาเศรษฐกิจโลกถดถอย โดยเฉพาะจากสหรัฐและอียูคู่ค้าหลักอาจส่งผลให้การส่งออกของไทยชะลอตัวลงในครึ่งปีหลัง เผยดัชนีเชื่อมั่นเอกชนเดือนมิ.ย. ยังโตในรอบ 3 เดือน พร้อมจับตาเมียนมาระงับชำระหนี้ใกล้ชิด อาจฉุดค้าชายแดนไทยลดลง
21 ก.ค. 2565 – นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ยังคงกังวลภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อที่ทำให้ราคาวัตถุดิบและพลังงาน ตลอดจนปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบหรือสินค้าไม่คลี่คลาย ทำให้ต้นทุนการผลิตยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังของปีนี้ ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มถดถอยจากหลายประเทศเผชิญภาวะเงินเฟ้อเริ่มส่งผลให้คำสั่งซื้อจากประเทศคู่ค้าชะลอตัวลงโดยเฉพาะสหรัฐและสหภาพยุโรป(อียู) ซึ่งอาจกดดันต่อการส่งออกของไทยในครึ่งปีหลังชะลอตัวตาม
“ ส่งออกปีนี้เรามองว่ายังคงเติบโตอยู่แต่ยังกังวลครึ่งปีหลังชะลอตัวจากแนวโน้มเศรษฐกิจคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐฯและอียูถดถอยทำให้แรงซื้อในประเทศตกต่ำ และยังต้องติดตามกรณีที่สหรัฐฯอาจปรับลดกำแพงภาษีฯนำเข้าสินค้าจากจีนเพื่อแก้ไขภาวะเงินเฟ้อซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯขึ้นกำแพงภาษีเพื่อทำสงครามการค้าและทำให้สหรัฐฯหันมานำเข้าสินค้าจากไทยซึ่งหากลดภาษีฯอาจทำให้การส่งออกของไทยอาจลดลงได้เช่นกัน”นายเกรียงไกรกล่าว
ขณะที่ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิ.ย. 2565 อยู่ที่ระดับ 86.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.3 ในเดือนพ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนโดยมีปัจจัยบวกจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 เพิ่มเติม การปรับลดระดับการเตือนภัย โควิดจากระดับ 3 เป็น 2 ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น รวมถึงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ ขณะที่ภาคการผลิตมีทิศทางที่ดีขึ้นสอดคล้องกับดัชนีฯคำสั่งซื้อสินค้าและยอดขายในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้การที่ประเทศจีนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เมืองสำคัญ ทำให้สั่งซื้อสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้สิ่งที่ต้องติดตามคือกรณีที่ธนาคารกลางเมียนมามีคำสั่งให้บริษัทต่างๆ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีเงินกู้ต่างประเทศระงับการชำระหนี้ต่างประเทศชั่วคราวเพื่อรักษาทุนสำรองระหว่างประเทศนั้นส.อ.ท.ได้มอบหมายให้สำรวจผลกระทบ 45 กลุ่มอุตสาหกรรมรวมถึงการค้าชายแดนภาพรวมว่าได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกันสปป.ลาวเองก็น่ากังวลเนื่องจากค่าเงินได้อ่อนค่าลงมากเช่นกันซึ่งหากเกิดปัญหาซ้ำรอยเมียนมาอาจกระทบการค้าชายแดนระหว่างไทยได้เช่นกัน
ด้านค่าเงินบาทของไทยเมื่อเทียบสหรัฐฯอ่อนค่าลงเฉลี่ย 7% จากต้นปีแต่ไม่น่ากังวลเมื่อเทียบกับหลายประเทศเพราะเงินสำรองของไทยยังคงสูงแต่ยอมรับว่าปัญหาเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่ปรับตัวสูงอาจส่งผลให้ธนาคารกลาง(เฟด)ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยแรงอีกครั้งในเร็วๆ นี้เป็น 0.75-1% ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าและบาทจะอ่อนค่ายิ่งขึ้นจะเป็นแรงกดดันให้การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายการเงิน(กนง.) ต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลค่าเงินบาทส่วนจะปรับอย่างไรคงอยู่ที่การตัดสินใจกนง. แต่ส.อ.ท.เห็นว่าต้องมองให้เกิดสมดุลระหว่างการนำเข้าและส่งออก
“ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย.ปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนเพราะเปิดประเทศรับท่องเที่ยวดังนั้นหากบริหารท่องเที่ยวให้ดีจะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยชดเชยส่งออกครึ่งปีหลังที่อาจจะชะลอตัวลงไปบ้างก็ตาม”นายเกรียงไกร กล่าว
สำหรับดัชนีฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 96.7 ในเดือนพ.ค. โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการทยอยฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับบริษัทเอกชนที่นำพนักงานไปท่องเที่ยวในเมืองรองและเมืองหลัก เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ รวมทั้งการยกเลิก Thailand Pass ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2565 คาดว่าจะช่วยหนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น
นายเกรียงไกล กล่าวว่า ดัชนีฯเชื่อมั่นในเดือนมิ.ย.ส่งผลให้ปัจจัยการเมืองเริ่มกังวลมากขึ้น เพราะขณะนั้นกำลังเข้าสู่การจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยยอมรับว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในขณะนี้ไม่อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ได้ แต่ปัจจัยการเมืองเป็นประเด็นที่เอกชนจะกังวลมากขึ้นเพราะกำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้งซึ่งหากการเมืองไทยมีเสถียรภาพก็จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อการค้าและการลงทุน และภายใต้ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนแปลงย่อมทำให้การเมืองโลกมีผลต่อไทยเช่นกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมื่อโลกปั่นป่วน สงครามอิสราเอล อิหร่าน แต่ไทยอยู่ได้
ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์ประจำวิชา Cybersecurity วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ศิษย์เก่าด้าน ความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเสี่ยง
เซ็นทรัล รีเทล โชว์ปี68 รายได้ 253,165 ล้านบาท
เซ็นทรัล รีเทล โชว์ปี68 รายได้ 253,165 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7,432 ล้านบาทเดินหน้าเสริมแกร่ง Ecosystem บนกลยุทธ์ New Heights, Next Growthพร้อมขับเคลื่อนตลาดหลักไทย-เวียดนามเต็มสูบ เตรียมเสนอจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.11 บาท
‘ศุภจี’สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลกประเมินผลกระทบส่งออกไทย
'พาณิชย์' ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ประเมินผลกระทบส่งออกไทย
ชง 2 ทางหนุน SMEs รับส่งออกพุ่ง แนะรัฐเจรจาการค้าสหรัฐลากถึงเลือกตั้งกลางเทอม
นักวิชาการธรรมศาสตร์ชี้ ส่งออกไทยเดือน ม.ค. 69 ทะลุ 9.8 แสนล้านบาท โต 24.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ SMEs ยังได้อานิสงส์จำกัด เสนอรัฐเร่งสร้างกำลังคนเชื่อมอุตสาหกรรม พร้อมออกแรงจูงใจดึงบ
ปศุสัตว์เร่งเครื่องเจรจา‘สิงคโปร์’เปิดตลาดนำเข้าหมูอีกประเทศ
ปศุสัตว์เร่งเครื่องเจรจา’สิงคโปร์’ มี.ค. หวังเปิดตลาดนำเข้าหมูอีกประเทศ หลังส่งออกล็อตแรกไปมาเลเซียฉลุย แนะฟาร์มเน้นรักษาจุดเด่นคุณภาพ หวังสร้างรายได้เข้าประเทศ

