ชง 2 ทางหนุน SMEs รับส่งออกพุ่ง แนะรัฐเจรจาการค้าสหรัฐลากถึงเลือกตั้งกลางเทอม

นักวิชาการธรรมศาสตร์ชี้ ส่งออกไทยเดือน ม.ค. 69 ทะลุ 9.8 แสนล้านบาท โต 24.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ SMEs ยังได้อานิสงส์จำกัด เสนอรัฐเร่งสร้างกำลังคนเชื่อมอุตสาหกรรม พร้อมออกแรงจูงใจดึงบริษัทข้ามชาติใช้ซัพพลายเออร์ไทย ขณะมาตรการภาษีสหรัฐฯ คาดยังไม่เกิดเร็ว แนะต่อรองแบบค่อยเป็นค่อยไป ลากจังหวะได้ถึงเลือกตั้งกลางเทอม เพื่อรอดูทิศทางนโยบายการค้าให้ชัดเจน

28 กุมภาพันธ์ 2569 - รศ. ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนา (ICDS) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การขยายตัวของภาคการส่งออกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในเดือน ม.ค. 2569 ที่ขยายตัวถึง 24.4% มูลค่ากว่า 9.8 แสนล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในสถานการณ์ที่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจอื่นๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งหากมองลึกลงไปในภาคการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องจะพบว่า อุตสาหกรรมอาหาร อาทิ ไก่ กุ้ง อาหารแปรรูป และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากจะสร้างมูลค่าจากการส่งออกสินค้าแล้ว สิ่งสำคัญคือมีการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเฉลี่ย 20 – 50% และช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศโดยเฉพาะแรงงานเฉลี่ย 20 – 35% ขึ้นอยู่กับประเภทของอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านการลงทุน นักลงทุนที่สนใจจะเข้ามาลงทุนมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะจากจีนและไต้หวัน ทว่าจุดเชื่อมที่จะให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานกับประเทศเหล่านี้ยังไม่ค่อยมีความชัดเจนนัก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลางของไทยไม่ได้ส่งออกสินค้าโดยตรง นั่นทำให้ผู้ประกอบการสองกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการส่งออกไม่มากเท่าใด

ทั้งนี้ ต้องทำให้การเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการกับนักลงทุนมีความแข็งแรงขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางของไทยได้รับประโยชน์มากขึ้นตามไปด้วย โดยสิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการ คือ 1. รัฐบาลใหม่ต้องมีแผนด้านการศึกษาในระดับพื้นฐานที่ชัดเจนในการสร้างกำลังคนเพื่อตอบโจทย์กับภาคอุตสาหกรรมในอนาคต รวมถึงสนับสนุนให้มีการพัฒนาทักษะ โดยอาจเชื่อมมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้คนสามารถไปพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญ

2. รัฐบาลควรมีนโยบายทั้งในทางภาษี และไม่ใช่ภาษี ในการสร้างแรงจูงใจให้กับบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมีการใช้แรงงานในไทย หรือใช้ผู้ที่จะจัดหาวัตถุดิบ ส่วนประกอบ สินค้า หรือบริการที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของธุรกิจ (Supplier) ของไทยเพิ่มมากขึ้น เพื่อผลักดันประสิทธิภาพการผลิตไปด้วยกัน เช่น การลดหย่อนภาษีนิติบุคคล หรือภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างแรงจูงใจ การปรับเงื่อนไขวีซ่า (Visa) เพื่อให้บริษัทข้ามชาติสามารถนำบุคลากรของบริษัทเข้ามาทำงานกับคนไทยได้มากขึ้น เพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาแรงงานไทยควบคู่ไปด้วย หรือจะเป็นการพยายามจับคู่ผู้ประกอบการต่างชาติรายใหม่ๆ กับ Supplier ไทย

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อถึงแนวโน้มมาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ จะใช้ทั้งมาตรการทางภาษีและไม่ใช่ภาษีต่อประเทศคู่ค้าต่อไป ส่วนตัวมองว่าทรัมป์มีแนวโน้มจะใช้มาตรการทางภาษีจากกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ มาตรา 232 คือด้านความมั่นคงแห่งชาติสำหรับรายสินค้าและครอบคลุมได้ทุกประเทศ และมาตรา 301 สำหรับตอบโต้ทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและสามารถใช้รายประเทศได้ ซึ่งทั้งสองมาตรานี้ไม่ได้มีการกำหนดกรอบเปอร์เซ็นต์เอาไว้และกรอบเวลาที่ใช้ได้ค่อนข้างยาวไม่เหมือนมาตรา 122 ที่มีระยะเวลา 150 วัน ดังนั้นหากเกิดขึ้นจริง ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบรุนแรง

อย่างไรก็ดี การใช้มาตรการดังกล่าวจะไม่เกิดได้อย่างรวดเร็วเหมือนการบังคับใช้ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ที่ศาลสูงสหรัฐเพิ่งสั่งระงับไป เนื่องจากกำหนดให้ต้องมีการสอบสวนและรับฟังความเห็นจากสาธารณะก่อน โดยมาตรา 232 กรอบเวลาอยู่ที่ 270 วัน ส่วนมาตรา 301 อาจยาวไปถึง 1 ปี ส่วนมาตราอื่นๆ โดยเฉพาะมาตรา 338 ซึ่งเป็นการใช้เพื่อเก็บภาษีกับประเทศที่มีการเลือกปฏิบัติกับสหรัฐฯ นั้น แม้จะไม่ต้องมีการไต่สวนและให้อำนาจเต็มกับประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีได้ถึง 50% แต่ถ้าดูจากกรณี IEEPA แล้วมีโอกาสที่จะผิดกฎหมายได้ง่าย

ขณะที่มาตรการที่ไม่ใช่ทางภาษี มีความเป็นไปได้หลายส่วน เช่น การใช้ใบอนุญาตการนำเข้า (Import license) การใช้มาตรการทางสุขอนามัยและเทคนิคการค้าในการสุ่มตรวจสินค้าเพิ่มขึ้นจนเพิ่มต้นทุนของผู้ส่งออกตามไปด้วย ฯลฯ แต่คิดว่าทรัมป์อาจจะใช้มาตรการเหล่านี้กับไทยน้อย เพราะตำแหน่งการผลิตของไทยกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมแตกต่างกัน ไม่เหมือนสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ ไต้หวัน และยุโรป ฉะนั้นสินค้าที่ไทยส่งไปจึงเป็นสินค้าที่สหรัฐฯ ยังต้องการ และผลิตเองไม่ได้ ทว่า ถ้าไทยจะโดนน่าจะเป็นในส่วนของสินค้าเกษตร เพราะสินค้าเกษตรบางชนิดของไทยสามารถทดแทนของสหรัฐฯ ได้

สำหรับการรับมือกับมาตรการจากสหรัฐฯ รัฐบาลควรใช้วิธีต่อรองแบบค่อยเป็นค่อยไป และค่อยๆ ทบทวนเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจน เพราะมาตรการที่ทรัมป์น่าจะนำมาใช้มีระยะเวลาที่ค่อนข้างนานกว่าผลจะเกิด ซึ่งอาจลากยาวไปถึงช่วงเลือกตั้งกลางเทอม (United States midterm election) และจะทำให้ไทยได้เห็นทิศทางของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อประเทศพันธมิตรได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงนอกจากการเจรจาแล้ว ก็ควรเดินหน้ากระจายตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสินค้าเกษตร หรือยาง ตลอดจนการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่สำคัญกระทรวงพาณิชย์ต้องร่วมมือกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับสินค้าให้มีคุณภาพสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ พร้อมกับนำเทคโนโลยีมาใช้ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากกลไกต่างๆ ได้มากขึ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯบิน 3 ประเทศ พร้อมร่วมประชุม UNGA81 ที่สหรัฐ

นายกฯบินโตเกียว ประชุมขับเคลื่อนหน่วยงานตัวแทนประเทศไทยในญี่ปุ่น ก่อนเดินทางต่อสหรัฐฯ ร่วม UNGA81 เผย เจรจาภาษีมะกัน ทุกอย่างยังอยู่ในกรอบ ย้ำ ไทยได้อัตราภาษีที่ต้องการแล้ว แต่ต้องหาข้อสรุปเพิ่มเติม ระบุ “ศุภจี” มั่นใจปิดดีลได้ ไม่ต้องแก้เนื้องาน เผย หากมีโอกาสต้องคุย”ทรัมป์“ อยู่แล้ว

'ศุภจี' เร่งปิดดีลภาษีทรัมป์ บินฟิลิปปินส์ถก 'รองผู้แทนการค้าสหรัฐ'

'ศุภจี' เร่งทำการบ้านปิดดีลภาษีสหรัฐ เตรียมถกรองผู้แทนการค้ามะกันที่ฟิลิปปินส์เสาร์นี้ เผยรายละเอียดส่วนใหญ่เรียบร้อย เหลือเพียงประเด็นย่อยในเอกสาร

อมตะดึงทุนจีน Homa ทุ่ม3.1 พันล้านปักฐานผลิตตู้เย็นส่งออก

อมตะดึงทุนจีน“Homa” ผู้ผลิตตู้เย็นและตู้แช่รายใหญ่ของโลก ลงทุนกว่า 3,100 ล้านบาท ตั้งฐานการผลิตในชลบุรี กำลังผลิต 1.5 ล้านเครื่องต่อปี ตั้งเป้าสร้างมูลค่าส่งออก 12,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 50–60% และสร้างการจ้างงานสูงสุด 3,000 ตำแหน่ง

'บ้านปู'สยายปีกLNGในสหรัฐเร่งหาพาร์ทเนอร์ร่วมทุน

'บ้านปู'เร่งศึกษาความเป็นไปได้เพื่อขยายการลงทุนธุรกิจLNGในสหรัฐฯ พร้อมชู แพลตฟอร์มพลังงานจากก๊าซธรรมชาติสู่ไฟฟ้า ที่งาน Gastech 2026 พร้อมส่งมอบโซลูชันพลังงานที่มั่นคงและยืดหยุ่น

พาณิชย์เตือนส่งออกไทยเตรียมรับมือสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าโดรน

กรมการค้าต่างประเทศเตือนผู้ส่งออกไทยเตรียมรับมือสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าโดรนและส่วนประกอบ ตั้งแต่ ก.ย.69 แนะตรวจสอบรายการสินค้า วางแผนลดผลกระทบ ทั้งต้นทุน ราคาขาย เหตุตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญของสินค้ากลุ่มนี้ของไทย