
“คลัง” ลุยถกสำนักงบดิ้นหาเงินโปะประกันรายได้ชาวนาตกค้างอีก 7.6 หมื่นล้านบาท ไม่ปัดขยับเพดานก่อหนี้แบงก์รัฐ ที่ตีกรอบ 30% ของงบรายจ่าย แจงขอคุยในรายละเอียดก่อน ระบุรัฐบาลยืนยันมีความตั้งใจดีในการช่วยเหลือเกษตรกร
11 พ.ย. 2564 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ไปเร่งหารือกับสำนักงบประมาณ เพื่อหาแหล่งเงินมาใช้ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ซึ่งยังมีความต้องการใช้เงินอีก 7.6 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นคลังได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปหารือกับสำนักงบประมาณ ว่ายังมีแหล่งเงินในส่วนไหน อย่างไรที่จะสามารถดึงมาดำเนินการได้บ้าง
“เบื้องต้น สศค. ได้คุยกับสำนักงบประมาณแล้ว ตอนนี้กำลังดูกันอยู่ว่ามีช่องทางไหนบ้าง มีแหล่งเงินตรงไหนอย่างมา จะมาจากส่วนไหนได้บ้าง โดยเชื่อว่าหลังจากคลังกับสำนักงบประมาณได้มีการหารือกันแล้วก็น่าจะมีความชัดเจนว่าจะมีทางออกที่ชัดเจนออกมาว่าจะสามารถเดินไปทางไหนได้” นายกฤษฎา กล่าว
นายกฤษฎา กล่าวถึงข้อเสนอเรื่องการขยายเพดานการก่อหนี้ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และหน่วยงานอื่น เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 28 ที่กำหนดว่าภาระหนี้ในส่วนนี้รวมกันต้องไม่เกิน 30% ของงบประมาณรายจ่ายนั้น คลังกับสำนักงบประมาณต้องคุยกันก่อนว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร
ทั้งนี้ สมัยก่อนไม่มีกฎหมายตัวนี้ แต่เมื่อปัจจุบันมีกฎหมายนี้ และมีการบังคับใช้แล้ว ก็ต้องมีการพิจารณา ต้องดูถึงความจำเป็น ว่ากันไปตามกฎหมาย
“รัฐบาลได้กำชับให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเร่งหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลยืนยันชัดเจนว่ามีความตั้งใจดีที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรอยู่แล้ว” นายกฤษฎา กล่าว
อย่างไรก็ดี พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 28 กำหนดไว้ว่า การใช้เงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่เพื่อการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไปก่อน จะต้องมีภาระรวมกันทั้งสิ้นไม่เกิน 30% ของงบประมาณรายจ่าย ซึ่งปัจจุบันใกล้ชนเพดานดังกล่าว หรือ ประมาณ 9.3 แสนล้านบาท เทียบกับวงเงินงบประมาณ 2565 วงเงิน 3.1 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้การใช้เงินสภาพคล่องของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายเงินชดเชยประกันรายได้เกษตรกรต่อไม่สามารถทำได้ โดยรัฐบาลต้องแก้ปัญหา โดยการหาเงินงบประมาณส่วนอื่นเพื่อไปใช้หนี้กับ ธ.ก.ส. หรือ เป็นเงินให้ ธ.ก.ส.ใช้สำหรับการจ่ายชดเชยการประกันราคาพืชผลเกษตรกรที่จะมีต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะการจ่ายชดเชยเกษตรการชาวนาที่ได้ราคาข้าวตกต่ำ ทำให้ราคาขายได้ต่ำกว่าราคาที่รัฐบาลประกันไว้มาก
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสามารถแก้ปัญหาได้ โดยการแก้ไขกฎหมายขยายเพดานการใช้เงินจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อดำเนินนโยบายของรัฐให้มีสัดส่วนมากขึ้นกว่า 30% ของงบประมาณที่กำหนดไว้ในปัจจุบัน เหมือนกับที่ผ่านมาได้มีการแก้ไขกรอบเพดานการก่อหนี้สาธารณะจาก 60% ของจีดีพี เป็น 70% ของจีดีพี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘คลัง’เตรียมเข็นมาตรการอุ้ม5กลุ่มสู้วิกฤติพลังงาน
‘เอกนิติ’ เตรียมเข็นมาตรการอุ้ม 5 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน เล็งอัดฉีดเงินใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผุดคูปองดิจิทัลเติมน้ำมันราคาพิเศษช่วยกลุ่มขนส่งสาธารณะ ปั้มซอฟโลนต์ต่อลมหายใจภาคอุตสาหกรรม
‘คลัง’เร่งประเมินผลกระทบสงครามรับมีโอกาสกระทบเศรษฐกิจไทย
‘คลัง’ เร่งจัดทำฉากทัศน์ประเมินผลกระทบจากวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ยอมรับมีโอกาสกระทบเศรษฐกิจปี 69 หากสถานการณ์ยืดเยื้อ-ขยายวงกว้าง พร้อมจับตาราคาพลังงาน หวั่นกระทบต้นทุน ยันเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด
จ่อรื้อภาษีสินค้านำเข้าบาทแรก ศุลกากรถกคลังชูเก็บเหมาอัตราเดียว
‘ศุลกากร’ เตรียมหารือคลังชงทบทวนปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรกขึ้นไป หวังสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย รับเล็งยกเสนอยกเครื่องเก็บอัตราเดียวทุกสินค้า พร้อมกางยอดเก็บเดือน ม.ค. 69 โตแรง 470 ล้านบาท ฟุ้งสัญญาณดีมีลุ้นทั้งปีงบ 69 ยอดวิ่งแตะ 1.2 หมื่นล้านบาท
'คลัง' ออกเกณฑ์ใหม่ เงินทดรองช่วยผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน มีผลกับเหตุภัยตั้งแต่ 6 มี.ค.นี้
คลังออกหลักเกณฑ์ใหม่ เงินทดรองราชการช่วยผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน มีผลกับเหตุภัยตั้งแต่ 6 มี.ค.69 เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงได้รวดเร็ว โปร่งใส สอดคล้องค่าครองชีพปัจจุบัน
กลุ่มตกหล่นเฮ! คนละครึ่งเฟส2 ได้2-2.4พันบาท
คลังยันวางระบบ "คนละครึ่งพลัส" พร้อมเดินหน้า 100% "เอกนิติ" คอนเฟิร์มตามนโยบายหาเสียงให้สิทธิ์กลุ่มตกหล่น 2,000-2,400 บาท

