คลังยันวางระบบ "คนละครึ่งพลัส" พร้อมเดินหน้า 100% "เอกนิติ" คอนเฟิร์มตามนโยบายหาเสียงให้สิทธิ์กลุ่มตกหล่น 2,000-2,400 บาทก่อน มั่นใจเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 โตทะลุ 1.8% แจงถก "แบงก์ชาติ" ใกล้ชิด กำชับดูแลค่าบาทต่อเนื่อง ชี้ตั้งรัฐบาลใหม่เร็ว งบ 2570 ไม่ช้าแน่
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัสว่า ขณะนี้ได้หารือกับทีมงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามวางรายละเอียดและออกแบบรูปแบบของโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ เมื่อหากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยจะสามารถเดินหน้าโครงการได้ทันที ซึ่งยืนยันตามนโยบายที่ได้มีการหาเสียงไว้ว่า จะให้สิทธิ์กับกลุ่มที่ตกหล่นก่อน รายละ 2,000 บาท สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี และ 2,400 บาท สำหรับคนที่อยู่ในระบบภาษี
ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไปอาจจะต้องมาทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง จากแผนเดิมก่อนยุบสภาที่จะดำเนินการใน 2 ส่วนคือ กลุ่มตกหล่น และกลุ่มที่ได้รับสิทธิ์ 20 ล้านคน โดยต้องมีการรับข้อสังเกตจากหลายฝ่ายมาพิจารณาร่วม รวมถึงต้องดูปัจจัยและเงื่อนไขอื่นๆ ประกอบ ทั้งเรื่องเม็ดเงินงบประมาณและระยะเวลาในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จึงมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมได้เท่าไหร่
นายเอกนิติกล่าวว่า ในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ขณะนี้ต้องยอมรับว่ามีข้อจำกัดทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องรอความชัดเจนเรื่องรัฐบาลใหม่ให้เรียบร้อยก่อน แต่วันนี้เศรษฐกิจรอไม่ได้ ดังนั้นจะเร่งขับเคลื่อนโครงการที่ได้มีการอนุมัติแล้วให้เดินหน้าต่อเนื่อง เช่น โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้, โครงการช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน การเข้มงวดในการเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งคาดว่ายอดการเบิกจ่ายในไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2568 จะสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 5%, โครงการ Thailand Individual Saving Account (TISA) ที่เตรียมความพร้อมไว้แล้วและสามารถดำเนินการได้ทันที
นอกจากนี้ จะเร่งรัดเรื่องการอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนเข้าระบบ โดยเฉพาะเม็ดเงินลงทุนที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน กว่า 4.8 แสนล้านบาท กว่า 80 โครงการ ผ่านโครงการ Thailand FastPass ซึ่งเม็ดเงินลงทุนจะทยอยเข้าสู่ระบบตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ และมีการประเมินว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจะสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 9% ซึ่งถือว่าเยอะมาก เหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงให้เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่อได้
รองนายกฯ และ รมว.การคลังกล่าวว่า รัฐบาลจะพยายามประคับประคองเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 2% โดยคลังวางเป้าหมายให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 ที่กระทรวงการคลังประเมินว่าจะขยายตัวได้ที่ 1.8% นั้น ส่วนตัวมองว่ามีโอกาสที่จะเติบโตได้มากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ได้เร่งดำเนินการตามแนวทาง Quick Big Win รวมถึงการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้ตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2568 น่าจะขยายตัวได้สูงกว่าที่ประเมินไว้ที่ 2.2%
“สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ถือว่ามีข้อดีในเรื่องการบริหารด้านเศรษฐกิจจะมีความต่อเนื่อง เพราะทุกคนรู้ว่าขณะนี้ประเทศไทยต้องเน้นเรื่องการต่อเนื่องเพื่อรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะต่อๆ ไป และทุกคนรู้ดีกว่าเรายังต้องเน้นเรื่องการปรับโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ภายใต้การรักษาวินัยการคลังอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และต่างชาติเองก็จับตามองเรื่องนี้ โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ร่วมกับพรรคการเมืองที่ทำนโยบายประชานิยม” นายเอกนิติระบุ
ส่วนเรื่องงบประมาณปี 2570 นั้น ได้หารือกับสำนักงบประมาณอย่างต่อเนื่อง หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วจะทำให้ความล่าช้าในส่วนนี้มีน้อยที่สุด นอกจากนี้ได้มีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ธปท.ยินดีให้ความร่วมมือ และพร้อมประสานทุกนโยบายเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัส พร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล โดยขณะนี้ระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้มีการเตรียมการไว้หมดแล้ว ทั้งเรื่องร้านค้าและประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการทั้งหมดมีความพร้อมแล้ว 100% แต่รายละเอียดทั้งหมดต้องรอความชัดเจนจากฝ่ายนโยบายอีกครั้ง เพราะขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลต้องการจะปรับเปลี่ยนรายละเอียดตรงส่วนไหนของโครงการเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุ่นใหม่น้ำเงินแบ่งเค้กลงตัว ลุยกระตุ้นศก.ชะลอแก้รธน.
"เลือดใหม่น้ำเงิน" แบ่งกระทรวงลงตัว “เอกนัฏ” คุมพลังงาน “วราวุธ” คุมอุตฯ
จำคุก1ปี-ตัดสิทธิ อดีตสส.พรรคส้ม ปกปิดคุณสมบัติ
ศาลระยองจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา "นครชัย ขุนณรงค์" อดีต สส.ระยอง พรรคส้ม
คนไทย29คนถึงบ้านเกิด 941แรงงานขอกลับด้วย
“สีหศักดิ์” ต้อนรับคนไทยกลุ่มแรก 29 คน อพยพจากอิหร่านเดินทางถึงประเทศไทย
‘โมจตาบา’ขึ้นผู้นำ-ทรัมป์ขู่อีก
"โมจตาบา คาเมเนอี" ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดสืบทอดอำนาจต่อจากบิดา
ขยับราคา‘เบนซิน’ ทยอยปรับตามกลไกตลาด งัดมาตรการประหยัดWFH
“อนุทิน” เรียกถกด่วนหลังน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ไล่บี้กลต.-ปปง. คุ้ยหุ้นเบนสมิธ จี้ออกหมายจับ
รัฐบาลย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” เจอคุกแน่ เป็นธุระจัดหาเจอโทษหนักกว่า “กรณ์”

