
“สรรพสามิต” รับจัดเก็บรายได้ 2 เดือนแรกปีงบ 66 อยู่ที่ 7.56 หมื่นล้านบาท ทรุด 1.34 หมื่นล้านบาท พิษมาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซลทุบหนัก สูญเดือนละหมื่นล้าน คาดเศรษฐกิจทยอยฟื้น-เทศกาลปีใหม่ หนุนบริโภคเหล้า-เบียร์คึกคัก แจงเร่งศึกษาแนวทางเก็บภาษีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
12 ธ.ค. 2565 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรม ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ2566 (ต.ค.-พ.ย.2565) อยู่ที่ 75,639 ล้านบาท ลดลง 9.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 13,423 ล้านบาท หรือลดลง 15.1% เนื่องจากรัฐบาลได้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้กับประชาชน หลังจากที่แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกทรงตัวอยู่ในระดับสูง
โดยภาพรวมการจัดเก็บภาษีน้ำมันของกรม อยู่ที่ 16,467 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 49.6% และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมา 18,690 ล้านบาท หรือลดลง 53.2% ซึ่งมีการประเมินว่าการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตรนั้น จะทำให้สูญรายได้ราว 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน
“การจัดเก็บรายได้ที่ลดลง หลัก ๆ เป็นผลมาจากมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งมีสัดส่วน 40% ของการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ แต่เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล โดยล่าสุดมีผลถึงเดือน ม.ค. 2566 ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน จากผลกระทบของราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง แต่ภาพรวมการจัดเก็บรายได้จากสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ขณะนี้ขยายตัวได้ดีเกือบทั้งหมด อาทิ ภาษีสุรา ยาสูบ และรถยนต์ ที่เติบโตได้เป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งเป็นมาจากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้น และอาจจะเข้าใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้การใช้จ่าย อุปโภคบริโภคต่าง ๆ อยู่ในช่วงขาขึ้น” นายเอกนิติ กล่าว
อย่างไรก็ดี กรมฯ ได้เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี โดยได้มีการดึงเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเสริมการทำงาน เพื่อให้การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2566 เป็นไปตามเป้าหมาย ที่ 567,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายให้กรมฯ ในการพิจารณาการจัดเก็บภาษีที่จะต้องเสริมศักยภาพสินค้าและบริการในกลุ่ม ESG เพื่อสนับสนุนนโยบายประเทศเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยเฉพาะในส่วนที่สอดคล้องกับมาตรการสนับสนุนยายนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของรัฐบาล นั่นคือ การจัดเก็บภาษีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระห่างการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ
“เรื่อง ESG เป็นสิ่งที่กรมฯ ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาต้องดูภาพทั้งในระยะสั้น และระยะยาว การใช้งาน และการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งหมายถึงการรีไซเคิล ทั้งหมดต้องดูควบคู่กันไป โดยรายละเอียดต่าง ๆ ตอนนี้กำลังคุยและศึกษา เพราะอยากให้สิ่งที่ออกมาเข้ากับสถานการณ์และผู้ประกอบการ ผู้ใช้งานสามารถทำตามได้ เกณฑ์หลัก ๆ ในการกำหนดอัตราภาษี จะมาจากการดูแลสิ่งแวดล้อม หากทำได้ดี อัตราภาษีก็น่าจะลดลง ซึ่งปัจจุบันมีการจัดเก็บภาษีแบตเตอรี่อยู่ที่ 8%” นายเอกนิติ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนละครึ่งมาแน่ สอท.จี้ปราบโกง หวังศก.ต่อเนื่อง
"เอกนิติ" การันตี "คนละครึ่งพลัส" มาแน่ แต่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน
‘เอกนิติ’คอนเฟิร์มเอง‘คนละครึ่ง พลัส’มาแน่!
‘เอกนิติ’ การันตี ‘คนละครึ่ง พลัส’ มาแน่!! แต่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน เดินหน้าออกแบบรายละเอียดโครงการ หวังให้มีความต่อเนื่อง ลุยเข็นต่อ ‘Thailand FastPass’ ดันเงินลงทุน 4.8 แสนล้านบาท พร้อมลุ้นงบปี 70 ดีเลย์ไม่เกิน 2-3 เดือน รับหากล่าช้าหวั่นกระทบเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้าย
“เอกนิติ” นำ ภท.หาเสียงตลาดเมืองไทยภัทร ช่วย “ประเดิมชัย” ชี้ กระแสคนเรียกร้องคนละครึ่งพลัส เฟส 2
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม., นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียงกทม. และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส.
'เอกนิติ' ประเดิมเวทีปราศรัยใหญ่ โชว์ผลงาน 73 วัน พาเศรษฐกิจไทยออกจากหล่มแล้ว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงและทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก พร้อมกล่าวกับชาว กทม. ว่า นี่เป็นการปราศรัยครั้งแรกในชีวิต ตนไม่เคยคิดว่าจะมาปราศรัยการเมือง ส่วนที่ลาออกมาจากราชการเพราะอยากให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นเพื่อให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น เพราะตนฝันว่าอยากให้ประเทศไทยแข่งขันกับนานาประเทศ เพื่อเราจะได้ภูมิใจไทย ทำให้ประเทศไทยเราแข็งแกร่งขึ้น
‘เอกนิติ’ยันเข้มถอนเงินสดผิดปกติ!เป็นแนวทางปราบทุนเทา
‘เอกนิติ’ แจงปม ‘แบงก์ชาติ’ ถือไม้เรียวตรวจแถวเข้มถอนเงินสดผิดปกติ ชี้เป็นส่วนหนึ่งของ Connect the Dots ปราบทุนเทา ระบุมีการประสานงานใกล้ชิดมาตลอด ยันหากพบธุรกรรมผิดปกติต้องเข้าไปตรวจสอบเร่งด่วนทั้งหมด
'เอกนิติ' ตีปี๊บประชุมดาวอส ไทยอยู่ในเรดาร์เวทีโลก ดึงดูดนักลงทุน 30 บริษัท มูลค่า 5 แสนล้าน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้นำทีมไทยแลนด์ เข้าร่วมเวที WEF ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีหัวใจสำคัญคือการเป็นเวทีแห่งการพูดคุยของผู้นำเพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการลงทุนของโลก โดยเรื่องแรกประเทศไทยได้แสดงบทบาทอยู่ในเรดาร์ของเวทีโลกอย่างชัดเจน ภายใต้บริบทที่เศรษฐกิจโลกเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และโลกแตกขั้ว

