กสิกร - ไทยพาณิชย์ สำรองเงินสด 7.4 หมื่นล้านบาท รับเทศกาลปีใหม่ 2566

20 ธ.ค. 2565 – ธนาคารกสิกรไทยเตรียมสำรองเงินสดสำหรับให้บริการในสาขาและเครื่องเอทีเอ็มเพื่อรองรับการใช้จ่ายช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2565 – 3 มกราคม 2566 รวมทั้งสิ้น 35,600 ล้านบาท

ในจำนวนนี้แบ่งเป็นการสำรองเงินสดผ่านช่องทางสาขาจำนวน 8,700 ล้านบาทโดยเป็นเงินสำรองสำหรับสาขาในเขตกรุงเทพฯจำนวน 3,700 ล้านบาทและสาขาในเขตภูมิภาคจำนวน 5,000 ล้านบาททั้งนี้ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมี 824 สาขาทั่วประเทศ

สำหรับการสำรองเงินสดเพื่อเครื่องเอทีเอ็ม (K-ATM) ที่มีอยู่จำนวนกว่า 9,000 เครื่องทั่วประเทศเป็นจำนวนทั้งสิ้น 26,900 ล้านบาทแบ่งเป็นการสำรองเพื่อบรรจุเครื่องเอทีเอ็มในเขตกรุงเทพฯจำนวน 12,000 ล้านบาทและเอทีเอ็มในเขตภูมิภาคจำนวน 14,900 ล้านบาท

ด้านธนาคารไทยพาณิชย์สำรองธนบัตรช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 เพื่อรองรับการใช้บริการของลูกค้าเพิ่มเติมจากภาวะปกติโดยรวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 39,000 ล้านบาท โดยเป็นการสำรองเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 5%  เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวดีอย่างต่อเนื่องและภาครัฐเน้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมทั้งการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้น โดยแบ่งเป็นการสำรองธนบัตรผ่านตู้เอทีเอ็ม จำนวน 32,500 ล้านบาท และสาขา จำนวน 6,500 ล้านบาท

(ข้อมูลปัจจุบัน ณ. วันที่ 30 พ.ย. 2565 ธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 776 สาขา มีเครื่องเอทีเอ็มรวม 12,451 เครื่อง)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

IRPC จับมือ KBANK เปิดตัวนวัตกรรมลงทุนอ้างอิงดัชนี SETESG ครั้งแรกในไทย

K Bank เปิดตัวนวัตกรรมการลงทุน "Bonus Structured Note" ที่อ้างอิงผลตอบแทนกับดัชนีหุ้นยั่งยืน SETESG ด้าน IRPC เผยพร้อมร่วมลงทุนภายใต้นวัตกรรมทางการเงินเพื่อความยั่งยืน สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรมในการสนับสนุนการลงทุนที่คำนึงถึง ESGและยกระดับตลาดทุนไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ธปท.ยัน‘กัลฟ์’ถือหุ้นKBANK10.03%ไม่เข้าเกณฑ์ต้องขออนุญาต

‘แบงก์ชาติ’ แจงปม ‘กัลฟ์’ ถือหุ้น KBANK ที่ 10.03% ไม่เข้าเกณฑ์ต้องขออนุญาตก่อน เหตุคำนวณภายใต้หลักเกณฑ์ของแบงก์ชาติแล้ว ถือว่ายังไม่ถึง 10%

กสิกรไทยเตรียมซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 47.39 ล้านหุ้น วงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท

กสิกรไทยประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินในวงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47.39 ล้านหุ้น โดยจะซื้อหุ้นผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2569