ดีอีเอส ระวังข่าวปลอมนโยบายภาครัฐมาแรง

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด พบข่าวปลอมมากกว่าครึ่ง อยู่ในกลุ่มข่าวนโยบายรัฐบาล ตามด้วยข่าวปลอมกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขณะที่ข่าวปลอมโควิด-19 ยังอยู่ในกระแสที่ 6 ข่าว

26 ธ.ค. 2565 – นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 16-22 ธันวาคม 2565 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่ามีข้อความที่เข้ามาจำนวน 5,184,582 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 282 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 249 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 33 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 123 เรื่อง

ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 65 เรื่อง

กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 38 เรื่อง

กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเรื่องเศรษฐกิจ จำนวน 11 เรื่อง

กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 9 เรื่อง

สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 6 เรื่อง

นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 16-22 ธันวาคม ดังนี้
อันดับที่ 1 เรื่อง กรุงไทยส่ง SMS ให้แก้ไขรหัสผ่านบัญชีธนาคารผ่านลิงก์

อันดับที่ 2 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ LUTA ช่วยบำรุงสายตา ชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา ต้านอาการอักเสบ บรรเทาอาการตาแห้ง และช่วยกรองแสงสีฟ้าได้

อันดับที่ 3 เรื่อง ประกาศพื้นที่สีแดง 47 จังหวัด พายุระดับ 3 พุ่งเข้าถล่มไทย

อันดับที่ 4 เรื่อง วิธีการรักษากระดูกทับเส้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

อันดับที่ 5 เรื่อง วิธีตรวจระดับความเสื่อมของสมอง ด้วยการกดและขยับเคลื่อนไหวนิ้ว

อันดับที่ 6 เรื่อง เคี้ยวเมล็ดมะละกอสุกแล้วกลืนโดยไม่ต้องกินน้ำตาม วันละ 3 เม็ด รักษามะเร็งระยะสุดท้าย เห็นผลใน 1 เดือน

อันดับที่ 7 เตรียมรับมือมรสุมเริ่มขึ้นฝั่ง พายุรุนแรงระดับ 5 พุ่งเป้าถล่มไทย

อันดับที่ 8 เรื่อง กรมการขนส่งทางบกเปิดทำใบขับขี่ออนไลน์ ประเภทรถยนต์ รถจักรยานยนต์และรถบรรทุก

อันดับที่ 9 เรื่อง การทำแมมโมแกรม เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม

อันดับที่ 10 เรื่อง โครงการวินัยดีมีเงิน รับ 500 บาท เป็นของขวัญปีใหม่ 2566

“ข่าวปลอมเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดีอีเอส ขอให้ประชาชน ระมัดระวังการรับรู้ข่าวสารที่ส่งมาถึงท่านทุกช่องทาง ดีอีเอสให้ความสําคัญในการตรวจสอบข่าวปลอม และตระหนักถึงผลกระทบของข่าวปลอมที่มีผลกระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างมาก ขอให้ประชาชนอย่างหลงเชื่อข่าวปลอมที่มีการแพร่ระบาดในทุกช่องทางทั้งจากโชเชียลมีเดีย โทรศัพท์ หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปรกติ ผ่านโชเชียลมีเดีย เอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ” นางสาว นพวรรณ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์

'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก

ชัยชนะในเมืองหลวงของพรรคส้ม กับข้ออ้างเฟกนิวส์ใน LINE กลุ่มหมู่บ้าน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลทันที เมื่อปรากฏคำชี้แจงถึงสาเหตุความพ่ายแพ้ในภาพรวมของพรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” ที่ขัดแย้งกับหลักความจริงอย่างย้อนแย้ง

ข่าวปลอม! กองทัพไทย ยันรัสเซียฝึกทหารไทย กู้ทุ่นระเบิด PMN-2 ไม่เป็นความจริง

กองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงกรณีภาพว่อนโซเชียลที่มีการระบุข้อความว่า "กองทัพรัสเซีย ฝึกทหารไทย เก็บกู้ทุ่นระเบิด PMN2" ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่ปรากฏ

เตือนหยุดแชร์ข่าวปลอม ตร.ทั่วประเทศตั้งด่านตรวจสำเนาทะเบียนรถ ไม่มีโดนปรับ 2 พัน

พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อโซเชียลเกี่ยวกับเรื่อง “พรุ่งนี้ ตำรวจจราจรทั่วประเทศจะเริ่มตั้งด่านเพื่อตรวจสำเนาทะเบียนรถ