โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ปลื้ม โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ประชาชนสนใจต่อเนื่อง ย้ำผู้สนใจลงทะเบียนได้ถึง 2 มี.ค. 2566 ผู้เคยลงทะเบียนแล้วไม่ต้องลงใหม่
01 มี.ค.2566 - นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่โครงการเราเที่ยวด้วยกันได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ตั้งแต่เฟสแรกจนถึงเฟสที่ 5 ซึ่งได้เปิดให้ผู้ประกอบการรายใหม่แจ้งความประสงค์ลงทะเบียน เข้ามาตั้งแต่วันที่ 8 - 15 กุมภาพันธ์ 2566 และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ สามารถลงทะเบียนได้ถึง 2 มีนาคม 2566
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับคุณสมบัติและเงื่อนไขในการลงทะเบียนใช้สิทธิ สำหรับบุคคลทั่วไปมีดังนี้ เป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ18ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน และต้องลงทะเบียนที่เว็บไซต์ของโครงการ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยกรอกข้อมูลส่วนตัว ในส่วนของเบอร์โทรศัพท์ ต้องเป็นเบอร์เดียวกันกับที่ใช้บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยจะได้รับการแจ้งผลการลงทะเบียนทาง SMS ภายใน 3 วัน
สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ และเคยใช้สิทธิในเฟสที่ 1 - 4 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่ให้กดรับสิทธิและยอมรับเงื่อนไขในวันที่ 7 มีนาคม 2566 ซึ่งจะได้รับสิทธิของ โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ในเฟส 5 จำนวน 5 สิทธิ โดยสิทธิประโยชน์ของโครงการในครั้งนี้ รัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน จำกัดสิทธิคนละไม่เกิน 5 ห้อง หรือ 5 คืน สามารถใช้สิทธิได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลสนับสนุนคูปองอาหาร/ท่องเที่ยวมูลค่า 600 บาทต่อห้องต่อคืน ให้กับประชาชนเมื่อ check-in ที่โรงแรม จะได้รับคูปองอาหารหรือท่องเที่ยววันละ 1 ครั้ง ซึ่งคูปองอาหาร หรือท่องเที่ยวสามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยประชาชนชำระ 60% และรัฐบาลสนับสนุนอีก 40% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง ซึ่งโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 นี้ มีทั้งหมด 560,000 สิทธิ โดยเมื่อลงทะเบียนแล้ว สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่ วันที่ 7 มีนาคม ถึง 26 เมษายน 2566
จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในวันแรก (ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 16.00 น.) พบว่า มีประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ผ่านเว็บไซต์แล้วจำนวน 35,242 คน ลงทะเบียนสำเร็จ 33,587 คน ในจำนวนนี้มีใช้งานแอพพลิเคชั่นเป๋าตังแล้ว 31,230 คน และหากรวมกับผู้ที่เคยลงทะเบียนใช้สิทธิ์โครงการใน 4 เฟสที่ผ่านมาทำให้มีการลงทะเบียนในฐานข้อมูลแล้วเกือบ 10 ล้านคน โดยคาดว่าเฟส 5 จะสามารถสร้างรายได้ท่องเที่ยวหมุนเวียนได้กว่า 12,539 ล้านบาท
“นายกฯ ยินดีที่ประชาชนตอบรับโครงการของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการเราเที่ยวด้วยกันครั้งที่ผ่านมา การดำเนินนโยบายประสบผลสำเร็จ ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งยังส่งเสริมให้ ประชาชนคนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ” นายอนุชากล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ หารือรองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีนชื่นมื่น
นายกฯ หารือรองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีน บรรยากาศเป็นกันเองบนพื้นฐานความไว้วางใจ ย้ำไทย–จีน พี่น้องที่ร่วมมือกันทุกมิติ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย และ ดร.คฑา ชินบัญชร ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย-จีน จัดพิธีสวดนพเคราะห์ ฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
พิธีสวดนพเคราะห์ แบบอนัมนิกาย เป็นพิธีกรรมทางพระพุทธศานาฝ่ายมหายาน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569
'อนุทิน' จ่อฟื้นคณะกรรมการปราบมาเฟีย!
นายกฯ จี้ถาม รมต. - ปลัดมหาดไทย คืบหน้าปราบมาเฟียภูเก็ต เตรียมฟื้น คกก.ปราบผู้มีอิทธิพล มอบ 'พลพีร์' รับผิดชอบ
นายกฯ ลั่นกองทัพไทยพร้อมไม่กังวลรถถังเขมร
'อนุทิน' แจงจีนส่งรถถังให้กัมพูชาไม่เกี่ยวกับไทย บอกไม่กังวล กองทัพไทยก็พร้อม
นายกฯ หารือเอฟบีไอย้ำจับมือปราบ 'อาชญากรรมข้ามชาติ-ภัยไซเบอร์'
นายกฯ ย้ำความร่วมมือตำรวจไทย–FBI ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-ภัยไซเบอร์ เดินหน้าสร้างเครือข่ายความมั่นคงรับมือภัยคุกคามยุคใหม่
'อนุทิน' โว 'มะกัน' ชื่นชมไทยทุกเรื่อง!
นายกฯ คุย ‘ทูตสหรัฐฯ-รอง ผอ.FBI’ เผยไทยได้รับชื่นชมทุกเรื่อง ก่อนนั่งหัวโต๊ะถก ครม.

