
“จุรินทร์” ชงประกันรายได้ข้าวเข้า ครม. จ่ายส่วนต่างเพิ่มงวด 3-33 พร้อมค่าปรับปรุงคุณภาพ ไร่ละ 1,000
30 พ.ย. 2564 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การประกันรายได้ข้าวผลการผลิตปีที่3 ฤดูกาลปลูก 2564 / 2565 การเก็บเกี่ยวเริ่มตั้งแต่ 15 ตุลาคมเป็นต้นไปนั้น กรอบวงเงินงบประมาณรวมทั้งหมด 33 งวด ขณะนี้ชาวนาที่เกี่ยวแล้วรับเงินของ งวดที่ 1-2-3 ไปแล้ว แต่งวด3ยังเหลืออักบางส่วน ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงไปถึงงวดที่ 7 แล้ว ส่วนงวดที่เหลือกำลังทยอยประกาศรายสัปดาห์
วันนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนามทำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี และกำลังประชุมคณะรัฐมนตรีวาระเรื่องประกันรายได้ข้าว ซึ่งได้มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้ชาวนาไปแล้ว 2 งวด เป็นเงินประมาณ 13,000 ล้านบาท แต่ที่เหลืออีก 31 งวด รอการเพิ่มเพดานวินัยการคลังซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มเพดานจาก 30% เป็น 35% แล้ว โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน นายจุรินทร์แจ้งด้วยว่า เงินช่วยปรับปรุงคุณภาพข้าวหรือค่าไถหว่านไร่ละ 1,000 บาทนั้นก็ได้เสนอในวันนี้ด้วย เมื่อครม.เห็นชอบจากนั้นจะดำเนินการจ่ายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวต่อไปได้ไร่ละ 1,000 บาทไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ คือไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท เท่ากับเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบทั้งหมดแล้ว ทางกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจะได้ประสานงานกับ ธ.ก.ส.ให้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกข้าวได้ต่อไป และด้วยโครงการนี้ผูกบัญชีธนาคารของเกษตรกรแต่ละรายโดยตรงแกับ ธ.ก.ส.ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเพาะปลูกและผูกบัญชีมาตั้งแต่ปีที่1 และเมื่อมีการเพาะปลูกทุกครั้งก็จะต้องลงทะเบียนขึ้นบัญชีทุกครั้ง ในระดับชุมชนหมู่บ้านจะมีเกษตรตำบลคอยดูแลร่วมกับ ธ.ก.ส.ในระดับจังหวัดจะมีพาณิชย์จังหวัดและเกษตรจังหวัดคอยดูแล
นางมัลลิกา ระบุว่า ขอแจ้งรายละเอียดสำหรับข้าว เพื่อให้เกษตรกรพี่น้องชาวนาได้ทราบทั่วกันอีกครั้ง เพื่อจรวจสอบสิทธิด้านส่วนต่างของตนในงวดที่ประกาศแล้ว คืองวดที่1-7 โดยตามประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเรื่อง การกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง และการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 1-7)
งวดที่ 1
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 1) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,864.23 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,407.75 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,947.87 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 8,065.38 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,662.53 บาท
การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 1 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,135.77 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,592.77 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,052.13 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 1,934.62 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,337.47 บาท
งวดที่ 2
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 2) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 15-21 ตุลาคม 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,869.56 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,280.84 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,980.93 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 8,081.31 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,651.21 บาท
การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 2 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,130.44 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,719.16 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,019.07 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 1,918.69 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,348.79 บาท
งวดที่ 3
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 3) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 22-28 ตุลาคม 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,863.54 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,280.84 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,955.56 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 8,030.69 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,605.02 บาท
การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 3ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,136.46 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,719.16 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,044.44 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 1,969.31 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,394.98 บาท
งวดที่ 4
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 4) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,786.53 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,280.84 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,876.24 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,910.09 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,533.41 บาท
การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 4 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,213.47 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,719.16 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,123.76 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,089.91 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,466.59 บาท
งวดที่ 5
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 5) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 5-11 พฤศจิกายน 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,828.98 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,244.62 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,770.08 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,746.54 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,671.50 บาท
การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 5 ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,171.02 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,755.38 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,229.92 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,253.46 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,328.50 บาท
งวดที่ 6
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่าง ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 6) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 12 – 18 พฤศจิกายน 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15 % ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,871.48 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,295.49 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,545.67 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,753.19 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,903.56 บาท
การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว
สำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 6
ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,128.52 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,704.51 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,454.33 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,246.81 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,096.44 บาท
งวดที่ 7
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่าง ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 7) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 19 – 25 พฤศจิกายน 2564
สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15 % ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 11,089.76 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,644.44 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,574.25 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,903.19 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 8,183.24 บาท
การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว
สำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 7 ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้
(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 3,910.24 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,355.56 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,425.75 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,096.81 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 3,816.76 บาท
” สำหรับการเก็บเกี่ยวในงวดต่อไป ทางกระทรวงพาณิชย์ทยอยประกาศเพราะทราบว่าเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวข้าวมากที่สุด เราพบปะพี่น้องชาวนาและเกษตรกรทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่นายจุรินทร์นำพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลชุดนี้ และประกาศวาระนี้ต่อรัฐสภาและประชาชนไว้ วันนี้เดินหน้าปีที่3 ทำให้ชาวนากว่า 5 ล้านครัวเรือนได้ 3 เด้งมาตลอดในรัฐบาลนี้โดยพรรคประชาธิปัตย์ ยุคนายจุรินทร์ คือ เด้ง1 ได้ข้าวไว้กินและขาย เด้ง2 ได้ “ส่วนต่าง” เด้ง3 ได้ค่าไถหว่านหรือค่าปรับปรุงข้าวและยังไม่รวมนาน้ำท่วมที่ได้ค่าภัยพิบัติด้วยอยู่แล้ว จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน ” นางมัลลิกา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย
‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย
ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA
ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว
'กล้าธรรม' จี้พาณิชย์รับมือของแพง ชี้เงินเฟ้อพุ่ง-ชาวบ้านรับภาระหนัก
“พีรวัส สมวงศ์” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม เรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เร่งออกมาตรการคุมราคาสินค้าอย่างเป็นรูปธรรม หลังเงินเฟ้อไทยเร่งตัวต่อเนื่อง เตือนต้นทุนพลังงานกำลังส่งผ่านสู่สินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ท่ามกลางภาระค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเผชิญทุกวัน
'ฝ่ายค้าน' บี้ล่า 'นอมินี' หลังพาณิชย์เจอแหล่งใหญ่ห้วยขวาง 53 บริษัท ชี้เป้าลุย 'สมุย-กระบี่-ภูเก็ต'
รองหน.พรรคปชป.ชี้กรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 53 ราย
“ศุภจี”สั่งเชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. พัฒนาแดชบอร์ดสินค้าข้าว
“ศุภจี”สั่งการเดินหน้าพัฒนา Dashboard สินค้าข้าว เชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. ใช้ดาวเทียม ข้อมูลการผลิต และการตลาด ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อช่วยคาดการผลผลิตได้แบบเรียลไทม์ นำร่อง จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายให้ครบทั้งประเทศ
ปชป. จี้พาณิชย์เร่งควบคุม 'ค่าจีพี' แพลตฟอร์มออนไลน์รีดกำไรผู้ค้าอ่วม
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประะานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อน โดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หารือถึงทิศทางและมาตรการของรัฐในกรเข้าไปกำหนดค่า จีพี หรือค่าทำเนียม ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

