พาณิชย์ ปลื้มประชาชนมองผลงานเข้าตา จัดการคุมเงินเฟ้ออยู่หมัด

พาณิชย์เผย เงินเฟ้อลดช่วยพยุงการใช้จ่าย หนุนประชาชนปลื้มผลงานกระทรวงพาณิชย์

29 ส.ค. 2566 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเดือนกรกฎาคม 2566 ทุกอำเภอทั่วประเทศ ในประเด็นการใช้จ่ายของประชาชนที่เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของ อัตราเงินเฟ้อที่ลดลงต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยพบว่า การใช้จ่ายของประชาชนในช่วงที่เงินเฟ้อลดลง ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งยังคงใช้จ่ายเท่าเดิมและลดลง ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น กระทบต่อการใช้จ่าย การออม และการลงทุน ในระดับปานกลาง – มาก โดยมีแนวทางลดผลกระทบ คือ การลดการซื้อของฟุ่มเฟือย สำหรับความพึงพอใจต่อนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในด้านต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการมาตลอดครึ่งปีแรกของปี 2566 อยู่ในระดับปานกลาง – ดีมาก โดยเฉพาะด้านคุณภาพของบุคลากร ประสิทธิภาพการทำงาน
และบริการต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.การใช้จ่ายของประชาชนในช่วงที่เงินเฟ้อลดลง พบว่า ในภาพรวม ยังใช้จ่ายเท่าเดิมเป็นอันดับแรก (ร้อยละ 44.31 ของผู้ตอบทั้งหมด) ตามด้วย ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น (ร้อยละ 31.25) และใช้จ่ายลดลง (ร้อยละ 24.44) หรืออาจกล่าวได้ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 68.75) ใช้จ่ายเท่าเดิมและลดลง สะท้อนให้เห็นว่า เงินเฟ้อที่ลดลงช่วยประคับประคองให้ประชาชนยังสามารถใช้จ่ายได้ในระดับเดิม และมีบางส่วนที่ภาระค่าใช้จ่ายลดลง

เมื่อพิจารณาเป็นรายอาชีพ และระดับรายได้ พบว่า สอดคล้องกับภาพรวม คือ ยังใช้จ่ายเท่าเดิมเป็นอันดับแรก เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มที่มีสัดส่วนผู้ที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นอันดับแรก คือ กลุ่มผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ (ร้อยละ 45.0) และผู้มีรายได้ไม่เกิน 5,000 บาท/เดือน (ร้อยละ 38.14) อาจสะท้อนว่าประชาชนกลุ่มนี้ยังคงได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าและบริการบางส่วนที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

ประเภทค่าใช้จ่ายที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากที่สุด 3 อันดับแรก มีความสอดคล้องกัน คือ ค่าอาหารและเครื่องดื่มทานที่บ้าน ค่าไฟฟ้า/ประปา และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผู้ตอบเป็นรายอาชีพ พบว่า เกือบทุกอาชีพและระดับรายได้มีความเห็นสอดคล้องกับภาพรวม มีเพียงนักศึกษา ที่ระบุว่าค่าใช้จ่ายที่จะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือลดลง คือ ค่าอาหารและเครื่องดื่มทานที่บ้านและที่ร้าน และค่าโทรศัพท์/อินเตอร์เน็ต

2.ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ต่อการใช้จ่าย การออม และการลงทุน พบว่า ในภาพรวม ผู้ตอบแบบสอบถามได้รับผลกระทบระดับปานกลาง (ร้อยละ 32.71) รองลงมาคือ กระทบมาก (ร้อยละ 26.29) และ
ไม่มีผลกระทบ (ร้อยละ 24.07) หรืออาจกล่าวได้ว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 59.0) ที่ได้รับผลกระทบในระดับปานกลาง – มาก

เมื่อพิจารณารายอาชีพและระดับรายได้ พบว่า ผลการสำรวจสอดคล้องกับภาพรวม คือ ได้รับผลกระทบระดับปานกลางเป็นอันดับแรก มีเพียงผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ เกษตรกร และผู้มีรายได้ 40,001 – 50,000 บาท/เดือน ที่ได้รับผลกระทบมากเป็นอันดับแรก (ร้อยละ 30.0 ร้อยละ 29.13 และร้อยละ 29.35 ตามลำดับ) เมื่อพิจารณากลุ่ม

ผู้ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง – มาก พบว่า กลุ่มที่มีสัดส่วนสูงกว่าภาพรวม (ร้อยละ 59.0) ครอบคลุมเกือบทุกอาชีพและรายได้ ได้แก่ ผู้ประกอบการ (ร้อยละ 62.65) นักศึกษา (ร้อยละ 62.23) อาชีพอิสระ (ร้อยละ 59.83) พนักงานของรัฐ (ร้อยละ 59.70) ผู้มีรายได้ 30,001 – 40,000 บาท/เดือน (ร้อยละ 64.35) 50,001 – 100,000 บาท/เดือน (ร้อยละ 63.86) และต่ำกว่า 5,000 บาท/เดือน (ร้อยละ 62.97)

สำหรับแนวทางการปรับตัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบ น้อย – ปานกลาง 3 อันดับแรก ได้แก่ การลดการซื้อของฟุ่มเฟือย การลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และการชะลอการลงทุน/การทำธุรกิจ ส่วนผู้ได้รับผลกระทบมาก ก็ใช้แนวทางข้างต้นเช่นกัน โดยเน้นการลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นอันดับแรก เป็นที่น่าสังเกตว่า การพิจารณาเป็นรายอาชีพและระดับรายได้ พบว่า ผู้ได้รับผลกระทบทุกระดับของกลุ่มเกษตรกรและผู้มีรายได้ไม่เกิน 5,000 บาท/เดือน จะลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นอันดับแรก สะท้อนถึงความสามารถในการวางแผนทางการเงินที่ค่อนข้างจำกัด และอาจได้รับผลกระทบมากหากเผชิญภาวะค่าครองชีพและหนี้ที่สูงขึ้น

3.ความคิดเห็นของประชาชนต่อการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่า พอใจในระดับปานกลาง – ดีมาก ซึ่งเป็นระดับเดียวกับการสำรวจเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยมีสัดส่วนระดับปานกลาง – ดีมาก สูงสุด 3 อันดับแรก คือ คุณภาพของบุคลากร (ร้อยละ 83.19) ประสิทธิภาพการทำงาน (ร้อยละ 81.74) และการเข้าถึงบริการต่าง ๆ อาทิ กิจกรรม และข้อมูล ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว (ร้อยละ 81.53)

เมื่อพิจารณาตามภาค พบว่า ประชาชนพึงพอใจระดับปานกลาง – ดีมาก เฉลี่ยสูงสุดในภาคกลาง (ร้อยละ 87.54) ตามด้วย ภาคเหนือ (ร้อยละ 86.04) ภาคใต้ (ร้อยละ 83.48) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ร้อยละ 84.21) และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (ร้อยละ 59.65)

เมื่อพิจารณาตามอาชีพ พบว่า ประชาชนพึงพอใจระดับปานกลาง – ดีมาก เฉลี่ยสูงสุดในอาชีพอิสระ (ร้อยละ 87.54) ตามด้วย เกษตรกร (ร้อยละ 83.24) พนักงานของรัฐ (ร้อยละ 82.98) ผู้ประกอบการ (ร้อยละ 82.91) นักศึกษา (ร้อยละ 78.06) พนักงานเอกชน (ร้อยละ 77.44) และผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ (ร้อยละ 73.41)

เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ เห็นว่าการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์อยู่ในระดับปานกลาง – ดีมาก โดยเฉลี่ยต่ำว่ากลุ่มอื่น

นายพูนพงษ์ กล่าวสรุปถึงผลการสำรวจครั้งนี้ว่า การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่การลดลงของเงินเฟ้อมีส่วนช่วยให้ประชาชนยังคงใช้จ่ายได้ในระดับเดิมและลดลง ทั้งนี้ ยังคงมีบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งหากภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จะสามารถช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชนกลุ่มนี้ได้ สำหรับความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ที่อยู่ในระดับปานกลาง – ดีมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงพึงพอใจต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม หากกระทรวงฯ ออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ มากขึ้น จะส่งลให้นโยบายและการดำเนินงานของกระทรวงฯ สามารถตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พาณิชย์'ถกบิ๊กค้าปลีกลุยโครงการ‘ไทยช่วยไทย ดูแลค่าครองชีพ’

พาณิชย์ หารือ บิ๊กค้าปลีก-ซัพพลายเออร์ เตรียม Kick Off โครงการ ‘ไทยช่วยไทย ดูแลค่าครองชีพ’ ขนทัพสินค้า House Brand และแบรนด์ทางเลือกหั่นและตรึงราคาช่วยประชาชน

พาณิชย์ลุยตรวจบัญชีม้าพุ่งเป้า 12 จังหวัด

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลุย สกัดบัญชีม้าเดินหน้าตรวจ 117,496 บริษัท ที่มีคนต่างชาติมาร่วมลงทุน พุ่งเป้า 12 จังหวัด โชว์ผลงานล่าสุด ส่ง ปปง.ตรวจเส้นทางเงิน 357 ราย ส่งกรมสรรพากร 3,634 ราย และส่ง บก.ปอศ. 11 รายฟันผิดนอมินี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึก 17 หน่วยงานรัฐสกัดนอมินี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลัง 17 หน่วยงานภาครัฐ แก้ปัญหาชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจัดการให้สิ้นซาก ป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตั้งเป้าลุยตรวจสอบนิติบุคคล 21,459 ราย พร้อมเตือนคนที่ร่วมมือ สนับสนุน หากตรวจพบ เล่นงานหนัก

ต่างชาติลงทุนไทย 68 แตะ 324,148 ล้านเพิ่ม 42% สูงสุดรอบ 5 ปี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยปี 68 ต่างชาติลงทุนไทย 1,078 ราย เพิ่มขึ้น 13% รวมเงินลงทุน 324,148 ล้านบาท เพิ่ม 42% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ลั่สิงคโปร์แชมป์ลงทุนมากสุด ตามด้วยญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง สหรัฐฯ

ธุรกิจดาวรุ่งปี 2569 เทรนด์ดิจิทัล-ไลฟ์สไตล์-สุขภาพ มาแรง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังมีแรงส่งจากธุรกิจที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พร้อมจัดอันดับ 3 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งรวม 10 ประเภทเทรนด์ดิจิทัล-ไลฟ์สไตล์-สุขภาพ มาแรง