กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยปี 68 ต่างชาติลงทุนไทย 1,078 ราย เพิ่มขึ้น 13% รวมเงินลงทุน 324,148 ล้านบาท เพิ่ม 42% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ลั่นสิงคโปร์แชมป์ลงทุนมากสุด ตามด้วยญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง สหรัฐฯ
21 ม.ค. 2569 - นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ในปี 2568ชาวต่างชาติลงทุนในไทยภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มีจำนวน 1,078 ราย เพิ่มขึ้น 13% มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 324,148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี (2564-2568) โดยในปี 2564 มีการลงทุนรวม 8.28 หมื่นล้านบาท ปี 2565 ลงทุนรวม 1.28 แสนล้านบาท ปี 2566 ลงทุนรวม 1.27 แสนล้านบาท และปี 2567 ลงทุนรวม 2.28 แสนล้านบาทสะท้อนนักลงทุนชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเห็นว่าไทยเป็นฐานการผลิตและตลาดที่สำคัญในระดับภูมิภาค และมีการจ้างงานคนไทย 6,647 คน เพิ่มขึ้น 32%
ทั้งนี้โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ญี่ปุ่น 186 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 85,688 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ การให้คำปรึกษาทางเทคนิคในการปรับปรุงกระบวนการผลิต เป็นต้น ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานพาหนะ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโลหะ เป็นต้น
2.สิงคโปร์ 167 ราย คิดเป็น 15% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 103,399 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจบริการ Data Center, Data Hosting ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป Printed Circuit Board ชิ้นส่วนพลาสติก และชิ้นส่วนเครื่องจักร เป็นต้น
3.จีน 152 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 35,046 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อการผลิตถ่านกัมมันต์ ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคของโรงไฟฟ้าพลังงานลม ธุรกิจบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ โดยเป็นการทดสอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เป็นต้น
4.สหรัฐอเมริกา 148 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,073 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจค้าปลีกสินค้า เช่น อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ เครื่องแต่งกาย เป็นต้น ธุรกิจกิจการโฆษณา ธุรกิจบริการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม ธุรกิจบริการรับจ้างผลิต เช่น เครื่องประดับหรือชิ้นส่วนเครื่องประดับที่ผลิตจากโลหะมีค่า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ DC Cable และโลหะผสมสำหรับผลิตเครื่องประดับ เป็นต้น
5.ฮ่องกง 113 ราย คิดเป็น 10% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 14,869 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ธุรกิจบริการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง ธุรกิจบริการ Data Center ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น พลาสติกคอมพาวด์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และอุปกรณ์สำหรับเครื่องจักร เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 527 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 1,078 ราย มูลค่าลงทุน 241,869 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง 2.กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (TISO) ที่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนและโลจิสติกส์ในภูมิภาค 3.ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ และ Data Center เป็นต้น โดยตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และการพัฒนา Data Center และ AI Services
นายพูนพงษ์กล่าวว่า การลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ปี 2568 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 313 ราย คิดเป็น 29% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 4% มีมูลค่าการลงทุน 106,461 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 83 ราย ลงทุน 19,263 ล้านบาท ญี่ปุ่น 67 ราย ลงทุน 33,840 ล้านบาท สิงคโปร์ 46 ราย ลงทุน 23,238 ล้านบาท และประเทศอื่น ๆ 117 ราย ลงทุน 30,120 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โดยการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจบริการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ธุรกิจบริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล บริการ Data Center ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ยางสังเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และชิ้นส่วนยานพาหนะ เป็นต้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' ช่วย SME ปิดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย
รัฐบาลลุยอุดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย SME รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' เกษตรไม่เกิน 30 วัน การค้า-ผลิต-บริการ 45 วัน
'พาณิชย์' ลุยลดค่าครองชีพประชาชน-ช่วยผู้ประกอบการ ยกทัพสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้พี่น้องชาวยะลา ในงาน 'ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ' จังหวัดยะลา
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ ผ่านการจัดงาน “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จังหวัดยะลา
'พาณิชย์' ชี้ตลาด Fresh Snacks จีนโตแรง มูลค่าร่วม 200,000 ล้านบาท โอกาสผู้ประกอบการไทย ดันสินค้าไทยสู่ Next Level เปลี่ยน 'Thai Product' สู่ 'Thai Brand' สร้างมูลค่า
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกเร่งขยายตลาดสินค้าและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ และยกระดับสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บางจากฯ ร่วมช่วยเกษตรกร สมาชิกบางจากกรีนไมลส์เติมน้ำมันทุกชนิด รับฟรีมังคุดสดจากสวน
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดกระจายผลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาดตามฤดูกาลพร้อมกันจำนวนมาก ด้วยการรับซื้อมังคุดมาสมนาคุณลูกค้า โดยสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป รับฟรีมังคุดสดจากสวน 1 ถุง (ประมาณครึ่งกิโลกรัม) ตั้งแต่วันที่ 11 – 13 กันยายน 2569 หรือจนกว่าของจะหมด ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดได้ที่ www.bangchakmarketplace.com
นายกฯ ฮึ่ม เนรเทศชาวอิสราเอลกระชับใช้กม.เข้มข้น จัดระเบียบต่างชาติแตกแถว
“อนุทิน”แจงเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล ตามกฎระเบียบใหม่ กระชับใช้กม.เข้มข้น-เร็วขึ้น ต่างชาติทำตัวไม่เหมาะสมเป็นอันตรายต่อความมั่นคง-คนไทย

