
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้านโยบายสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยต่อเนื่อง ตั้งเป้ายกระดับสินค้าชุมชนสู่ระดับพรีเมียม สร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดมุ่งสู่ 52,000 ล้านบาทภายในปี 2566 ล่าสุดดึงร้านอาหารนอร์ธ (North Restaurant) ร่วมรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบ GI สะท้อนอัตลักษณ์พื้นถิ่น ผ่านเมนูอาหารเหนือสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง
15 ก.ย. 2566 – นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “นอกจากการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ที่เป็นภารกิจหลักของกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ความสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ไทย รวมไปถึงการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้า GI ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์พื้นถิ่น
และให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อนำมาสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ GI ไทย ซึ่งหลังจากที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดกิจกรรมเพื่อดึงเครือข่ายร้านอาหารระดับมิชลินร่วมรังสรรค์เมนูไฟน์ไดนิ่งจากวัตถุดิบ GI ไปเมื่อต้นปี
ที่ผ่านมา กิจกรรมดังกล่าวช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการอาหารไทย โดยเฉพาะร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งให้หันมามองหาสินค้า GI ไทย และนำมาเป็นวัตถุดิบรังสรรค์เมนูอาหารที่สะท้อนถึงที่มา อัตลักษณ์ ความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี”
“ล่าสุด ร้านนอร์ธ ร้านอาหารเหนือสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง ย่านสุขุมวิท ซอย 33 ได้นำสินค้า GI ได้แก่ ขมิ้นชัน สุราษฎร์ธานี เนื้อโคขุนโพนยางคำ ของจังหวัดสกลนคร ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า ของจังหวัดฉะเชิงเทรา และเกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน มาเป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์เมนูใหม่ประจำร้าน อาทิ ซุปผักกูดล้านนา แกงฮังเลแก้มวัวไทยเฟรนซ์โพนยางคำสกลนคร คัสตาร์ตอ่องปูนา ซอร์เบท์มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า และเหนือสุดในสยามน้ำพริกน้ำผักเวียงนาราย เป็นต้น เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสชาติความอร่อย อันเป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบ GI ผ่านเมนูอาหารเหนือ ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาขอชื่นชมผู้ประกอบการ
ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่าง GI นับเป็นร้านอาหารต้นแบบที่มีส่วนร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชนไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กรมฯ ขอเชิญชวนร้านอาหารหรือเครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารนำวัตถุดิบท้องถิ่นที่สะท้อนถึงแหล่งที่มา อัตลักษณ์ทางภูมิศาสตร์อย่างสินค้า GI มาเป็นส่วนหนึ่งของเมนูอาหาร เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็งไปพร้อมกับธุรกิจร้านอาหารของท่าน” นายวุฒิไกร กล่าว
ด้านนายปเรตร์ อรรถวิภัชน์ ผู้ก่อตั้งร้านอาหารนอร์ธ เปิดเผยว่า “ร้านอาหารนอร์ธ เป็นร้านอาหารที่มีความตั้งใจในการรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบชั้นเลิศที่เป็นผลผลิตของไทย โดยผสมผสานนวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับลูกค้าของเราทุกๆ คน ซึ่งการดึงสินค้า GI มาเป็นวัตถุดิบในเมนูอาหารที่ทางร้านเพิ่งออกมาใหม่นี้ เกิดจากแรงบันดาลใจที่ผมได้ไปร่วมงานฉลองครบรอบ 20 ปี GI ไทย ที่กรมทรัพย์สิน
ทางปัญญาจัดขึ้น ทำให้ผมมีโอกาสได้สัมผัสคุณภาพของวัตถุดิบ GI และนำกลับมาต่อยอดรังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษ ในวันนี้ ซึ่งต้องขอขอบคุณกรมทรัพย์สินทางปัญญามา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พาณิชย์ประกาศขึ้นทะเบียน GI ‘ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ’ เพิ่มรายได้เกษตรกร
ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” เป็นสินค้า GI หวังเพิ่มมูลค่า เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ เผยปึ 68 สร้างรายได้กว่า 500 ล้านบาท
'พาณิชย์' เปิดเทรนด์สิทธิบัตรเกษตร มั่งสู่เกษตรนวัตกรรม ผสานเทคโนโลยี เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยบทวิเคราะห์แนวโน้มสิทธิบัตรด้านเกษตรกรรมทั่วโลก พบว่าภาคเกษตรมีพัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างยาวนาน และกำลังก้าวสู่ยุค “เกษตรนวัตกรรม” ที่ผสานเทคโนโลยี เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และข้อมูลสารสนเทศ
ปลัดพาณิชย์ ยัน 'ยังไม่ขึ้น' ราคาสินค้าทุกประเภท
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกรรมการ ศบก. ปฏิเสธแสดงความเห็นกรณีที่ประชุม ศบก. วันนี้
ไทยหลุดโผบัญชี'ตลาดออนไลน์ละเมิดลิขสิทธิ์'เหลือเพียง 1แห่ง
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยสหรัฐฯ รายงานตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ปี 68 ไม่มีชื่อตลาดออนไลน์ของไทย แต่เหลือตลาดพื้นที่การค้า 1 แห่ง เหตุมีความพยายามลักลอบขายสินค้าละเมิด ตั้งแผงชั่วคราว หรือเปลี่ยนวิธีขาย เตรียมลุยจัดการต่อ
ปลื้ม! ทุเรียน GI ไทยมาแรงสร้างมูลค่าตลาดทะลุ 6.8 หมื่นล้านบาท
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปลื้ม! ทุเรียน GI ไทยกระแสแรงสร้างมูลค่าการตลาดทะลุ 6.8 หมื่นล้านบาท ชู 5 สุดยอดทุเรียนอัตลักษณ์ แชมป์มูลค่าสูงสุดแห่งปี
ข่าวดี 'สับปะรดสวี' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของดีลำดับที่ 7 จังหวัดชุมพร
'อัยรินทร์' เผยข่าวดี 'สับปะรดสวี' ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของดีลำดับที่ 7 จ.ชุมพร สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่า 27 ล้านบาท คาดช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้เพิ่มขึ้น

