เนื้อไก่ชูโรง พาณิชย์เผยยอดส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไทย 7 เดือนแรก ขยายตัวต่อเนื่อง

การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยในช่วง 7 เดือนแรก ของปี 2566 ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเนื้อไก่ทั้งแช่แข็งและแปรรูปมีมูลค่าการส่งออกสูงถึงร้อยละ 87.47 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ทั้งหมดของไทย แนะผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตและอุปทานในตลาดโลก

19 ก.ย.2566 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การค้าสินค้าปศุสัตว์ของไทยในช่วง 7 เดือนแรก (มกราคม – กรกฎาคม 2566) พบว่ามีมูลค่าส่งออกรวม 2,654.57 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 5.62 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยสินค้าปศุสัตว์ส่งออกที่สำคัญของไทย คือ เนื้อไก่ทั้งแช่แข็งและแปรรูป มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 2,322.04 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 3.44 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 87.47 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ทั้งหมดของไทย ทั้งนี้ หากพิจารณาการนำเข้าเนื้อไก่ฯ ของโลก ในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2566 พบว่า ไทยมีส่วนแบ่งตลาดโลกอยู่ที่ร้อยละ 12.06 (จากเดิมส่วนแบ่งร้อยละ 11.23) นอกจากนี้ ในส่วนของไข่ไก่สดมีมูลค่าการส่งออก 36.19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวถึงร้อยละ 151.36

จากแดชบอร์ดวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Dashboard) ‘ไก่เนื้อ’ ของเว็บไซต์ คิดค้า.com พบว่าในช่วง 7 เดือนแรก มูลค่าการส่งออกไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ของไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.44 มูลค่าการส่งออกไก่เนื้อทั้งตัว สด แช่เย็นหรือแช่แข็ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 255.41 และมูลค่าการส่งออกชิ้นเนื้อและส่วนอื่น ๆ สด แช่เย็น หรือแช่เย็นจนแข็ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.71 และมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่ตัดขนาดเท่าลูกเต๋าแช่แข็งแห้ง (ฟรีซไดรด์) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ส่วนมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่ปรุงแต่ง ลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ -6.79

ตลาดส่งออกสำคัญของไทยสำหรับสินค้าไก่ คือ ญี่ปุ่น มีสัดส่วนร้อยละ 40.95 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าไก่จากไทยไปโลก (และไทยมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 51.90 ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าดังกล่าวทั้งหมดของญี่ปุ่น) ส่วนตลาดส่งออกที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ สหราชอาณาจักร (สัดส่วนร้อยละ 17.26) สาธารณรัฐประชาชนจีน (สัดส่วนร้อยละ 12.33) เนเธอแลนด์ (สัดส่วนร้อยละ 8.39) เกาหลี (สัดส่วนร้อยละ 5.04) มาเลเซีย (สัดส่วนร้อยละ 4.94) และประเทศอื่น ๆ อาทิ สิงคโปร์ ไอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา และฝรั่งเศส ฯลฯ (สัดส่วนร้อยละ 11.09) ทั้งนี้ จากการประเมินช่องว่างโอกาสการขยายมูลค่าการส่งออกของไทย (Potential GAP Analysis) โดยพิจารณาจากประเทศที่มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าไก่สูง แต่ไทยยังมีส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยส่วนแบ่งตลาดของไทยในโลก พบว่าประเทศที่ไทยยังมีช่องว่างในการขยายมูลค่าการส่งออก 3 อันดับแรก คือ ฝรั่งเศส เยอรมนี และซาอุดีอาระเบีย มีส่วนต่างเป้าหมายการส่งออกอยู่ที่ 94.51, 76.50 และ 57.90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามลำดับ

“ตลาดอียูมีแนวโน้มบริโภคไก่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสรักสุขภาพ และโครงสร้างประชากรในประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลง เนื้อไก่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพชั้นดี ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ จึงมีความต้องการบริโภคมากขึ้น ส่วนประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีประชากรมากถึง 35.6 ล้านคน และมีสัดส่วนการนำเข้าอาหารสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ปัจจุบันซาอุดีอาระเบียนำเข้าผลิตภัณฑ์ไก่จากทั่วโลก เฉลี่ยปีละ 6.5 แสนตัน ซึ่งส่วนแบ่งตลาดของไทยในตลาดดังกล่าวยังถือว่าไม่มากนัก แต่ทั้ง 3 ประเทศ เป็นตลาดศักยภาพที่มีมูลค่านำเข้าสูง จึงเป็นโอกาสที่ไทยควรเร่งขยายการส่งออกไปยังตลาดเป้าหมายเหล่านี้” นายพูนพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตและอุปทานในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่กลับมาตึงเครียดขึ้น สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในประเทศบราซิล ซึ่งรายงานล่าสุดของ United States Department of Agriculture (USDA) ระบุว่ายังไม่มีการรายงานการแพร่ระบาดในวงกว้าง หรือเรื่องของสถานการณ์ภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ สถานการณ์เอลนีโญ ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ แม้ว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ อาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก แต่ก็ยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของการส่งออกสินค้าดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการประกาศลดระดับการจัดการโรคโควิด-19 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งทำให้จีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมการนำเข้า และจะมีการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตและแปรรูปไก่แช่แข็งของไทยที่สามารถส่งออกไปจีนได้เพิ่มเติม (ปัจจุบันมี 20 โรงงานที่สามารถส่งออกมาจีนได้) แนวโน้มความต้องการบริโภคไก่เนื้อที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก จากราคาที่ต่ำกว่าราคาเนื้อสัตว์ประเภทอื่น กระแสรักสุขภาพ ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งที่บรรลุข้อตกลงแล้วและมีแผนที่จะเจรจา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและขยายตลาดใหม่ ๆ ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ของไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วอนอย่าตื่นตระหนก! รัฐบาลย้ำสินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ

รัฐบาลย้ำสินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ขอ ปชช.อย่าตื่นตระหนก  เตือนกักตุนสินค้า ฉวยโอกาสขึ้นราคา โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“พาณิชย์” ยกทัพวัตถุดิบไทยจัดงาน “Local Ingredients World Class Experiences” จับมือเชฟ–ผู้ประกอบการ ต่อยอดสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม คาดยอดขายกว่า 10 ล้านบาท

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย จากการจำหน่ายในรูป “วัตถุดิบ” สู่สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เข้ากับภาคธุรกิจอาหารและเชฟมืออาชีพ