
“แบงก์ชาติ” ยันไม่กำหนดค่าเงินบาท หวั่นป่วนกลไกตลาด แจงไร้ข้อขัดแย้งรัฐบาล พร้อมทำงานร่วมทำงานเต็มสูบ เตรียมแนะทำดิจิทัลวอลเล็ต
4 ต.ค. 2566นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2566 ที่อ่อนค่าในระดับ 37 บาทต่อดอลล่าร์ ก็ต้องดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ยอมรับว่าค่าเงินบาทมีความผันผวนสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน มาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ ค่าเงินดอลล่าร์แข็งค่า, ความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน และราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากค่าเงินบาทของไทยมีความสัมพันธ์กับปัจจัยดังกล่าวอย่างมาก
“ธปท. ไม่ได้ต้องการให้ค่าเงินมีความผันผวนสูง เพราะจะกระทบกับภาคธุรกิจต้องปรับตัว แต่ว่าค่าเงินบาทที่อ่อนลงในภาพรวม ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ เพราะไทยยังมีภูมิคุ้มกันในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2566 และ 2567 คาดว่าจะเกินดุลจากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว เงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง และหนี้ต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ” นายเศรษฐพุฒิ กล่าว
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวอีกว่า ธปท. ยืนยันว่าไม่มีมาตรการหรือนโยบายที่จะเข้าไปฝืนกลไกตลาด โดยเฉพาะการเข้าไปกำหนดระดับของค่าเงิน เป็นเรื่องที่ไม่มีใครจะมากำหนดได้ ไม่มีและไม่ทำแน่นอน เพราะจะเป็นความเสี่ยงมาก ซึ่ง ธปท. จะพิจารณาความผันผวนที่มาจากปัจจัยพื้นฐาน และปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด จะไม่เข้าไปทำอะไรที่สวนกลไกตลาดอย่างแน่นอน ซึ่งล่าสุดเงินบาทที่อ่อนลงก็มาจากดอลล่าร์ที่แข็งค่า ก็เป็นปัจจัยที่ต้องเข้าไปดูแล
ขณะที่ทองคำ ที่ผ่านมาไม่ได้เห็นมีการนำเข้ามาก อาจจะเป็นการเคลื่อนไหวในรูปของราคาทองมากกว่า หากทองเคลื่อนไหว เงินบาทก็เคลื่อนไหวตาม ขณะที่เงินทุนเคลื่อนย้าย ตั้งแต่ต้นปีพบว่าไหลออก 8.8 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น ก็เป็นไปตามสภาวะตลาดโลกที่ไม่ได้อยู่ในช่วงที่เอื้อให้เกิดการลงทุน โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่มีหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ไม่ได้มีมาก จึงไม่มีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า การหารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง ก็เป็นการพูดคุยกันในหลายเรื่อง บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ตรงไปตรงมา ธปท. ได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ โดยนายเศรษฐาก็ได้สั่งการบ้านกลับมา ก็มีทั้งเรื่องที่เห็นตรงกันและไม่ตรงกัน เป็นเรื่องปกติ เพราะว่าเราต่างสวมหมวกกันคนละใบ ก็ต่างรับฟังกันทั้ง 2 ฝ่ายและต่างก็รับกันไปพิจารณา
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการทำนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการตัดสินใจในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ผ่านมามีกรอบการดำเนินการที่ชัดเจน วิธีการทำงานก็มีทั้งกรรมการจากภายในและภายนอก จึงมีอิสระในการตัดสินใจ แม้ว่ากรอบอัตราเงินเฟ้อจะต้องหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง แต่วิธีการไปให้ถึงเป้าหมายเป็นเรื่องของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่ารัฐบาลมีความขัดแย้งกับ ธปท. ในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ความขัดแย้งคืออะไร ถ้าเป็นในเรื่องความเห็นที่ไม่ตรงกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำงานด้วยกันไม่ได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าการไปพบนายกเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดถึงแหล่งเงินที่จะใช้ในมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต โดยตนในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต คาดว่าจะมีการนัดประชุมในเร็ว ๆ นี้ ซึ่ง ธปท. จะใช้โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อห่วงใยในการดำเนินมาตรการนี้ในคณะกรรมการชุดดังกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘แบงก์ชาติ’ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี69ยังฉลุย
‘แบงก์ชาติ’ ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังฉลุย อานิสงส์มาตรการรัฐ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ – ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วยหนุนเต็มสูบ พร้อมจับตาสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่ พุ่งเป้าประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ชี้บาทไทยแข็งค่าจากปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก
'หมอวรงค์' ข้องใจแบงก์พัน 1.4 แสนล้านหายจากระบบ ขอพบผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ
“หมอวรงค์” ทำหนังสือขอพบผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ แลกเปลี่ยนความเห็นปมธนบัตร 1,000 บาท มูลค่าราว 1.4 แสนล้านบาทไม่ไหลกลับเข้าสู่ระบบ ระบุเชื่ออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันและธุรกิจทุนเทา พร้อมหาทางออกต่อปัญหาดังกล่าว
‘ธปท.’ยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า
‘ธปท.’ ผนึกสมาคมแบงก์-ผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า ปรับลดวงเงินโอน-ชำระเงินครั้งใหญ่ เหลือสูงสุด 10,000 บาทต่อวัน เริ่มต้น ก.ย. 69 ปิดช่องมิจฉาชีพลวงใช้บัญชีเยาวชนก่อความเสียหาย ผงะพบยอดแล้ว 185 ล้านบาท
‘แบงก์ชาติ’ชี้เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุดลุ้นQ3ฟื้นตัว
‘ธปท.’ ชี้เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด ลุ้นไตรมาส 3/69 ทยอยฟื้นตัว ตามแรงส่งของภาคการส่งออก-การลงทุนภาคเอกชน พร้อมรับไทยยังอยู่ในบัญชี Monitoring List ของสหรัฐฯ แต่เข้าเกณฑ์เพียง 1 ข้อ มีโอกาสหลุดในรอบถัดไป

