
ศักดิ์สยาม สั่งหน่วยงานคมนาคมเร่งเบิกจ่ายปี 65 วงเงิน 2.08 แสนล้าน ตั้งธงเบิกจ่ายตามเป้าหมายรัฐได้ 95% ใน ก.ย. 65 จี้ลงนามสัญญาโปรเจ็กต์ปีเดียวครบ 7 พันกว่ารายการภายใน ม.ค. 65 ส่วนสัญญาผูกพันใหม่ 2.87 พันล้านภายใน มี.ค. 65 หวังช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศ
17 ธ.ค.2564-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2565 ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม วันนี้ (16 ธ.ค. 2564) ว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมติดตามการดำเนินงาน การลงนามในสัญญา เพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2565 ของหน่วยงานในสังกัดให้สามารถเบิกจ่ายเงินได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินปี 2565 เร่งดำเนินการขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ลงนามในสัญญาได้ครบทุกรายการโดยเร็ว และเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล 93% และรายจ่ายลงทุน 75% และในส่วนของงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ขอให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเร่งรัดเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามแผนการเบิกจ่ายเงินในแต่ละเดือน เพื่อที่จะให้ผลการเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล 95% ภายในเดือน ก.ย. 2565
นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า กระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินปี 2565 (8 ส่วนราชการ 5 รัฐวิสาหกิจ) ในภาพรวม จำนวน 208,455.23 ล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 26,076.73 ล้านบาท (12.51%) และรายจ่ายลงทุน 182,378.50 ล้านบาท (87.49%) โดยในส่วนของงบรายจ่ายลงทุน ณ สิ้น พ.ย. 2564 มีการเบิกจ่ายเงินแล้ว 14,933.79 ล้านบาท (คิดเป็น 8.19% ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร) เมื่อเปรียบเทียบกับแผนการเบิกจ่ายเงิน ณ สิ้น พ.ย. 2564 จำนวน 14,748.87 ล้านบาท โดยสามารถเบิกจ่ายเงินได้เร็วกว่าแผน
สำหรับการลงนามในสัญญารายจ่ายลงทุน กระทรวงคมนาคมมีรายการที่จะต้องลงนามในสัญญารายการปีเดียว จำนวน 7,624 รายการ วงเงิน 77,847.10 ล้านบาท คาดว่าจะได้ตัวผู้รับจ้างทุกรายการใน ธ.ค. 2564 และทยอยลงนามในสัญญาจ้างจนครบทุกรายการภายใน ม.ค. 2565 ส่วนรายการผูกพันใหม่ จำนวน 138 รายการ วงเงิน 2,876.06 ล้านบาท คาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ครบทุกรายการภายใน มี.ค. 2565
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ส่วนงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ปี 2565 (10 รัฐวิสาหกิจ) วงเงินเบิกจ่ายรวม 131,829.01 ล้านบาท ประกอบด้วย ทางราง
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) วงเงิน 91,495.05 ล้านบาท ,ทางบก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) วงเงิน 11,865.73 ล้านบาท
ทางน้ำ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) วงเงิน 2,135.40 ล้าบาท ,ทางอากาศสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท., บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท. และโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (รทส.) วงเงิน 26,332.83 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีโครงการสำคัญขนาดใหญ่ที่จะเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2565 เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ, โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-ชุมพร, โครงการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา), โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก), โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์), โครงการทางพิเศษสายพระราม 3–ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก, โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวดี!‘ธอส.’มอบของขวัญปีใหม่ลูกค้าผ่อนดี ได้รับเงิน1,000บาท
ข่าวดี! ‘ธอส.’ มอบของขวัญปีใหม่ตอบแทนลูกค้าสถานะบัญชีปกติที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท และมีประวัติผ่อนชำระดีย้อนหลัง 48 งวด ได้รับเงิน 1,000 บาท นัดโอนรอบแรก ม.ค. 2569
สภาสูงตามบี้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นเจ้าภาพซีเกมส์
'กมธ.ติดตามงบประมาณ สว.' สอบเจ้าภาพ 'ซีเกมส์'ใช้งบคุ้มค่าหรือไม่ ด้าน 'กกท.'แจง เหตุใช้งบกลาง เพราะเงินที่มีไม่ครบถ้วน 'ภิญญาพัชญ์' เผยเรียกแจงเพิ่มสัปดาห์หน้าทำไมเปลี่ยนออแกไนซ์กลางคัน
'บวรศักดิ์' นำทีมถก 'กกต.' ขอใช้งบ 'คนละครึ่งเฟส 2' ปัดหาเสียงล่วงหน้า
'บวรศักดิ์' นำทีมหารือ 'กกต.' ขอใช้งบประมาณโครงการคนละครึ่งเฟส 2 - ครม.สัญจร ยันเป็นไปตามนโยบายที่แถลงไม่ใช่หาเสียงล่วงหน้า เตรียมพิจารณาคำถามประชามติอังคารนี้
รู้แล้วฝีมือใคร! จุดเริ่มต้นดรามา 'ซีเกมส์ 2025'
รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วิพากษ์วิจารณ์กันจนเป็นดรามา คือเรื่องพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
ห่วงยุบสภาทำราชการเกียร์ว่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอืด
ส.อ.ท.ลั่นไม่แปลกใจที่ “อนุทิน”ยุบสภาฯ แต่ห่วงข้าราชการปล่อยเกียร์ว่าง นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอืด หวังปลัดทุกกระทรวงจะเดินหน้าขับเคลื่อนงานที่ค้างคา เร่งแก้3ปัญหาใหญ่งเยียวยาน้ำท่วมใต้ ปัญหาชายแดน และการเจรจากับสหรัฐฯ

