
“ภูมิธรรม” มอบนโยบายการทำงานให้ อคส. เดินหน้าใช้จุดแข็งการเป็นเจ้าของคลังสินค้า สร้างรายได้ และช่วยเหลือคนตัวเล็ก ทั้งเกษตรกร และ SMEs ให้แข่งขันได้ อย่าไปทำงานนอกลู่นอก
2 พ.ย. 2566 – นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมและมอบนโยบายการทำงานให้กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ว่า ได้มอบนโยบายให้ อคส. ไปจัดทำยุทธศาสตร์การทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และนโยบายกระทรวงพาณิชย์ โดยให้เน้นการทำงานตามภารกิจในการจัดตั้ง อคส. เพราะที่ผ่านมา มีการดำเนินการนอกภารกิจไปมาก ก็ขอให้ไปเคลียร์ให้จบ และหันมาทำงานตามภารกิจ โดยเฉพาะการใช้จุดแข็งของการมีคลังสินค้า เพื่อสร้างรายได้ และต้องทำให้มีส่วนช่วยสนับสนุนเกษตรกร สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ซึ่งเป็นคนตัวเล็กให้แข่งขันได้
“ได้ให้นโยบายไปว่า จะต้องทำงานให้ตรงตามวัตถุประสงค์ ถ้าไม่ทำตามวัตถุประสงค์ ก็จะล้มเหลวไปเรื่อย เหมือนอย่างองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ หรือ ร.ส.พ. ที่ไม่ทำงานตามภารกิจ และถูกปิดไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปยุบ อคส. แค่เห็นว่า อคส. มีบทบาทที่จะทำงานได้ มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ก็ต้องไปทบทวนตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้ ก็ต้องเป็นการทำงานตามภารกิจที่มีอยู่”นายภูมิธรรมกล่าว
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้มีการทำงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ต้องเคลียร์ตัวเองให้สังคมเห็น อยากให้ปรับปรุงแก้ไข เพราะที่ผ่านมา ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องภาพพจน์ ต้องทำให้ดีขึ้น ส่วนคดีคั่งค้างต่าง ๆ ที่ อคส. ถูกมองเป็นจำเลยสังคม ก็ต้องรีบเคลียร์ให้จบ ไม่อยากสาวว่าใครผิดใครถูก แค่อยากทำให้จบ
สำหรับการแต่งตั้งคณะกรรมการ อคส. ชุดใหม่ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะปัจจุบัน ประธานบอร์ด และกรรมการที่เหลือ ได้ลาออกหมดแล้ว ทำให้ต้องแต่งตั้งใหม่ เพื่อให้เข้าไปขับเคลื่อนการทำงานของ อคส. โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดฉากน้ำเงินผสมแดง! 'พท.' ดี๊ด๊า ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล
'เพื่อไทย' ดี๊ด๊า! 'ประเสริฐ-สุริยะ-ภูมิธรรม' ตัวแทนเจรจา 'อนุทิน' ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ย้ำไร้เงื่อนไข ขอฟังข้อเสนอก่อน
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.
พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก
ศาลรธน.ชี้ชะตา"ภูมิธรรม-ทวี" คดีฮั้วสว.เดิมพันอนาคตการเมือง
ในช่วงเวลาที่การเมืองไทยยังคงร้อนระอุด้วยความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจเก่ากับขั้วอำนาจใหม่ คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 21 ม.ค.2569 นี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน

