เปิดมติเสียงข้างมากศาลรธน."ภูมิธรรม-ทวี"ยุ่งคดีฮั้วเลือกสว.ไม่เข้าข่ายผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ไม่เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง
21 มกราคม 2569 - ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
โดยมติเสียงข้างมากของศาลรัฐธรรมนูญแบ่งเป็นในส่วนของนายภูมิธรรมที่ถูกร้องว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 1 เสียง เห็นว่า ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) โดยตุลาการเสียงข้างน้อย 1 คนคือ นายจิรนิติ หะวานนท์
ส่วนกรณีมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) หรือไม่ มีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง เห็นว่า ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) โดยตุลาการเสียงข้างน้อย 2 คนคือ นายจิรนิติ หะวานนท์ และนายสราวุธ ทรงวิไล
ส่วนของพ.ต.อ.ทวี ประเด็นว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง เห็นว่า ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) โดยตุลาการเสียงข้างน้อย 2 คนคือ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์
ส่วนกรณีมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง โดยฝ่ายเสียงข้างมากคือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายนภดล เทพพิทักษ์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชย์ และนายอุดม รัฐอมฤต วินิจฉัยว่า ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5)
ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อย จำนวน 4 คนคือ นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ และนายสราวุธ ทรงวิไล เห็นว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาชี้ช่องฟ้องศาลไหนเลือกตั้งไม่ลับ!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'สมชัย' ชี้ กกต.เลือกทางไหนก็ยาก 'ซ้ายก็หมดท่า ขวาก็เสี่ยงคุก'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ กกต. ชี้แจงปมพิมพ์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ก่อนส่งศาลรธน. หรือไม่
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานกกต. ขอให้มีการชี้แจงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่กกต.พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ
'แก้วสรร' แนะ 'ติ่งส้ม' หยุดก่อกวน แล้วเอาเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไปร้องศาลรธน. เดี๋ยวนี้!
นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เผยแพร่บทความในรูปแบบ ถาม-ตอบ เรื่อง "หยุดก่อกวน...เอาเรื่องบาร์โค๊ดขึ้นศาลรัฐธรรมนูญเดี๋ยวนี้!!!" มีเนื้อหาดังนี้
'เจี๊ยบ อมรัตน์' ฟาด 'อ้วน' ได้เวลาลงจากยอดมะพร้าว
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

