‘คมนาคม’ พร้อมรับนักท่องเที่ยว‘อินเดีย-ไต้หวัน’หนุนฟรีวีซ่า เริ่ม 10 พ.ย.นี้

‘สุริยะ’เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย-ไต้หวัน สนองนโยบายรัฐบาลฟรีวีซ่า เริ่ม 10 พ.ย.นี้ กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประเทศ สั่ง ทอท. เร่งประสาน ตม.-หน่วยงานอื่น ลดความแออัดภายในสนามบิน พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการร่วมฯ อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวตั้งแต่เดินทางเข้าไทย 

8 พ.ย.2566-นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารชาวอินเดีย และไต้หวันตามนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาลว่า ตามที่เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียและไต้หวันให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566-10 พฤษภาคม 2567 (ระยะเวลา 6 เดือน) ซึ่งเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวของชาวอินเดียและไต้หวัน เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างแรงจูงใจให้กับนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมถึงกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว และขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศในช่วงปี 2566-2567

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือในการเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยวให้ดีที่สุด ตั้งแต่เดินทางเข้าสู่ประเทศตลอดจนถึงการเดินทางกลับออกจากประเทศไทย อีกทั้งได้สั่งการให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ รวมถึงหาแนวทางการดำเนินการ เพื่ออำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอื่นๆ พร้อมทั้งให้ประสานงานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อให้กระบวนการทุกขั้นตอนมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่ให้ผู้โดยสารเกิดความแออัด หรือใช้เวลานานหลังจากลงจากเครื่องบิน

ขณะเดียวกัน ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการร่วม (Single Command Center) เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการในทุกขั้นตอนในท่าอากาศยาน ทำหน้าที่ตรวจสอบติดตามการให้บริการ และกวดขันการบริหารการจราจรบริเวณหน้าท่าไม่ให้เกิดความแออัดหนาแน่น และเก็บบันทึกข้อมูลการให้บริการ ภาพถ่ายกล้องวงจรปิด เพื่อนำมาวิเคราะห์ประกอบการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการในด้านต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายตลอดการเดินทางในประเทศไทย ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมท่าอากาศยานในภูมิภาค การเตรียมความพร้อมการเดินทางภายในกรุงเทพมหานคร (กทม.) การเตรียมความพร้อมการเดินทางไปต่างจังหวัดทางรถไฟและรถโดยสาร การเตรียมความพร้อมการเดินทางในต่างจังหวัด และการเตรียมความพร้อมสำหรับความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางน้ำ

โดยให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติตามหลักการเดียวกัน คือ การให้บริการที่มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย สะอาดสวยงาม พนักงานให้บริการด้วยมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และมีอัตราค่าบริการที่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าบริหารจัดการทุกขั้นตอนการบริการที่เป็นประตูสู่ประเทศไทย พร้อมรองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประตูและเป็นศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค กระตุ้นการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคงของประเทศ

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยนั้น จากข้อมูลกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬาข้อมูล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 พบว่า ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม–5 พฤศจิกายน 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวนทั้งสิ้น 557,554 คน คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 79,651 คน โดยนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด จำนวน 73,297 คน รองลงมา ได้แก่ จีน จำนวน 67,443 คน, รัสเซีย จำนวน 39,136 คน, อินเดีย จำนวน 30,547 คน และเกาหลีใต้ จำนวน 30,255 คน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 22,622,522 คน  สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 954,239 ล้านบาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตม.ชลบุรี บุกช่วย 3 นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ถูกแก๊งคนร้ายทรมานรีดเงิน 4 ล้านรูปีต่อราย

พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.กวิณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี และ พ.ต.ท.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา นำโดย พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยพัฒนาการ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียถูกลักพาตัวไปกักขังเพื่อเรียกค่าไถ่

'ทูตนอกแถว' โพสต์ขอโทษ ปมแซะ 'อนุทิน' ร้องเพลงเถียนมี่มี่ แต่ไม่วายเหน็บไทยเป็นมณฑลหนึ่งของใคร

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อท่านทูตจีนออกมาบอกว่านายกไทยร้องเพลงเถียนมี่มี่ในงานเลี้ยงกับนายกจีนทำให้สัมพันธ์ไทย-จีนหวานชื่น

'อนุทิน' ไม่หวั่นแถลงการณ์ไต้หวันลั่นไทยมีนโยบายจีนเดียวชัดเจน!

นายกฯ ไม่หวั่นไต้หวันออกแถลงการณ์ผิดหวังไทยปมเห็นพ้องจีนประกาศถ้อยแถลง มั่นใจไม่กระทบฟรีวีซ่า-แรงงานไทย ย้ำสัมพันธ์สองชาติเข้าใจกันดี ไม่ต้องชี้แจงท่าทีไทย

'ทูตนอกแถว' ไม่จบ! แซะนายกฯ แสดงความเปิ่นเชย ไม่รู้เรื่องเพลงที่เหมาะสมกว่า 'เถียนมี่มี่'

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตลกดี ร้อนตัวร้อนท้องกันใหญ่ ก็ถ้ามันไม่ได้อะไร ไม่เป็นอะไรอย่างที่ว่า

'โบว์' เผยเบื้องหลัง 'อนุทิน' ร้องเพลงเถียนมี่มี่ ให้รัฐบาลจีนฟัง

น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เหลือเชื่อว่าซีนนายกอนุทินร้องเพลงเถียนมีมี่ โดยมีนายก หลี่ เฉียง ของจีนนั่งปรบมืออยู่ข้างๆ ซึ่งเป็นบรรยากาศทางการทูตระดับ 10/10 หลังการเซ็น MOU 15 ฉบับ