
ทอท. โชว์กำไร 8,790 ล้านบาท โกยรายได้พุ่ง 48,140 ล้านบาท เร่งเครื่องพัฒนาสนามบิน 6 แห่งทั่วประเทศ เดินหน้ายกระดับการบริการสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รองรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
22 พ.ย.2566 – นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยถึง ภาพรวมของผลการดำเนินงานด้านปริมาณการจราจรทางอากาศของปีงบประมาณ 2566 (ตุลาคม 2565 – กันยายน 2566) ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเนื่องจากโควิด-19คลี่คลาย
ทั้งนี้ประกอบกับอุตสาหกรรมการบินและภาคการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว โดยมีจำนวนเที่ยวบินรวม 639,891 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 62.22 %เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 321,053 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 318,838 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารรวมทั้งหมด 100.06 ล้านคน เพิ่มขึ้น 114.31 %เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 53.91 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 46.15 ล้านคน
สำหรับปีงบประมาณ 2566 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566) ทอท.มีกำไรสุทธิจำนวน 8,790.87 ล้านบาท มีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 11,087.86 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายหรือการให้บริการ 48,140.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.71%จากปีงบประมาณ 2565 ประกอบด้วย รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินจำนวน 22,265.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 205.43%
ทั้งนี้เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร และรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินจำนวน 25,875.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.13%จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์จากธุรกิจร้านค้าปลอดอากร ธุรกิจการบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ธุรกิจจัดส่งอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจบริการภาคพื้นและซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับปีงบประมาณ 2566
มีจำนวน 34,248.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.81%เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน ค่าจ้างภายนอก ค่าสาธารณูปโภค และค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา
นายกีรติ กล่าวว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 ทอท.มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 195,611.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันที่ 30 กันยายน 2565 จำนวน 11,798.17 ล้านบาท หรือ 6.42% และมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 83,432.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันที่ 30 กันยายน 2565 จำนวน 2,138.58 ล้านบาท หรือ 2.63%
นายกีรติ กล่าวต่อว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ได้มอบนโยบายให้อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว หลังรัฐบาลมีนโยบายมาตรการ VISA Free ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน คาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดียและไต้หวัน กระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ
นอกจากนี้ให้ ทอท.เพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานและการขนส่งทางอากาศ โดยมีนโยบายเร่งด่วนภายใน 1 ปี ให้ดำเนินการเพิ่มตารางการบิน (Slot) รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มมากขึ้น และการบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าอากาศยานเป็นสิ่งสำคัญจะต้องมีความพร้อมในทุกด้านของการให้บริการ เพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการได้รับการบริการที่รวดเร็ว และการเดินทางที่สะดวกสบาย ไม่เกิดปัญหาความแออัดอย่างที่ผ่านมา เพื่อรองรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน และการท่องเที่ยวซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ในส่วนของโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 ทสภ.เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของทางวิ่ง
ให้รองรับเพิ่มจาก 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2567 ซึ่งในส่วนของงานก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มขีดความสามารถของ ทสภ. อีก 15 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงแบบ โดยคาดว่า
จะดำเนินการก่อสร้างในปี 2567 แล้วเสร็จในปี 2570 มั่นใจว่าเมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะเป็นการแก้ปัญหาความแออัดผู้โดยสารได้ตรงจุด
นายกีรติ กล่าวว่าได้เร่งดำเนินการพัฒนาท่าอากาศยานเพื่อรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวของประเทศตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทสภ. ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1: SAT-1) พร้อมทั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติเชื่อมต่อระหว่างอาคาร SAT-1 กับอาคารผู้โดยสารหลัก โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2566
ทำให้ ทสภ.สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคนต่อปี เป็น 60 ล้านคนต่อปี
นอกจากนี้ ทสภ.อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของทางวิ่งให้รองรับเพิ่มจาก 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2567 ซึ่งในส่วนของงานก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) จะดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออกของอาคารเดิมเพื่อเพิ่มพื้นที่การให้บริการ โดยเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มขีดความสามารถของ ทสภ. อีก 15 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงแบบ โดยคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้าง
ในปี 2567 แล้วเสร็จในปี 2570
สำหรับโครงการพัฒนา ทดม. ระยะที่ 3 จะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 1 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 30 ล้านคนต่อปี เป็น 50 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2568 แล้วเสร็จในปี 2573 และโครงการพัฒนา ทชม. ระยะที่ 1 จะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมเป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 8 ล้านคนต่อปี เป็น 16.5 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2568 แล้วเสร็จในปี 2571

ทั้งนี้ในส่วนของโครงการพัฒนา ทชร. ระยะที่ 1 จะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เพื่อเพิ่ม
ขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 3 ล้านคนต่อปี เป็น 6 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำ TOR จ้างผู้ออกแบบ เพื่อดำเนินการออกแบบในปี 2567 โดยคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2569 แล้วเสร็จในปี 2572 และโครงการพัฒนา ทภก. ระยะที่ 2 จะก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำ TOR จ้างผู้ออกแบบเพื่อดำเนินการออกแบบในปี 2567 โดยคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2569 แล้วเสร็จในปี 2572 ทั้งนี้ ในส่วนของ ทหญ. อยู่ระหว่างทบทวนแผนแม่บทให้สอดคล้องกับปริมาณการจราจรทางอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ ทอท.ในฐานะผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ และท่าอากาศยานในอนาคต เพื่อเตรียมรองรับผู้โดยสารและนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกให้ได้รับความสะดวกสบาย และสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ อันจะนำมาสู่การฟื้นฟูทางด้านอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทอท.คุมเข้มสนามบิน ใช้ K-9 ตรวจสัมภาระสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ
ทอท. จับมือกับหน่วยงานความมั่นคง เพิ่มความเข้มงวดตรวจสัมภาระผู้โดยสารและลูกเรือ ใช้เครื่องเอกซเรย์ควบคู่สุนัขตำรวจ K-9 สกัดการลักลอบขนยาเสพติดออกนอกประเทศและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสู่ระดับสากล.
ยกระดับ 'สนามบินไทย' ใช้ Zero Trust ปิดช่องลอบขนยาเสพติด
รัฐบาลยกระดับความปลอดภัยสนามบินไทย ใช้ Zero Trust ตรวจทุกคนเท่าเทียม ปิดช่องขบวนการลักลอบขนยาเสพติด
ดั๊บเบิ้ล เอ ยังแกร่งต่อเนื่อง ผลประกอบการ Q1 ปี 69 รายได้รวม 5,346 ลบ. กำไร 336 ลบ. ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก
บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 5,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.61% และมีกำไรสุทธิ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.36% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่มีรายได้รวม 5,160 ล้านบาท กำไรสุทธิ 140 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท และต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น
BEM เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 875 ล้านบาท
ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ว่า “แม้ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวจะชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก แต่สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจยังคงมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ มีการเดินทาง ประชาชนยังคงต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ
ปตท. ผนึกกำลัง ทอท. ยกระดับการบริหารจัดการองค์กรสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นำคณะผู้บริหารเข้าพบหารือกับ นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เพื่อเดินหน้าสานต่อความสำเร็จภายใต้ “โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ” ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

